“แค่ขาวก็ชนะ” จริงหรือ? กับ โฆษณา สีผิวของไทยดังไกลถึงต่างชาติ

posted: 2 years ago
1,924 views
“แค่ขาวก็ชนะ” จริงหรือ? กับ โฆษณา สีผิวของไทยดังไกลถึงต่างชาติ

comments

feature

อีกหนึ่งประเด็นเผ็ดร้อนบนโลกโซเชี่ยล เมื่อโฆษณาอาหารเสริมเพื่อผิวขาวของแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีแบรนด์หนึ่ง ที่มีคอนเซ็ปว่า “แค่ขาวก็ชนะ” โดยมี คริส หอวัง ร่วมแสดง นั้น โดนวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อ โฆษณา ดังกล่าวเป็นไปในเชิงของการเหยียดสีผิว !

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 19 ภาพโฆษณาไอเดียเจ๋งๆ ที่แฝงไปด้วยความแยบยลบาร์บี้ใช้เด็กผู้ชายลงโฆษณาเป็นครั้งแรก ในรอบ 56 ปี!!

Viriyah Insurance

 

โฆษณาดังกล่าว ที่ดังไกลถึง CNN
การกระจายข่าวของ CNN ทำให้ผู้คนวิพากวิจารณ์เป็นวงกว้างมากขึ้น

1. ฉาวไกลถึง CNN

เรื่องนี้ไม่ได้ดังแค่ในระดับไทยเท่านั้น แต่ยังฉาวไกลถึง CNN โดยระบุว่า โฆษณาผลิตภัณฑ์ด้านความงามชิ้นใหม่ของไทย ที่อ้างว่าการมีผิวขาวคือกุญแจสู่ความสำเร็จ กำลังถูกกระแสวิจารณ์สนั่นไปทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อออนไลน์ ที่ผู้คนต่างออกมาตำหนิว่านำไปสู่การแบ่งชนชั้น และปลูกฝังความคิดแย่ๆ แก่คนในสังคม

นอกจากนี้ ถึงแม้ CNN จะพยายามติดต่อเจ้าของแบรนด์โฆษณาเพื่อสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ แถมยังกล่าวซ้ำเข้าไปอีกว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โฆษณาของไทยถูกโจมตีเรื่องการเหยียดผิวอีกด้วย

 

เมญ่า คืออีกหนึง่คนดังที่ออกตัวแรงเวอร์ ในการฉะโฆษณาดังกล่าว
เมญ่า คืออีกหนึ่งคนดังที่ออกตัวแรงเวอร์ ในการฉะโฆษณาดังกล่าว

2. กระแสตีกลับอย่างรุนแรง

ดูเหมือนว่าครั้งนี้ทางแบรนด์เจ้าของโฆษณาจะพลาดท่าอย่างรุนแรง เมื่อโฆษณาดังกล่าว ถึงแม้จะดังแต่ก็ไม่ปัง แถมแป้กมาก ซ้ำยังโดนวิจารณ์ตอกกลับยับจากทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นดารานักแสดง นักวิชาการ สำนักข่าว ทั้งหลายต่างออกมาพูดถึงในแง่ลบทั้งสิ้น โดยเฉพาะทางต่างประเทศ ที่ตำหนิอย่างรุนแรงในเรื่องการการเหยียดสีผิว ทั้งๆ ที่ทั่วโลกต่างรณรงค์และต่อต้านค่านิยมนี้ รวมถึงในไทย ชาวเน็ตทั้งหลายให้ความเห็นว่า มันคือค่านิยมที่บิดเบี้ยว สร้างตรรกะแปลกๆ ให้ความสวยของไทย

เมื่อกระแสตีกลับแรงซะขนาดนี้ ทำให้แบรนด์เจ้าของโฆษณานี้ ต้องออกหนังสือเพื่อขอโทษและถอนโฆษณานี้ออกทันที

 

Dhiphaya Insurance

 

3. ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ของโฆษณาสีผิว

ต้องยอมรับว่า โฆษณาในเชิงที่มีเรื่องสีผิวเข้ามาเกี่ยวข้อง มีอยู่ในไทยค่อนข้างมาก และกระแสโฆษณาที่โดนวิจารณ์เละในแง่ลบนั้น ก็ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาโดนัทสีดำ โฆษณาครีมที่ประกวดได้เงินรางวัลผิวขาวใส หรือเครื่องดื่มเพื่อที่นั่งสำหรับคนผิวขาว  

ซึ่งโฆษณาเหล่านี้ ล้วนถูกกระแสตีกลับ เกิดเป็นภายลักษณ์ลบๆ ในสังคมไทย นี่ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนให้บรรดาแบรนด์สินค้าอื่นๆ ได้ศึกษากันว่า ควรนำเสนอสินค้าอย่างไร เพื่อไม่ให้ตกเป็นกระแสสังคมในแง่ลบเช่นนี้

โฆษณาอีกหนึ่งที่ถุกวิจารณ์ยับ ที่นั่งสำหรับคนขาว
โฆษณาอีกหนึ่งที่ถุกวิจารณ์ยับ ที่นั่งสำหรับคนขาว

 

โฆษณาแจกเงินทุนการศึกษา สำหรับคนผิวขาวใส
โฆษณาแจกเงินทุนการศึกษา สำหรับคนผิวขาวใส

 

โฆษณาโดนัท เพ้นท์หน้าตามแบบสีของโดนัทที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก
โฆษณาโดนัท เพ้นท์หน้าตามแบบสีของโดนัทที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก

 

4. กระแสต้านการเหยียด ไม่ใช่แค่เรื่องโฆษณา

ในปัจจุบัน ดูเหมือนกระแสการปลุกให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองนั้นจะมีเพิ่มสูงขึ้น ต่างจากเมื่อสมัยก่อน ดาราหลายคน หรือแม้กระทั่งสื่อต่างๆ ก็ให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงกระแสการต่อต้านในเรื่องความเสมอภาคทางรูปร่าง หน้าตา สีผิว ก็มีมากขึ้น หลายคนมองว่าการล้อเลียนเป็นเรื่องที่ล้าสมัยและเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ! จะเห็นได้ชัดว่า สื่อบันเทิงเริ่มลดบทบาทของการล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา และสีผิวที่น้อยลงมาก เมื่อเทียบกับสมัยก่อน !

ในต่างประเทศนั้น ต่างรณรงค์ในเรื่องของการเหยียดสีผิวค่อนข้างมาก
ในต่างประเทศนั้น ต่างรณรงค์ในเรื่องของการเหยียดสีผิวค่อนข้างมาก

 


ทุกคนล้วนมีดี ไม่ว่าจะสีผิว รูปร่าง หรือหน้าตาเป็นเช่นไร  จงภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และหวังว่านี่คืออีกหนึ่งบทเรียนล้ำค่าสำหรับโฆษณาไทยในครั้งต่อไป


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon