ครม. ไฟเขียว โครงสร้างภาษีเงินได้ใหม่ งานนี้ ใครได้ ใครเสีย?

posted: 2 years ago
ครม. ไฟเขียว โครงสร้างภาษีเงินได้ใหม่ งานนี้ ใครได้ ใครเสีย?

comments

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เพิ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 และจะถูกบังคับใช้ในปีภาษี 2560 (ยื่นแบบภาษีในปี 2561) กำลังเป็นที่จับตามองของเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เนื่องจาก โครงสร้างใหม่มีการระบุว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจในโครงสร้างภาษีใหม่และใครจะได้ใครจะเสียผลประโยชน์ วันนี้ Daily Rabbit มีข้อมูลมาให้ดูกัน

ภาพข่าวจาก Nation TV
ภาพข่าวจาก Nation TV

โครงสร้างภาษีใหม่ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

1. ปรับปรุงเกณฑ์เงินได้ที่ต้องใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี

  • ผู้มีรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว (ประเภทที่ 1 ) จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้เกิน 50,000 บาท เป็นต้องมีเงินได้เกิน 100,000 บาท แต่หากมีคู่สมรส จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้รวมกันเกิน 100,000 บาท เป็นต้องมีเงินได้รวมกันเกิน200,000 บาท
  • ผู้มีรายได้ทั้งจากการจ้างงานและรายได้จากทางอื่น (ประเภทที่ 2 ) จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้เกิน 30,000 บาท เป็นต้องมีเงินได้เกิน 60,000 บาท แต่หากผู้มีเงินได้มีคู่สมรส จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้รวมกันเกิน 60,000 บาทเป็นต้องมีเงินได้รวมกันเกิน 120,000 บาท
  • ผู้มีรายได้จากมรดก จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้เกิน 30,000 บาทเป็นต้องมีเงินได้เกิน 60,000 บาท
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล จากเดิมต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีเงินได้เกิน 30,000 บาทเป็นต้องมีเงินได้เกิน 60,000 บาท

2. ปรับปรุงช่วงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมมีรายได้สุทธิ 4,000,001 บาทขึ้นไปต้องเสียภาษี 35% ปรับเป็นต้องมีรายได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป ทั้งนี้การโดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยังคงสามารถใช้ต่อไป ทำให้อัตราภาษีตามขั้นเงินได้มีดังนี้

  • รายได้สุทธิ 0-150,000 บาท ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีตามเดิม
  • รายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท เสียภาษี 5%
  • รายได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10%
  • รายได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท เสียภาษี 15%
  • รายได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20%
  • รายได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท เสียภาษี 25%
  • รายได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท เสียภาษี 30%
  • รายได้สุทธิ 5,000,001 บาท ขึ้นไป เสียภาษี  35%

3. ปรับปรุงการหักค่าลดหย่อน

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส(ที่ไม่มีรายได้)จากเดิม 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท
  • ในกรณีที่คู่สมรสมีรายได้ทั้ง 2 คน หักลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 120,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตรจากเดิมคนละ 15,000 บาท และจำกัดจำนวนไม่เกิน 3 คน เป็นคนละ 30,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร แต่ยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร จากเดิมที่ให้หักลดหย่อน 2,000 บาท/คน
  • ค่าลดหย่อนกองมรดกจากเดิมให้หักลดหย่อนได้ 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล จากเดิมให้หักลดหย่อนแก่หุ้นส่วนคนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท เป็นคนละ 60,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาท

4. การหักค่าใช้จ่าย

  • การหักค่าใช้จ่ายของเงินเดือนตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(1)(2) (ค่าจ้าง ค่านายหน้า ฯลฯ) จากเดิมหักได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เป็น 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • การหักค่าใช้จ่ายตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(3) จากเดิมหักได้เฉพาะค่าลิขสิทธิ์ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เพิ่มให้หักค่ากู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ และสิทธิอย่างอื่นได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ภาพข่าวโดย: Nation TV
ภาพข่าวโดย: Nation TV

อัตราภาษีใหม่ ใครได้ประโยชน์

  1. ผู้ที่มีรายได้แต่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี และคนที่มีรายได้ประเภทอื่นที่ไม่เกิน 60,000 ต่อปี ที่ไม่ต้องเสียเวลามายื่นแบบแสดงแสดงรายการภาษีอีกต่อไป
  2. ผู้ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 310,000 บาท (คิดเป็นเงินเดือนประมาณ 25,833 บาท) จะได้รับสิทธิ์ไม่ต้องเสียภาษี จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายและการลดหย่อน
  3. ผู้ที่มีรายได้และต้องเสียภาษี จะได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเพิ่มมากขึ้น ทั้งการลดหย่อนภาษีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ และลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตรได้โดยไม่จำกัดจำนวนบุตรอีกด้วย
  4. ผู้ที่มีรายได้สุทธิเกิน 4,000,000 บาทแต่ไม่ถึง 5,000,000 บาท ที่จากเดิมต้องเสียภาษี 35% ลดลงมาเหลือเพียงแต่ 30% เท่ากับว่าคนกลุ่มนี้สามารถลดภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาทต่อปี (1,000,000 x 5%)
ภาพข่าวโดย: Nation TV
ภาพข่าวโดย: Nation TV

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี 

แน่นอนว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับโครงสร้างภาษีคือรัฐบาล โดยทำให้รัฐสูญเสียรายได้ถึง 32,000 ล้านบาท ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้ระบุว่าปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและตั้งใจให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน โครงสร้างภาษีใหม่จะช่วยบรรเทาภาระภาษีให้แก่ประชาชน ทำให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายเหลือเงินสำหรับใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ส่วนรายได้ที่หายไปนั้น รัฐบาลคงต้องหาทางออกที่จะหารายได้มาชดเชยกับรายได้ส่วนนี้ โดยมีการคาดการณ์กันว่า อาจจะมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มขึ้น แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องรอดูกันต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Bugnoms

 

 

 

 


avatar
by pajaree

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon