แผนภาษีดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

posted: 1 year ago
แผนภาษีดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

comments

เชื่อว่าจะต้องเป็นความคิดของใครหลายๆ คนแน่นอนว่าเรื่องของ “ภาษี” ไว้ปลายปีค่อยจัดการก็ได้ไม่สายไปหรอก แล้วพอปลายปีจะต้องมีบางคนประสบกับปัญหาจัดการไม่ทัน ไม่มีเงินไปซื้อพวกลดหย่อนต่างๆ LTF ก็ดี RMF ก็ดี รวมไปถึงพวกประกันชีวิตด้วย เพราะโดยธรรมชาติถ้าเราไม่มีการวางแผนจัดการให้ดีก่อน ส่วนใหญ่น่าจะเตรียมมาซื้อกันไม่ทันเพราะถ้าซื้อลดหย่อนเต็มเข้าจริงๆ LTF และ RMF อย่างละ 15% ก็รวมๆ เข้าไป 30% ของรายได้ต่อปี



แล้วถ้าเราไม่มีการจัดสรรเลย น้อยคนมากๆ ที่จะมีมาซื้อที่เดียว ยังไม่รวมประกันชีวิตอีก 100,000 บาทและอีก 200,000 บาทในส่วนของบำนาญอีก ดังนั้นเลยเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าเราไม่เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วจะมีเงินเพียงพอกับการซื้อลดหย่อนต่างๆ จริงๆ แล้วการวางแผนภาษีก็มีในมุมอื่นๆ นอกจากการซื้อลดหย่อนเพียงอย่างเดียวก็ต้องเตรียมเช่นกัน

แต่ปีหน้าเรื่องของภาษีจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามที่หลายๆ คนอาจจะรู้กันแล้วล่ะ วันนี้เรามาย้ำเตือนกันอีกทีเพื่อที่จะได้วางแผนได้ถูกต้องมากขึ้น ช่วงประมาณกลางๆปีที่แล้ว น่าจะเห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของ “ค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่าย” แล้วก็มีการปรับปรุงเรื่องฐานภาษีเล็กน้อย

Businessman get drowned because tax weight

อย่างแรกเลยเค้ามีปรับการหัก “ค่าใช้จ่าย” จากเดิมบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาทเป็น หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับรายได้ 40(1)+20(2)
แต่สำหรับใครที่มีรายได้ 40(3) ด้วยพวกค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ เนี่ยจากเดิม หักค่าใช้จ่ายได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาทเป็น หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เช่นเดียวกันกับ 40(1)+40(2) เลย
อย่างที่สอง “ค่าลดหย่อน” จากเดิมได้เท่ากับ 30,000 บาทปีนี้เค้าให้เป็น 60,000 บาท
อย่างที่สามเรื่อง “ฐานภาษี” ปกติแล้วฐานภาษีสูงสุดของบุคคลธรรมดาก็คือ เมื่อเรามีรายได้ตั้งแต่ 4,000,001 บาทขึ้นไป เราจะเสียบาทต่อไป 35% ทันที ทีนี้สรรพากรเค้าปรับให้เป็น 5,000,001 บาทถึงจะเสีย 35%

 

อย่างที่สี่ ส่วนตัวมองว่าควรปรับมานานมากแล้วเพราะเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องบุตร ไม่ใช่ 15,000 บาทหรือ 17,000 บาทสำหรับคนที่เรียนในประเทศแน่ๆ อยู่แล้ว เมื่อก่อนจำกัดจำนวนคนไม่เกิน 3 คนด้วย ปีนี้ปรับเป็น 30,000 บาทต่อคนและไม่จำกัดจำนวนด้วย ถือว่าดีขึ้นมากๆ แต่ส่วนตัวก็ว่ายังไม่เหมาะสมอยู่ดี

businessman lifting a heavy weight tax. Business concept
อย่างสุดท้าย ก็สำหรับคนที่มีคู่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายให้เรียบร้อยจากเดิมลดหย่อน สามี/ภรรยาได้ 30,000 บาทตอนนี้ปรับเป็น 60,000 บาทเป็นที่เรียบร้อย
พอเรารู้แบบนี้เราก็จะสามารถบริหารภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะจากเดิมถ้าเราเป็นคนโสดปกติทั่วๆไป ถ้าเรารายได้ ไม่ถึงเดือนละ 20,000 บาทก็จะเป็นที่รู้กันว่ายังไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด คำนวณมาจาก 20,000 x 12 เดือน = 240,000 บาท แล้วทีเนี้ยเมื่อก่อนก็จะหัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ 60,000 บาท รวมกับค่าลดหย่อนอีก 30,000 บาท รวมเป็น 90,000 บาท ดังนั้นรายได้สุทธิของเราก็จะเท่ากับ 150,000 บาท (240,000 – 90,000) แล้วฐานภาษีตั้งแต่ 0 – 150,000 บาท จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี


แต่ถ้าปีนี้ ค่าใช่จ่ายส่วนตัว + ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมเป็น 160,000 จากเดิม 90,000 บาท นั่นหมายความว่าคนที่มีเงินได้ 25,833 บาทก็ยังไม่ต้องเสียภาษีเรียกได้ว่าปีนี้ก็เป็นการปรับที่จะช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลงนั่นเอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องทีดีเหมือนกัน การวางแผนก่อนเป็นเรื่องที่ดีมาก ส่วนตัวมองเห็นแต่ข้อดีทั้งนั้นไม่มีข้อเสียเลย เมื่อรู้กันแบบนี้แล้วอย่าลืมวางแผนกันตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วลองเดินตามแผนที่เราวางไว้ดูกัน ถือว่าเพิ่มเป็น New Year’s Resolution ของตัวเราอีกสักข้อก็ไม่เลวเหมือนกัน


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon