มนุษย์เงินเดือน กับ แนวคิดสร้างชีวิตดี๊ดี

posted: 3 years ago
1,422 views
มนุษย์เงินเดือน กับ แนวคิดสร้างชีวิตดี๊ดี

comments

มนุษย์เงินเดือน

สำหรับผู้อ่านหลาย ๆ ท่านที่ยังคงจำเป็นต้องทำงานในรูปแบบของ มนุษย์เงินเดือน วันนี้เรามีข้อคิดดี ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดของท่านให้ใช้ชีวิตที่คิดบวกมากขึ้นมาฝาก มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละข้อนั้นมีอะไรบ้าง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ : Low Impact ออกกำลังกาย สไตล์มนุษย์เงินเดือน, ภาษีเงินได้ กับมนุษย์เงินเดือน, ออมเงิน ยังไงให้ได้ผลสำหรับมนุษย์เงินเดือน, การลงทุน แบบไหนเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

 

Viriyah Insurance

1. เลือกงานที่ตัวเองชอบ

คุณควรจะรู้ก่อนว่าตัวเองนั้นชอบ และอยากทำงานเกี่ยวกับอะไร ถนัดงานทางด้านไหน แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นชอบงานอะไร ก็ควรจะนั่งคิดไตร่ตรองดูให้ได้ว่าคุณอยากทำอะไร งาน แบบไหนที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับคุณ จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกทำงานด้านที่ตัวเองชอบ และถนัด เพราะมันจะส่งผลต่ออนาคตของคุณ อีกทั้งยังจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุข และสนุกกับการทำงานอีกด้วย

2. งาน “เสร็จ” ไม่ใช่ว่างาน “ดี”

ในการทำงาน แน่นอนว่าคุณต้องการจะทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อจะได้ส่งงานทันเวลา แต่คุณต้องอย่าลืมเรื่องคุณภาพในงานของคุณด้วย เพราะผลงานหรือชิ้นงานที่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นงานที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด คือ นอกจากจะเสร็จทันเวลาที่กำหนัดแล้ว จะต้องเป็นงานที่มีคุณภาพที่ดีด้วย

3. ความอดทนต่อทุกสิ่ง

การเป็นคนมีความอดทนนั้นเป็นสิ่งคุณควรจะมี ไม่ว่าจะกับเรื่องไหน ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการทำงานถ้าคุณเป็นคนที่มีความอดทนสูงต่อแรงกดดันในหลาย ๆ ด้านได้ เช่น อดทนต่อการโดนดุ โดนบ่น จากหัวหน้า อดทนกับการทำงานที่มีจำนวนมาก สามารถทำล่วงเวลาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร หรืออดทนทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่คุณอาจจะรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไร ถ้าคุณสามารถอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ รับรองว่าคุณจะเป็นคนที่มีความสำเร็จในหน้าที่การงานคนหนึ่งแน่นอน นอกจากนั้นคุณยังจะได้เป็นที่รักของเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

4. รู้จักสร้าง Connection

การสร้าง Connection ก็คือ ให้คุณรู้จักสร้างปฏิสัมพันธ์ ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการพูดคุย ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานของคุณ และในชีวิตของการทำงานไม่มีทางที่คุณจะสามารถทำงานคนเดียว หรือไปกินข้าวอยู่คนเดียวได้หรอก เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้จักการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานแล้ว จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขด้วย

สร้างตอนเน็กชั่น

5. ทำงานผิดอย่าอ้าง

ถ้าคุณเกิดทำงานที่ได้รับมอบหมายมาผิด แล้วทำให้คุณโดนหัวหน้าของคุณต่อว่า คุณควรจะก้มหน้ายอมรับผิด พร้อมกับรับฟังคำตักเตือน และควรพูดคำว่า “ขอโทษ” ให้เป็นเวลาที่ทำผิด อย่าพยายามหาข้ออ้าง ต่าง ๆ นานามาพูด เพราะนอกจากจะดูเป็นเหมือนการแก้ตัวแล้ว การกระทำแบบนี้นั้นจะไม่ทำให้คุณนั้นดูฉลาดขึ้นมาเลย

6. อย่างยุ่งเรื่องชาวบ้าน เกินความจำเป็น

ในการทำงาน หากคุณเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ หรือปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานของคุณนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน แต่ต้องมีการรักษาระยะห่างกันบ้างให้มันพอเหมาะพอดี คุณสามารถพูดคุยเล่นกับเพื่อนร่วมงานของคุณได้ แต่ก็ควรระวังเรื่องคำพูดคำจา การใช้ภาษาต่าง ๆ ของคุณด้วย และที่สำคัญ คือ ไม่ควรก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากจนเกินไป ซึ่งวิธีนี้ล่ะจะทำให้คุณใช้ชีวิตในทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด

 

Bangkok Insurance

 

7. หาโอกาสทำงานที่สอง ถ้าทำได้

การทำงานที่สองในที่นี้ หมายถึง การหางานพิเศษทำเพิ่มนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ไม่ควรให้เกิดผลกระทบต่องานหลักของคุณ อาจจะเป็นงานพิเศษที่ทำตอนเวลาว่างหลังจากเลิกงานแล้ว หรือทำในช่วงวันหยุดของคุณ สำหรับข้อนี้มันก็ขึ้นอยู่กับงานหลักของคุณด้วย เพราะงานหลักของแต่ละคนประเภทงานก็แตกต่างกันไป ทำให้มีลักษณะการทำงาน รวมถึงจำนวนความมากน้อยของงานที่แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งถ้าใครสามารถทำงานพิเศษเพิ่มได้จริง ๆ ก็คงจะเป็นเรื่องดี เพราะนี่จะทำให้ชีวิตของ คุณมีทางเลือก ในการทำงานเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

8. อย่าอวดเก่ง

หากงานที่คุณได้รับมอบหมายนั้นมีความยากขึ้นกว่าเดิมจากที่คุณเคยทำ หรืออาจเป็นงานใหม่ที่เราเพิ่งเคยได้ทำเป็นครั้งแรก ซึ่งคุณยังไม่คุ้นเคยมาก่อน คุณควรจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ของคุณ หรือหัวหน้าของคุณ โดยการถามเพื่อให้เขาแนะนำ หรือสอนคุณ แต่ที่สำคัญ คือ ขณะที่คุณได้รับคำสอนจากพวกเขานั้น คุณควรจะรับฟังมากกว่าพูด เพราะถ้าคุณเอาแต่พูดแทรก จะทำให้คุณดูเป็นคนที่อวดดี อวดเก่ง มากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำเป็นอย่างมาก

อย่าอวดเก่ง

9. ระดับความสามารถกับเงินเดือน

แน่นอนว่าทุกคนอยู่ในวัยทำงานล้วนต้องการได้เงินเดือนที่สูงอยู่แล้ว แต่หลายคนก็ลืมคำนึงถึงเรื่องระดับความสามารถของตนเองไปว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นไม่เก่ง แต่บางครั้งการเรียกเงินเดือนของคุณมันอาจจะมากเกินไปจริง ๆ เมื่อเปรียบเทียบในหลาย ๆ ด้าน เช่น ระดับการศึกษา ประสบการณ์ด้านการทำงาน อายุของคุณ ระดับของเงินเดือนในสายงานที่คุณทำอยู่ และด้านภาษา เป็นต้น หรือบางคนที่เป็นเด็กเพิ่งจบใหม่ แต่ดันเรียกเงินเดินสูงลิ่วจนหน้าตกใจ ซึ่งเรื่องนี้คุณก็ควรจะใช้วิจารณญาณด้วยสักนิดก่อนที่จะเรียกเงินเดือนไป

10. อยากได้งานสบายแต่รายได้ดี

ถ้าคุณหวังว่าอยากจำทำงานที่ง่าย ๆ สบาย ๆ แต่มีรายได้ที่เยอะ บอกเลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะระดับเงินเดือนกับระดับความเยอะ และความยากของงานมันต้องสอดคล้องกัน คิดง่าย ๆ ตามคำสุภาษิตไทยที่ว่า “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง” ซึ่งในที่นี้ก็ตือ ถ้าคุณอยากได้เงินเดือนเยอะ คุณก็จะไม่ได้งานที่ทำแบบสบาย ๆ แต่ถ้าคุณอยากได้งานที่ทำแบบสบาย ๆ คุณก็จะไม่มีทางได้เงินเดือนเยอะอย่างแน่นอน หรือลองคิดในอีกมุมหนึ่งว่า หากคุณเลือกทำงานที่มีความยากหน่อย แต่เป็นงานนั้นมีความมั่นคง และเงินดี คุณก็จะสามารถทำงานนั้นได้ตลอดชีวิตของคุณจนกว่าคุณจะเกษียณ

11. อย่าขี้อิจฉาคนอื่น

“มนุษย์เงินเดือน” หลายคนอาจมีความรู้สึกอิจฉาคนอื่น ๆ ซึ่งในที่นี้ หมายถึง การอิจฉาเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานของคุณ หรืออิจฉาเพื่อน ๆ ของคุณเอง ที่อาจจะได้งานดีกว่า และเงินเดือนที่มากกว่า ถ้าคุณกำลังมีความรู้สึกนี้อยู่ จงตัดมันทิ้งไปซะ เพราะนอกจากจะเป็นการบั่นทอนจิตใจตัวเองแล้ว ยังเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยนช์ ซึ่งคุณไม่สามารถทำอะไรได้อยู่แล้ว สู้เอาเวลาที่คิดอิจฉาคนอื่นไปพัฒนาผลงาน และทักษาในด้านต่าง ๆ ของตัวเองดีกว่า เพื่อที่คุณจะเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น เงินเดืนที่เพิ่มขึ้นก็จะตามมา

 

MuangThai Insurance

 

12. รู้จักประหยัด เก็บเงินและใช้เงินให้เป็น

ในยุคมีผู้คนมากมายที่ชอบใช้เงินเกินตัว คุณต้องรู้จัก ประหยัด อดออมเงินเดือนที่คุณได้มา อย่าใช้เงินเกินตัวจนเกินไป เช่น 1.การใช้จ่ายค่าอาหาร ไม่ควรจะกินอาหารที่มีราคาแพงเกินเหตุ แต่ก็ไม่ต้องประหยัดถึงขั้นอดอาหารในบางมื้อ ซื้อของกินในราคาที่เหมาะสมก็พอ 2.การใช้จ่ายค่าเดินทาง หัดนั่งรถเมล์ รถตู้ หรือรถไฟฟ้าให้เป็น ไม่ใช่ว่าติดสบายเกินไป ไปไหนมาไหนนั่งแต่แท็กซี่ตลอด 3.การใช้จ่ายค่าสิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ รู้จักใช้ของที่มีราคากำลังดี พอเหมาะกับฐานะทางการเงินของคุณ อย่าติดใช้แต่ของแบรนด์เนมอย่างเดียวจนเคยตัว เป็นต้น นอกจากนั้นถ้าคุณอยากเกษียณอายุไวกว่าเกณฑ์ คุณก็ควรเริ่มเก็บเงินซะตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้สบายในตอนแก่ เพราะถ้าคุณไม่รู้จักประหยัดตั้งแต่วันนี้ อนาคตคุณก็จะไม่มีเงินเก็บซักที และอาจจะต้องลำบากในตอนแก่อีกด้วย

ออมเงิน

13. คนเก่ง ไม่หยิ่ง

นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่โรงเรียน เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนที่มีความสามารถมาก รอบรู้ในหลาย ๆ ด้าน คุณก็ควรจะให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนร่วมงานของคุณ ไม่หยิ่งทะนงในความเก่งของคุณจนมากเกินไป หรือคิดว่าใครที่ไม่เก่งเท่าคุณ คุณจะไม่คบหาสมาคมกับพวกเขา ถ้าคุณมีความคิดแบบนี้ คุณจะมีคนเกลียดมากกว่าคนรัก และอาจทำให้คุณไม่มีเพื่อนเลยสักคนก็เป็นได้

14. ศึกษาเรื่องการลงทุน

หากคุณมีความคิดที่จะเกษียณก่อนเกณฑ์ที่ทางบริษัทตั้งไว้ เพราะการที่คุณยอมอดทนทำงานเป็น มนุษย์เงินเดือน มาตั้งหลายปี ด้วยความเหน็ดเหนื่อย เพื่อที่จะเก็บเงินสักก้อนมาลงทุนทำธุรกิจสักอย่างเป็นของตัวเอง คุณควรที่จะศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนให่้ดีเสียก่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วย อย่าลืมไปว่าทุกการลงทุนนั้นล้วนมีความเสี่ยง ไม่ใช่มีเงินอย่างเดียวแล้วจะสามารถลงทุนได้ ถ้าคุณมีความรู้เรื่องการลงทุนไว้ก่อนคุณจะอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

15. ระมัดระวังเรื่องความอาวุโส

การทำงานในบริษัท คุณจะต้องพบเจอเพื่อนร่วมงานมากมาย ทั้งเพื่อนที่อยู่ในแผนกเดียวกัน และเพื่อนที่อยู่ต่างแผนกกัน ซึ่งคุณจะมีทั้งเพื่อนที่มีอายุมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากัน โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า หรือมีตำแหน่งที่สูงกว่า คุณก็ควรจะพูดด้วยความมีสัมมาคาราวะ ใช้วาจาที่สุภาพ มีความ นอบน้อมถ่อมตน กับเขา รวมถึงคนที่มีอายุเท่ากัน และน้อยกว่า คุณก็ควรใช้คำพูดที่สุภาพ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการให้เกรียรติซึ่งกันและกัน

16. อย่าเปลี่ยนงานตอนแก่ ถ้าชีวิตคุณมีภาระ

ต่างคนก็ต่างมีพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน บางคนก็มีภาระหน้าที่ทางครอบครั้งที่เยอะ ส่วนบางคนก็น้อย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบภาระมากมายภายในครอบครัวของคุณ คุณเลิกมีความคิดเรื่องการเปลี่ยนงานตอนแก่ไปได้เลย เพราะการเปลี่ยนงานนอกจากจะต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบของบริษัท และเพื่อนร่วมงานใหม่ ๆ แล้ว การไปทำงานในที่ใหม่ตอนที่มีอายุมากแล้ว คุณอาจจะมีปัญหาเรื่องเงินเดินที่อาจได้น้อยลง เรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนเดิม และที่สำคัญคือ หากคุณอายุมากก็หางานยากขึ้นด้วยเช่นกัน

ตอนแก่

17. ออกกำลังกายเป็นระยะๆ

คุณควรจะหาเวลาไปออกกำลังกายบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็ยังดี ซึ่งการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ดีกับตัวคุณอยู่แล้ว เพื่อที่คุณจะได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และการหมั่นออกกำลังกายอยู่เป็นประจำก็คงจะดีกว่าการไปหาหมอเพือตรวจเช็คร่างกายอยู่บ่อย ๆ อย่างแน่นอน

 

Dhiphaya Insurance

 

18. หาไอดอลเพิ่มแรงบันดาลใจ

คุณอาจจะหาบุคคลต้นแบบ หรือที่เรียกกันติดปากว่าไอดอล ที่มีอาชีพในสายงานเดียวกับคุณ หรือมีวิธีการใช้ชีวิตในแบบที่คุณชอบมาเป็นตัวอย่างใน เรื่องการทำงาน และการใช้ชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวคุณ คุณจะได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับชีวิตต่อไป

19. อย่าบ่นเรื่องงานลง Social Network

โลก Social network ในยุคปัจจุบัน มีความทันสมัย และสามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ซึ่งหลาย ๆ คน มักจะชอบโพสข้อความต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของตัวเองลงในเฟซบุ๊ก ทวีทเตอร์ หรือโปรกแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย แม้คุณจะคิดว่ามันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของคุณก็ตาม แต่อย่าลืมไปนะว่า คำว่า Social มันสื่อถึงความเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ซึ่งถ้าคุณเผลอไปบ่น ต่อว่า นินทาเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายลงไปในในโลกออนไลน์ พวกเขาที่คุณพูดถึงอาจจะรับรู้ได้ และหลังจากนั้นความเป็นอยู่ในที่ทำงานของคุณก็อาจสั่นคลอนได้

20. หาเวลาพักผ่อนบ้าง

การทำงานอย่างหนัก หรือบ้างานมาก ๆ  อาจทำให้คุณได้เงินเดือนที่เพิ่มขึ้น มีตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่อย่าลืมไปว่าอาจทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง หรืออาจทรุดได้ คุณจึงไม่ควรหักโหมมากจนเกินไป นึกถึงสภาพร่างกายของตัวคุณเองบ้าง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคงหนีไม่่พ้น การพักผ่อน เพราะฉะนั้นหาเวลาว่าง ๆ ไปพักผ่อนบ้าง เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของตัวเอง ให้กลับมามีพลีงงานอีกครั้ง พร้อมสู้กับงานต่อไป

พักผ่อน

ลองนำไปทำตามกันดูนะ เผื่อจะได้มี มุมมองใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตมากขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้ มนุษย์เงินเดือน ทุกคนสู้ ๆ กันต่อไป อย่าเพิ่งท้อใจกันนะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูล : www.aommoney.com

avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon