แบงก์ชาติแก้กฎแลกเปลี่ยนเงินไฟเขียวเอกชนทำธุรกิจสะดวกขึ้น

posted: 1 year ago
แบงก์ชาติแก้กฎแลกเปลี่ยนเงินไฟเขียวเอกชนทำธุรกิจสะดวกขึ้น

comments

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับแก้กฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน เนื่องจากปัจจุบันพบว่า ที่ผ่านมากฎหมายรวมกันกว่า 100,000 ฉบับ และมีใบอนุญาตมากกว่า 3,000 ประเภท ที่ใช้อยู่น้ัน บางเรื่องเกิดการล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการเงินโลกที่มีความผันผวนสูง แถมเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจและไม่เท่าทันกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย



โดยในครั้งนี้ ธปท. ได้ปรับโครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์กับการแลกเปลี่ยนเงิน (Foreign Exchange Regulation Reform) ซึ่งมีการทบทวนกฎหมายทั้งสิ้นประมาณ 80 ฉบับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน (ease of doing business) ซึ่งการปรับปรุงกฎระเบียบแบ่งเป็น 4 เรื่องหลักได้แก่

1. การลดขั้นตอนและเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ แต่มาสนับสนุนการใช้อิเล็กทรอนิกส์

2. การผ่อนคลายหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน สามารถบริหารความเสี่ยงได้คล่องตัวมากขึ้น

3. การเพิ่มทางเลือกให้รายย่อยทำธุรกรรมซื้อขายโอนเงินผ่านผู้ประกอบธุรกิจ และสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าการลงทุนในภูมิภาค

4. การเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ นักลงทุนไทยรายย่อยและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อให้เกิดการแข่งขัน

อย่างไรก็ดี กฎเกณฑ์ใหม่จะมีบางส่วนที่ประกาศใช้ภายในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ คือข้อ 1, 2, 3 และที่เหลือจะทยอยประกาศใช้ภายในสิ้นปี 2560 นี้


เพิ่มสภาพคล่องการลงทุน

การผ่อนคลายเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเสริมบทบาทของผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (Money Transfer Agent หรือ MT) และบุคคลรับอนุญาต (Money Changer หรือ MC) เข้ามาทำการแข่งขันให้บริการทางการเงิน เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ การโอนเงินระหว่างประเทศ กับประชาชนรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งย่อมเป็นประโยชน์ต่อการขยายโอกาสธุรกรรมการค้าการลงทุนตามชายแดนและข้ามพรมแดนมากขึ้น

ขณะที่การอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถทำการซื้อ-ขายเงินต่างประเทศได้เอง จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการลูกค้าที่เป็นผู้ลงทุนไทยและลูกค้าต่างประเทศได้มากขึ้น


เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

ภายหลังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ผลที่มีต่อค่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นสวนกระแสภูมิภาคที่เงินสกุลอื่นอ่อนค่าลง โดยงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในระยะ 3 เดือนนับจากนี้ ทิศทางเงินบาทอาจแข็งค่า โดยอาจแข็งค่าสุดที่ 33.22 บาท/เหรียญสหรัฐ


2 ปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่า

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งเงินบาทได้แข็งค่าหลุดระดับ 34 บาท/เหรียญสหรัฐว่า การที่เงินบาทแข็งค่ามาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ

1. ปัจจัยภายนอก ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาในช่วงนี้ส่งผลให้ความมั่นใจต่อทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะมีบทบาทน้อยลง ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจที่ลดน้อยลงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามาผนวกด้วย

2. ปัจจัยภายใน โดยจะเห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเริ่มมีแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันเป็นผลมาจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ทั้งจากรายได้การส่งออก และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการเข้ามาเพิ่มทุนจากนักลงทุนต่างประเทศในสถาบันการเงินบางแห่งด้วย



การปรับปรุงกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายวิรไท สันติประภพ บอกว่า เพื่อให้ประชาชน บริษัทเอกชนมีทางเลือกในการลงทุนผ่อนคลายให้บุคคลรายย่อยที่มีสินทรัพย์ทางการเงิน 50 ล้านบาท ไม่เกิน 100 ล้านบาท ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ไม่ผ่านตัวแทนการลงทุนในประเทศวงเงินลงทุนไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ ต่อรายต่อปี


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon