รู้จักกับ ‘แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม’ อัจฉริยะเท่านั้น ถึงจะเป็น!

posted: 2 years ago
10,975 views
รู้จักกับ ‘แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม’  อัจฉริยะเท่านั้น ถึงจะเป็น!

comments

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจตามติดโลกออนไลน์ ก็คงจะคุ้นเคยกับกระทู้ล่าสุดของพันทิป ที่พูดถึงโรคชื่อแปลกอย่าง ‘แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม’ กันอย่างแน่นอน ว่าแต่โรคที่ว่านี่ คือโรคอะไรกันนะ?  วันนี้เราจะไปรู้จักกันให้มากขึ้น กับ แอสเพอร์เกอร์ ที่เขาว่ากันว่า อัจฉริยะเท่านั้นถึงจะเป็นได้!

แอสเพอร์เกอร์คืออะไร ?

แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger Syndrome) ถูกค้นพบใน ปี ค.ศ.1934 เป็นโรคที่มีความผิดปกติของพัฒนาการด้านสังคม และการสื่อสาร จัดอยู่ในกลุ่มโรคพัฒนาการบกพร่องอย่างรุนแรงในเด็ก (Pervasive Developmental Disorders หรือ PDDs) โดยจะแสดงอาการออกมาให้เห็นตั้งแต่เล็กๆ

พ่อแม่อาจสังเกตพบว่า ลูกมีพฤติกรรมแปลกจากเด็กทั่วไป เช่น ชอบเล่นของเล่นซ้ำๆ นั่งนิ่งๆ ไม่สบตา ชอบทำกิจกรรมเดิมๆ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์โต้ตอบ ไม่สามารถเรียนรู้ที่จะแสดงความรักหรือความพึงพอใจได้ แต่เด็กที่เป็นแอสเพอร์เกอร์นั้น ยังคงพูดคุยได้เหมือนคนปกติ และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เกี่ยวกับร่างกายเลย

Tired exhausted lazy little girl lying on sofa at home. Sleepy kid resting relaxing on couch.
แอสเพอร์เกอร์มักถูกเข้าใจผิดว่าคือโรคเดียวกับออสทีสติก ซึ่งแท้จริงแล้วแตกต่างกัน

ด้วยเหตุนี้ ในอดีต แอสเพอร์เกอร์จึงถูกเข้าใจผิดว่าคือโรคเดียวกับออทิสติก (หลายคนมักเข้าใจว่า เป็นออทิสติกที่มีศักยภาพสูงกว่า) ซึ่งแท้จริงแล้วแตกต่างกัน เพราะในขณะที่ ออทิสติก เด็กจะมีปัญหาเรื่องการพูด รวมทั้งอาการผิดปกติอย่างอื่นที่รุนแรง  แต่เด็กแอสเพอร์เกอร์สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน ตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านี้จะมีพรสวรรค์พิเศษในบางด้านมาทดแทน เช่น ความสามารถในการจำ, ความสามารถทางการคำนวณ, ความสามารถเชิงวิทยาศาสตร์ หรือความสามารถเชิงตรรกะ  ดังนั้นปัญหาสำคัญของแอสเพอร์เกอร์ก็คือ การปฏิสัมพันธ์กับสังคมและบุคคลภายนอกเสียมากกว่า

สาเหตุเกิดจากอะไรกันนะ ?

แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม เกิดจากการทำงานของสมองบางตำแหน่งผิดปกติ แต่ยังหาสาเหตุที่ทำให้สมองทำงานผิดปกติไม่ได้ว่า เป็นเพราะอะไร แม้ว่าจะมีงานวิจัยออกมาหลายชิ้น แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า น่าจะเกิดความบกพร่องของสารพันธุกรรม แต่ก็ยังบอกไม่ได้อีกเช่นเดิมว่าเกิดจากการถ่ายทอดจากรุ่นต่อรุ่น จนค่อยๆ สะสมความผิดปกติมาจนแสดงออกในรุ่นลูกหลาน หรือว่าเป็นการกลายพันธุ์ของยีน ซึ่งในส่วนนี้ยังต้องศึกษาวิจัยต่อไป  ขณะที่อีกความเชื่อหนึ่งก็คือ น่าจะเกิดจากสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดอีกเช่นกัน

แอสเพอร์เกอร์เพิ่งถูกค้นพบ และถือให้เป็นอีกหนึ่งโรคแยกจากออทิสติกโดยเฉพาะ หลังพบว่ามีความแตกต่างกัน
แอสเพอร์เกอร์เพิ่งถูกค้นพบ และถือให้เป็นอีกหนึ่งโรคแยกจากออทิสติกโดยเฉพาะ หลังพบว่ามีความแตกต่างกัน

เนื่องจากเป็นโรคที่เพิ่งค้นพบในทศวรรษที่ 19 จึงทำให้โรคนี้ยังคงแปลกใหม่ในสายตาของคนทั่วไป รวมถึงบางแห่งยังไม่มีข้อมูลที่ละเอียด จึงทำให้บ่อยครั้ง แอสเพอร์เกอร์ถูกวินิจฉัยเป็น ออทิสติก หรือสมาธิสั้นแทน

เช็กอาการกันสักนิด แบบไหนคือ แอสเพอร์เกอร์ ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า แอสเพอร์เกอร์นั้น ผู้ป่วยส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไป โดยอาการจะเริ่มต้นแสดงออกตั้งแต่เด็กอายุได้ 5 – 9 ขวบ ซึ่งส่วนมากแสดงออกมาทางพฤติกรรมการเข้าสังคม โดยแบ่งทั้งหมดเป็น 3 ด้าน ดังนี้

1.ด้านภาษา

  • เด็กที่ป่วยโรคนี้สามารถใช้ภาษาสื่อสารกับคนได้รู้เรื่องเหมือนเด็กปกติ แต่จะมีปัญหาไม่เข้าใจกับเรื่องที่จะพูด โดยเฉพาะคำพูดที่กำกวม มุกตลก คำเปรียบเปรย คำประชดประชัน เสียดสี เขาจะไม่เข้าใจ โดยผู้ป่วยโรคนี้ต้องการใช้คำตรงๆ สื่อสารตรงๆ อย่างไม่มีการอ้อมค้อม
  • มักจะพูดเรื่องของตัวเองมากกว่าเรื่องอื่นๆ ชอบพูดเรื่องซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ ด้วยคำพูดเหมือนเดิม
  • มีปัญหาเมื่อต้องใช้ทักษะการอ่าน คณิตศาสตร์ หรือการเขียน
  • ไม่รู้จักการทักทาย อยากถามอะไรก็จะโพล่งออกมาเลย จะถามเรื่องที่สนใจโดยไม่เสียเวลา และไม่มีเกริ่นนำ ที่มาที่ไป (ซึ่งหลายๆ ครั้ง เด็กจะถูกต่อว่าว่าไม่มีมารยาท หรือไม่มีกาลเทศะ)
mother and her daughter quarreled
ผู้ป่วยเป็นแอสเพอร์เกอร์ จะมีปัญหาในการเข้าสังคม หรือปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

2.ด้านสังคม

  • ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่สนใจบุคคลรอบข้าง
  • เข้ากับเด็กอื่น หรือคนอื่นไม่ค่อยได้
  • มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับคนอื่นอย่างไม่เหมาะสมกับวัย ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่มีมารยาท
  • เวลาพูดคุยจะไม่ค่อยมองหน้า ไม่ยอมสบตา
  • ไม่แสดงความอยากเข้าร่วมสนุก ร่วมทำสิ่งที่สนใจ หรือร่วมงานให้เกิดความสำเร็จกับคนอื่น ๆ
  • ไม่มีอารมณ์หรือสัมพันธภาพตอบสนองกับสังคม
  • บางรายมีพฤติกรรมสุดโต่ง และมีความอ่อนไหวมาก

3.ด้านพฤติกรรม

  • ชอบทำอะไรซ้ำๆ หมกมุ่น สนใจมากกับเรื่องที่เขาชอบ โดยเฉพาะกับเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น แผนที่โลก, วงจรไฟฟ้า, ยี่ห้อรถยนต์, โลโก้สินค้า, ดนตรีคลาสสิก, ไดโนเสาร์, ระบบสุริยจักรวาล, ธงชาติประเทศต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากเด็กกลุ่มนี้สนใจในเรื่องใดแล้วจะรู้ลึก รู้จริง และมีความสามารถสูงมาก
  • เปลี่ยนความสนใจได้ง่าย ในบางรายมีความไวต่อสิ่งเร้าที่มาจากภายนอกค่อนข้างมากกว่าคนทั่วไป สมาธิสั้น
  • ท่วงท่าการเดิน การเคลื่อนไหวของร่างกายดูงุ่มง่าม หรือไม่คล่องตัว
  • อาจพูดหรือมีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมาะสม เช่น กินข้าวร้านนี้แล้วมันไม่อร่อย ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ก็อาจจะพูดดังๆ ขึ้นมาตรงนั้นเลยว่า “ข้าวร้านนี้ไม่อร่อย” ทำให้ผิวเผินดูเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ
Sad little boy sitting against the wall in despair. In his hands he holds an old friend teddy bear
บางครั้ง เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถเข้าสังคมได้ จึงเลือกที่จะปลีกวิเวก และไม่เข้าสังคมมากกว่าเดิม

และเนื่องจากผู้ป่วยเป็นแอสเพอร์เกอร์จะไม่สามารถเข้าใจถึงความรู้สึก ความต้องการของผู้อื่น จึงพูดแต่ในแง่มุมของตัวเองเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ลักษณะการพูดคุยสื่อสารทางสังคมแบบโต้ตอบที่มีลักษณะถ้อยที ถ้อยอาศัย และมักมีการดำเนินกิจวัตรประจำวันรูปแบบเดิมซ้ำๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

หากมีการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างไปจากเดิม จะเกิดความเครียดขึ้นทันที ซึ่งบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นหงุดหงิด โกรธ อาละวาดได้ รวมถึงหากมีพฤติกรรมดังกล่าวในวัยเด็ก อาจยิ่งทำให้แตกแยกจากกลุ่มเด็กในวัยเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเนื่องจากไม่เข้าใจในความรู้สึก คำพูดของคนรอบข้าง จนทำให้ถูกรังแก อันเป็นที่มาของการปลีกวิเวกยิ่งกว่าเดิม ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผู้เป็นโรคนี้ยังต้องการสังคมอยู่เช่นเดิม เพียงแค่ไม่รู้จักวิธีเข้าหาเท่านั้น

และนอกจากนี้ ผู้ป่วยแอสเพอร์เกอร์ยังสามารถพบอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การมีพฤติกรรมก้าวร้าว, ทำร้ายตัวเอง, ย้ำคิดย้ำทำ, อารมณ์ซึมเศร้า, วิตกกังวล ได้อีกด้วย

โรคที่อัจฉริยะเท่านั้น ถึงจะเป็น

ด้วยความที่สูญเสียปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง หรือขาดการเข้าใจในเรื่องการเข้าสังคม จึงทำให้พวกเขาได้พรสวรรค์บางอย่างมาทดแทน โดยเฉพาะเมื่อสนใจเรื่องใด จะเรียนรู้ได้ไว รู้ลึก รู้รายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างดี บางรายอาจพยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง และบางรายอาจเริ่มต้นการศึกษา ทดลอง เพื่อค้นหาทฤษฎีต่างๆ ในเรื่องที่ตนเองสนใจขึ้นมาได้

ดั่งรายงานการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์และมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ที่ต่างออกมาเปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก 2 คน อย่าง  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และ เซอร์ไอแซค นิวตัน อาจป่วยเป็น แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม โดยในงานวิจัยชิ้นนี้อ้างถึงพฤติกรรมของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสอง ที่สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วยโรคแอสเพอร์เกอร์ ว่า

image007
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่มีผู้วิจัย และคาดว่า เขาอาจเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์
  •  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ตอนสมัยเด็กๆ เป็นเด็กที่ค่อนข้างโดดเดี่ยว และมีอาการพูดซ้ำๆ แต่ก็หายป็นปกติตอนอายุได้ 7 ขวบ และมาผูกโยงเข้ากับเรื่องการสื่อภาษาที่สับสน เข้าใจยาก โดยเฉพาะการบรรยายในห้องเรียนที่ไอน์สไตน์รับผิดชอบสอนอยู่ในมหาวิทยาลัย 3-4 แห่ง
isaac newton
เซอร์ ไอแซค นิวตัน หนึ่งในอัจฉริยะที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์เช่นกัน
  • ส่วน เซอร์ ไอแซค นิวตัน นั้น โดนข้อหาว่าป่วยเป็นแอสเพอร์เกอร์ ก็เพราะเขาหมกมุ่นกับงานมากเกินไป มีเพื่อนน้อย และไม่ค่อยพูดคุยกับใคร รวมทั้งมีอาการประสาทและหวาดระแวงคุกคามเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต

แม้ว่ารายงานชิ้นนี้จะมาจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างอ๊อกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์ แต่ก็มีผู้ไม่เห็นด้วย อย่าง ดร.เกลน อีเลียต นักจิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ก็มีความเห็นแย้งในประเด็นนี้

ไม่ว่าผลการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดจะเป็นจริงหรือไม่ หรือข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้ และยังคงต้องศึกษากันต่อไป

รับมือดูแล กับผู้ป่วยโรคแอสเพอร์เกอร์

ในส่วนของกลุ่มอาการโรคแอสเพอร์เกอร์นั้น ครอบครัวถือเป็นคนสำคัญที่จะช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ได้ รวมทั้งคนในสังคมก็มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการให้ความรัก และความเข้าใจ  นอกจากนี้ ควรให้แพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยการตรวจร่างกาย ระบบประสาท พัฒนาการ สภาพจิต เพื่อประเมินและหาแนวทางช่วยเหลือ

แอสเพอร์เกอร์ หากสามารถรู้ถึงจุดแข็ง แล้วต่อยอด พัฒนาอย่างเข้าใจ ก็สามารถเป็นอัจฉริยะได้ไม่ยาก
แอสเพอร์เกอร์ หากสามารถรู้ถึงจุดแข็ง แล้วต่อยอด พัฒนาอย่างเข้าใจ ก็สามารถเป็นอัจฉริยะได้ไม่ยาก

การช่วยเหลือ ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ ด้านพัฒนาการทางสังคมจะต้องสอนทักษะการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน สอนวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่พบบ่อยและเป็นปัญหา การช่วยสอนให้รับรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร รวมถึงการสอนให้มีการประเมินพฤติกรรมของตนเองว่าเหมาะสมเพียงใด และสอนให้เข้าใจความเกี่ยวโยงของสถานการณ์กับความรู้สึกด้วย

เพราะอาการแอสเพอร์เกอร์ ถ้าหากได้รับความเข้าใจ การรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำให้เขาอยู่ร่วมสังคมได้อย่างสงบสุข และเข้าสังคมได้ไม่แตกต่างไปจากคนทั่วไป


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon