เตือน! เตรียมรับมือกับ หมอกควันพิษ ในวันพรุ่งนี้ มาเช็คคุณภาพอากาศป้องกันปอดของคุณ

posted: 9 months ago
เตือน! เตรียมรับมือกับ หมอกควันพิษ ในวันพรุ่งนี้ มาเช็คคุณภาพอากาศป้องกันปอดของคุณ

comments

“หมอกจางๆ และควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้ อยากจะถามดู ว่าเธอเป็นอย่างหมอกหรือควัน” ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวกรุงฯ อาจต้องร้องเพลงนี้ถี่กันสักหน่อย เพราะเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ของเราปกคลุมไปด้วยหมอกหนาๆ อย่างกับหนังเรื่อง Silent Hill แต่หมอกขาวที่ว่านี้ไม่ใช่หมอกอากาศหนาวแต่อย่างใด เพราะมันเป็น ‘หมอกควันพิษ’ ที่เกิดจากปัญหามลภาวะนั่นเอง และที่น่ากลัวก็คือฝุ่นละอองขนาดเล็กในหมอกควันพิษที่เรียกกันว่า PM 10 และ PM 2.5 นั้น สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระดับเซลล์ได้เพียงแค่เราหายใจเอาอากาศเข้าไป และหากได้รับในปริมาณสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิด 5 โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจได้ อันตรายกว่าที่คิดนะขอบอกไว้เลย !

ก่อนไปทำความรู้จักโรคต่างๆ ที่ว่า เรามาดูตัวอย่างเคสนี้กัน นี่คือภาพที่เคยสร้างเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์มาแล้ว หลังจากมีผู้ใช้ชื่อทวิตเตอร์ว่า Arvind Kejriwal โพสต์ภาพปอดสองภาพเปรียบเทียบกัน โดยระบุว่าเป็นภาพปอดของชายอินเดียวัย 55 ปีสองคน ภาพซ้ายนั้นคือปอดของชายที่อาศัยอยู่ใน รัฐหิมาจัลประเทศ ส่วนภาพด้านขวาคือปอดของชายที่อาศัยอยู่ในกรุงนิวเดลี ซึ่งกรุงนิวเดลีเป็นพิกัดที่เผชิญกับภาวะมลพิษทางอากาศและภาวะหมอกควันพิษ น่ากลัวแค่ไหน ให้ภาพด้านล่างนี้พิสูจน์ค่ะ

หมอกควันพิษ



5 โรคที่อาจเกิดจากการสูดดม ‘หมอกควันพิษ’

1. ภูมิแพ้

หมอกควันพิษ


อาการภูมิแพ้ แม้จะเป็นดูเป็นโรคปกติทั่วไปที่ดูไม่มีความร้ายแรง แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญใจและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันให้คุณได้ ยิ่งหากสูดควันพิษเข้าไปเยอะๆ แล้วล่ะก็ อาจทำให้เกิดอาการติดขัดทางระบบหายใจ เช่น จมูกอักเสบ คัดจมูก จามตลอดเวลา อาจส่งผลให้เป็นหวัดบ่อยขึ้น นอกจากนี้ยังลามทำให้เกิดอาการคันตา คันคอ ขอบตาดำ ฯลฯ จนเกิดเป็นอาการเรื้อรัง ส่งผลต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันได้ ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ควรใส่ใจในเรื่องของสุขภาพให้มากยิ่งขึ้น เช่น การไปออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาด ทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ


2. โรคหอบหืด

หมอกควันพิษ


โรคนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ สาเหตุหลักเกิดจากเยื่อบุหลอดลมมีความไวผิดปกติ ทำให้รู้สึกหอบ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก บางครั้งเวลาหายใจจะมีเสียงวี้ด และไอร่วมด้วย สิ่งแวดล้อมเป็นตัวการหลักในการกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นหนักอาจถึงขั้นไม่สามารถนอนหลับสนิททั้งคืนได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตประจำวันแย่ลง และอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้อีกมากมาย เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการสูดควันหรือฝุ่น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้อาการของโรคกำเริบเร็วยิ่งขึ้น



3. โรคหัวใจและหลอดเลือด

หมอกควันพิษ


แม้ว่าสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจจะมีจากไขมันและเนื้อเยื่อสะสมในผนังของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านพันธุกรรมแล้ว ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกด้วย เช่น โรคอ้วน ความเครียด ไม่ออกกำลังกาย รับประทานผักผลไม้น้อยเกินไป และสูบบุหรี่ ทั้งนี้ต่อให้คุณไม่สูบบุหรี่ แต่ได้สูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่น หรือ ควันพิษสะสมเป็นเวลานาน ก็ทำให้มีความเสี่ยงจะเป็นโรคดังกล่าวได้เช่นกัน


4. โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง

หมอกควันพิษ


สำหรับโรคหลอดลมอุดกั้น เป็นโรคที่ประชากรในเมืองใหญ่ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือสูดดมหมอกควันพิษในปริมาณที่มาก จะทำให้มีอัตราเกิดโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังสูงกว่าปกติ ทำให้มีอาการไอและมีเสมหะ รวมไปถึงเหนื่อยง่าย ทางทีดีควรจะสวมหน้ากากอนามัยป้องกันทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน เพื่อป้องกันการสูดดมหมอกควันพิษที่มีค่าอันตรายในระดับสูง


5. โรคตาอักเสบ

หมอกควันพิษ


หมอกควันพิษไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อดวงตาของคุณได้ด้วย เพราะหมอกควันพิษนั้นส่งผลให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบได้ โดยเฉพาะในรายที่เป็นภูมิแพ้ตา อาจจะถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแสบตา คันตา และตาแดง ทางที่ดีควรสวมแว่นตาป้องกัน หรือไม่ก็ต้องใช้สำลีสะอาดจุ่มน้ำอุ่นพอหมาด และเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตา และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งด้วย


ทั้งนี้ เด็ก ผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ อาจมีความเสี่ยงในการได้รับอันตรายจากการสัมผัสฝุ่นละอองในอากาศมากกว่าคนทั่วไป ส่วนคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีอยู่แล้วก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะหากคุณสูดหมอกควันพิษปริมาณเข้มข้นไปเป็นเวลานานๆ ก็จะเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้เช่นกัน ทางที่ดีสวมหน้ากากอนามัยป้องกันและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ในช่วงนี้ไปก่อนเนอะ

นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปเช็คสภาพหมอกควันพิษล่วงหน้าที่ได้เว็บไซต์ aqicn.org ซึ่งมีการพยากรณ์ระดับคุณภาพอากาศไว้ล่วงหน้า ถ้ารู้ไว้ก็ดีนะ จะได้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับใครที่วางแผนจะออกไปทำกิจกรรมรอบกรุงในช่วงวันวาเลนไทน์-เทศกาลตรุษจีนปีนี้เนอะ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะประเมินค่า AQI (Air Quality Index) หรือ ระดับดัชนีคุณภาพอากาศ ในแต่ละวันออกมา โดยให้เรานำค่า AQI ไปเทียบกับตารางสี เพื่อประเมินวิธีป้องกันทีี่ถูกวิธี


ระดับดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

หมอกควันพิษ
ที่มา : http://www.pcd.go.th/info_serv/air_aqi.htm

หมายเหตุ : สำหรับดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศในประเทศไทยนั้น อ้างอิงตามเกณฑ์ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการกำหนดค่าดัชนีจำแนกออกเป็น 5 ระดับสี (จากระดับปกติ-ระดับอันตราย) ได้แก่ สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง สีส้ม และสีแดง

หมอกควันพิษ
ที่มา : http://www.bestratedairpurifier.in/smog-and-its-harmful-effects/

ในขณะที่ต่างประเภทแบ่งออกเป็น 6 ระดับสี (จากระดับปกติ-ระดับอันตราย) ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีม่วง และสีน้ำตาล


พยากรณ์คุณภาพอากาศ 4 วันล่วงหน้าหมอกควันพิษ

หมอกควันพิษ
พยากรณ์คุณภาพอาการ ระหว่างวันที่ 14-18 ก.พ. 2561

📌 14 กุมภาพันธ์ 2561


  • ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ : สีเหลือง (AQI = 137~174)

คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร ส่วนบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน


📌 15 กุมภาพันธ์ 2561


  • ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ : สีเหลือง (AQI = 137~174)

คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร ส่วนบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน


📌 16 กุมภาพันธ์ 2561


  • ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ : สีเขียว-สีเหลือง (AQI = 89~174)

คุณภาพปกติ-ปานกลาง อาจมมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน


📌 17 กุมภาพันธ์ 2561


  • ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ : สีเขียว-สีเหลือง (AQI = 89~174)

คุณภาพปกติ-ปานกลาง อาจมมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน


📌 18 กุมภาพันธ์ 2561


  • ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ : สีเขียว-สีเหลือง (AQI = 89~158)

คุณภาพปกติ-ปานกลาง อาจมมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน


ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งให้คนกรุงเทพฯ ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงวันวาเลนไทน์-เทศกาลตรุษจีนปีนี้ อีกทั้งจะได้รู้วืิธีป้องกันในเบื้องต้นด้วย ทางที่ดีทุกคนควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปในที่แจ้ง เพราะคุณภาพอากาศช่วงนี้ไว้วางใจไม่ได้จริงๆ รักษาสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ^^


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon