แค่ลงทุนยังไม่เรียก ‘แผนการเงิน’

posted: 1 year ago
แค่ลงทุนยังไม่เรียก ‘แผนการเงิน’

comments

ถ้าเราพูดถึงความเข้าใจผิดอันดับต้นๆ ของคนที่เริ่มต้นวางแผนการเงิน ก็คือการคิดว่าการวางแผนการลงทุนคือการวางแผนการเงินแล้ว! ซึ่งในความเป็นจริงแผนการลงทุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “แผนการเงิน” เท่านั้น เพราะแผนการเงินมีหลากหลายมุมที่เราต้องให้ความสนใจเยอะมากกว่าแค่การลงทุนเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเรามาดูเรื่อง “แผนการเงิน” แบบองค์รวมหรือแบบสมบูรณ์เลยแผนการเงินจะประกอบไปด้วยแผนหลักดังต่อไปนี้

1. แผนบริการเงินสดหรือรายรับรายจ่าย (Cashflow Management)
2. แผนบริหารความเสี่ยงหรือแผนประกันภัย (Insurance Planning)
3. แผนเกษียณอายุ (Retirement Planning)
4. แผนการศึกษาบุตร (Education Planning)
5. แผนภาษี (Tax Planning)
6. แผนการลงทุน (Investment Planning)

7. แผนมรดก (Estate Planning)

People Working on Financial Planning

จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า “แผนการลงทุน” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “แผนการเงิน” เท่านั้นแล้วการที่เราสนใจเฉพาะเรื่องการลงทุนเท่านั้นจะทำให้ชีวิตเรายิ่งเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เราลองมาดูตัวอย่างกันว่าทำไมแผนการเงินถึงต้องมีหลากหลายมุมมากกว่าแผนการลงทุนเท่านั้น

ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เราวางแผนการลงทุนไว้อย่างดี มีการบริหารความเสี่ยงจัดทำ Asset Allocation วางแผน DCA รวมไปถึงอาจจะมีการใช้ตราสารอนุพันธ์มาช่วยบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม (ไว้โอกาสหน้าเราจะมาคุยเรื่องว่าทำไมตราสารอนุพันธ์จึงเป็นสินทรัพย์การลงทุนความเสี่ยงต่ำ!!) แล้วเราก็คำนวณหาผลตอบแทนคาดหวังรวมไปถึงความเสี่ยงแล้วอย่างดี

แต่พอมาวันหนึ่งเราเกิดโชคร้ายเจ็บป่วยขึ้นมา เช่น เกิดอุบัติเหตุหรือถ้าเลวร้ายก็อาจจะป่วยหนักเป็นโรคร้ายแรง ผลที่เกิดขึ้นก็คือเราอาจจะต้องถอนเงินเราออกมาจากพอร์ตการลงทุนที่เราจัดสรรไว้อย่างดี เพื่อนำเงินออกมารักษาตัวเราเอง อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่ลงทุนหรือเงินลงทุนอาจจะต้องหมดไปกับการรักษาตัวเอง แล้วถ้าโชคร้ายหน่อยอาจจะต้องกู้หนี้ยืมมารักษาตัวอีก



ทำให้เวลาที่เราทำแผนการเงินจริงๆ จึงมีแง่มุมอื่นๆ เข้ามาถ้าอย่างกรณีตัวอย่างก็คือการที่เราทำ แผนบริหารความเสี่ยงหรือแผนประกันภัยเข้ามาช่วยเช่นกัน นอกจากนั้นการวางแผนการทำประกันสุขภาพ ประกันสังคม หรือบริการ 30 บาทรักษาถูกโรคก็เป็นอีกตัวช่วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายกรณีเช่น เรากำลังจะเกษียณอายุปีหน้า แต่เราก็ยังลงทุนเสี่ยงสูงอยู่ ไม่ได้มีการปรับพอร์ตที่เหมาะสมตามช่วงอายุ แล้วสมมติการลงทุนเกิดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ปรับตัวลดลงมามากกว่า 50% พอเราเกษียณอายุโอกาสที่เราจะมีเงินเกษียณไม่พอก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นวิธีแก้ไขก็คือการที่เราวางแผน “เกษียณอายุ” โดยการแบ่งพอร์ตออกมาวางแผนแล้วจำกัดความเสี่ยงตามช่วงอายุก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ



การวางแผนการเงินจริงๆ จึงไม่ใช่แค่การลงทุน แต่เป็นการลงทุนที่ดูเป้าหมายของเราและลงทุนให้มีโอกาสถึงเป้าหมายได้มากที่สุดมากกว่า โดยพยายามป้องกันเหตุร้ายๆ ที่จะมาทำร้ายแผนการเงินของเราแล้วก็หาทางป้องกันให้ได้ดีที่สุด เพราะการลงทุนที่ไม่มีจุดหมายสุดท้ายเราอาจจะขาดทุนหรือเสียโอกาสกำไรไปอย่างน่าเสียดายก็เป็นไปได้เช่นกัน


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon