แบตเตอรี่รถยนต์ก็สำคัญ

posted: 4 years ago
แบตเตอรี่รถยนต์ก็สำคัญ

comments

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ รถยนต์ เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ติดมากับรถยนต์ที่เราได้เลือกใช้ เพราะมันเปรียบเสมือนกับที่ที่ป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ และทำงานได้อย่างต่อเนื่องอย่างเช่น มอเตอร์สตาร์ท ระบบจุดระเบิด ระบบไฟส่องสว่าง วิทยุ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่ ไม่ใช่แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยตรงหากแต่ว่าเป็นเพียงแค่สถานที่เก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง เมื่อไดร์ชาร์จซึ่งเป็นแหล่งในการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่สามารถที่จะผลิตได้ทัน

หลักการทำงานของ แบตเตอรี่รถยนต์ ก็มีหลักการง่าย ๆ อย่างเช่น ถ้าหากในช่วงเวลากลางคืนอาจจะทำให้ไดร์ชาร์จทำงานไม่ทันรอบ หรือไม่ไหว ตัวของแบตเตอรี่ก็จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเหลือทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ทำงานได้สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเมื่อไดร์ชาร์จสามารถที่จะทำงานได้ครบรอบจนส่งผลให้ไฟฟ้าทำงานกลับมาเป็นปกติ ไฟที่ถูกผลิตเกินมานั้นก็จะถูกจัดเก็บไว้ในแบตเตอรี่ในทันที ขณะเดียวกันส่วนใหญ่แล้ว แบตเตอรี่รถยนต์ มักจะทำงานในช่วงเวลาของการสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น เพราะต้องไฟไปยังส่วนต่าง ๆ ของรถ แต่เมื่อรถติดแล้วระบบไดร์ชาร์จก็จะทำให้งานในทันที และเช่นเดียวกันถ้าหากผลิตขึ้นมาส่วนหนึ่งก็จะถูกบรรจุไว้ในแบตเตอรี่ และหมุนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามก็ยังมีสาเหตุที่แบตเตอรี่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบด้วยกัน 1 แบตเตอรี่รถยนต์นั้นไม่สามารถเก็บไฟได้ หรือหมดอายุในการใช้งาน 2 การทำงานของไดร์ชาร์จบกพร่อง ส่งผลให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าส่งเข้าสู่แบตเตอรี่ได้น้อยกว่าปกติ จนไม่พอต่อการใช้งาน

ประเภทของแบตเตอรี่รถยนต์

ปัจจุบัน แบตเตอรี่รถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกันแบบแห้ง และแบบเปียกโดยที่ทั้งสองแบบจะมีความแตกต่างที่สังเกตได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

แบบเปียก

แบตเตอรี่รถยนต์แบบแรก เป็นแบบที่ได้รับความนิยมสูงพอสมควรเพราะสามารถที่จะสังเกตเห็นได้จากรถยนต์เกือบที่จะทุกคันที่ใช้สไตล์นี้ แต่แบตเตอรี่แบบนี้สามารถที่จะแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะอย่างเช่น แบบที่ต้องเติม และการดูแลน้ำกลั่นอย่างน้อยต้องประมาณสัปดาห์ละครั้ง โดยทั้งสองแบบจะมีฝาเปิดปิดที่จะทำให้เติมน้ำกลั่นเข้าไปได้ ขณะเดียวกันทั้งสองแบบจะมีอายุประมาณ 1 – 2 ปี แต่ไม่ควรที่จะเกิน 3 ปี

อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของผู้ขับขี่ และการใช้งานเพราะถ้าหากมีการดูแลรักษาที่ดีก็อาจจะยืดอายุออกได้ช่วงระยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากถึงเวลาก็ควรที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้รถของเราสตาร์ทไม่ติดได้

แบบแห้ง

แบตเตอรี่รถยนต์แบบแห้ง เป็นแบบที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเติมน้ำกลั่นจึงส่งผลให้มีอายุการใช้งานอยู่ประมาณ 5 – 10 ปี จึงส่งผลให้มีราคาที่ค่อนข้างสูง โดยที่สามารถตรวจสอบระดับน้ำกรด และไฟที่ชาร์จได้จากตาแมวที่มาพร้อมกับตัวแบตเตอรี่

การเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ?

สำหรับการเปลี่ยนนั้นผู้ขับขี่ควรที่จะเปลี่ยนแบบที่เหมาะกับการใช้งานของรถตัวเอง อย่างเช่น ถ้าหากรถของเราไม่ได้มีการแต่งเติมเครื่องเสียง หรือส่วนต่าง ๆ เข้าไปใหม่ก็อาจจะเปลี่ยนลูกใหม่ที่อาจจะให้พลังงานมากกว่าเดิม เพราะอาจจะทำให้เปลืองโดยใช่เหตุ แต่ถ้ามีการเพิ่มเติมในส่วนที่กล่าวไว้ในข้างต้นก็สามารถที่จะเปลี่ยนขนาดแบตเตอรี่ได้ แต่ก็ควรที่จะตรวจสอบด้วยฐานแบตเตอรี่สามารถที่จะรองรับได้ดีหรือไม่ เพราะลูกใหม่ที่มีพลังงานสูงกว่าเดิม มักจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม ดังนั้นควรที่จะสังเกตด้วยว่าฐานนั้นสามารถที่จะรองรับแบตเตอรี่ได้หรือไม่

แบตเตอรี่รถยนต์ ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของรถยนต์เพราะไม่เช่นนั้นรถก็ไม่อาจจะใช้งานพลังงานไฟฟ้าต่าง ๆ ได้อย่างเช่น แอร์ไม่ทำงาน ระบบเครื่องเสียง รวมไปจนถึงระบบของการสตาร์ทรถ ดังนั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบสภาพรถของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะปัญหาส่วนใหญ่ของแบตเตอรี่รถยนต์ ถ้าไม่หมดอายุส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากระบบไดร์ชาร์จที่ทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าภายในรถ และคอยผลิตพลังงานสำรองเก็บไว้ในแบตเตอรี่ อย่างที่ได้อธิบายไว้ในข้างต้น

 


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon