ทำอย่างไร? เมื่อ แม่ไม่ปล่อย จะใส่เกียร์ถอยหรือลุยเลยดี!

posted: 1 year ago
ทำอย่างไร? เมื่อ แม่ไม่ปล่อย จะใส่เกียร์ถอยหรือลุยเลยดี!

comments

เมื่อถึงวัยที่สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงอยากออกไป แตะขอบฟ้า เผชิญโลกภายนอกอย่างที่ตัวเองต้องการ แต่ด้วยความที่ แม่ไม่ปล่อย ทำยังไงก็ไม่ยอม ไม่ว่าคุณจะโตแค่ไหน แม่ก็ยังทำเหมือนว่า ‘คุณเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ’ แล้วทำยังไงกันดีถ้าเจอเหตุการณ์คุณแม่ไม่ยอมปล่อยแบบนี้ งานนี้ควรจะใส่เกียร์ถอยคอยตามใจคุณแม่ หรือจะเลือกลุยเลยเพื่ออิสระภาพของเราดี?


ความเชื่อใจเป็นใบเบิกทาง

แม่ไม่ปล่อย
สร้างความเชื่อใจเป็นใบเบิกทาง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แม่ไม่ปล่อย นั้น มาจากพฤติกรรมของตัวคุณเอง ถ้าไม่เคยเกเรนอกลู่นอกทางจนทำให้คุณแม่ไม่ไว้ใจ ยังไงซะเมื่อถึงเวลาที่ท่านเชื่อว่าคุณดูแลตัวเองได้ ท่านคงสบายใจพอที่จะปล่อยให้คุณใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง แต่ถ้าหากคุณเป็นเด็กดีมาโดยตลอด แต่คุณแม่ก็ยังคงหวงเหมือนไข่ในหิน เห็นทีคุณต้องสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้นแล้วล่ะ เช่น การรักษาคำพูด การตรงต่อเวลา หรือการซื่อสัตย์ต่อตนเองและคนอื่น เป็นต้น

 

ทำให้รู้ว่าดูแลตัวเองได้

แม่ไม่ปล่อย
ทำให้แม่รู้ว่าดูแลตัวเองได้แล้วจริงๆ

นอกจากการสร้างความเชื่อใจว่าคุณจะไม่ทำอะไรไม่ดีแล้ว การทำให้ท่านเข้าใจว่า ‘คุณสามารถดูแลตัวเองได้’ ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้ท่านสบายใจขึ้นเมื่อยามที่คุณอยู่ห่างไกล หรือต้องทำอะไรเวลาที่ท่านไม่อยู่ แต่ยังไงก็อย่าลืมนะว่า ต่อให้คุณพยายามทำตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่มากขนาดไหน ในสายตาของคุณแม่ยังไงท่านก็ยังมองว่าคุณ คือ เด็กน้อยคนเดิมของท่านเสมอ

 

สร้างข้อตกลงร่วมกัน

แม่ไม่ปล่อย
พยายามสร้างข้อตกลงร่วมกัน บางเรื่องที่ควรถาม ก็ต้องถาม

เรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งที่คุณควรถามหากข้องใจ หรือสงสัยมากจริงๆ การที่อายุมากแล้วแต่คุณแม่ไม่ยอมปล่อยเลยนั้น จัดอยู่ในหมวด ‘เรื่องที่ควรถาม’ ด้วยเช่นกัน คุณอาจเข้าใจว่าท่านแค่เป็นห่วงคุณมากเกินไป แต่จริงๆ แล้วในความคิดของผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผ่านโลกมาก่อน ท่านอาจมีมุมมองอื่นที่ไม่ได้บอกคุณก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณควรคุยกับท่าน และสร้างข้อตกลงร่วมกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณต้องการไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ คุณก็ขออนุญาตท่านตรงๆ บอกให้ท่านฟังว่าไปกับใคร ไปกี่คน ไปที่ไหน ไปอย่างไร แล้วคอยโทรบอกท่านเรื่อยๆ เพื่อความสบายใจ หรือไม่ก็สร้างข้อตกลงกันว่า คุณขอไปเที่ยวครั้งนี้แล้วจะไม่ไปไหนอีกเลยสักพัก เป็นต้น วิธีนี้นอกจากจะสร้างข้อตกลงกับคุณแม่ได้แล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้ท่านเห็นอีกด้วย ว่าคุณสามารถดูแลตัวเองได้ แถมยังเป็นการเพิ่มความเชื่อใจให้กับท่านได้อีกด้วย

 

ทำความเข้าใจและรอคอยเวลา

แม่ไม่ปล่อย
ทำความเข้าใจและรอคอยเวลา

ถ้าการเปลี่ยนความคิดของผู้ใหญ่ในบ้านเป็นเรื่องยากแล้วล่ะก็ งั้นลองเปลี่ยนมุมมองกับทัศนคติของตัวคุณเองดูไหม? อาจจะง่ายกว่า อย่าไปมองว่าคนอื่นๆ ที่บ้านเขาปล่อยกันหมดแล้ว ทำไมแม่เราถึงยังไม่ยอมปล่อยสักที ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจนะว่า แต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวต่างมีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะให้คุณแม่ของคุณ เหมือนกับคุณแม่คนอื่นนั้นก็คงเป็นเรื่องยาก การทำความเข้าใจกับท่าน สร้างความไว้ใจ และรอคอยเวลาที่เหมาะสม อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ได้นะ

 

อย่าหนี!

แม่ไม่ปล่อย
การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ดี

เข้าใจว่าบางครั้งการอยู่ในกรอบแน่นๆ ก็สร้างความอึดอัดไม่สบายตัว ไม่สบายใจ จนอยากจะฉีกกรอบแล้วหนีไป! หากคุณกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ขอบอกว่า ‘หยุดก่อน’  การหนีไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่เป็นแค่การหนีปัญหาเท่านั้น ยิ่งคุณหนีท่านไปไกลเท่าไร ความรู้สึกผิดจะยิ่งถาโถมใส่คุณมากเท่านั้น จริงอยู่ว่าคุณอาจได้มีความสุขในเส้นทางที่คุณเลือก แต่นั่นคือ ความสุขที่แลกมาด้วย ความเศร้า ความผิดหวัง และความเสียใจของผู้หญิงคนหนึ่งเลยนะ การใช้ชีวิตแบบนั้น คือ สิ่งที่เรียกว่า ‘ความสุข’ จริงๆ หรอ?

 

คำตอบสำหรับคำถาม แม่ไม่ปล่อย ควรใส่เกียร์ถอยหรือลุยไปเลยดี? นั้น เป็นเรื่องที่ ‘ตัวคุณเอง’ จะตอบได้ดีที่สุด (^v^)


avatar
by ...Love Scenes...
เพราะ 'ความรัก' คือ ฉากหนึ่งของชีวิต...(^3^)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon