ป้องกันโรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว ให้คุณแข็งแรงได้ทุกวันแม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

posted: 1 year ago
ป้องกันโรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว ให้คุณแข็งแรงได้ทุกวันแม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

comments

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย  ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่กำลังผลัดเปลี่ยนฤดูแบบนี้แหละค่ะที่ไม่ได้นำแค่ลมหนาวกับความโรแมนติกเข้ามา แต่ยังนำโรคภัยเข้ามาอีกด้วย เราจึงรวบรวม โรคภัยที่มักจะมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว พร้อมวิธีป้องกัน ดูแลรักษามาฝาก ขอแค่คุณอดทนเวลาที่ฝนพรำ และก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสุขภาพดีด้วยกันนะคะ

โรคที่มาแรงในช่วงนี้ ได้แก่ โรคจำพวกระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัด ดูเหมือนจะธรรมดา แต่หากป่วยในช่วงนี้ อาจส่งผลให้ลุกลามกลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบไปจนถึงโรคปอดบวม (โรคที่คนป่วยในช่วงปลายฝนต้นหนาว แล้วเสียชีวิตมากที่สุด) รวมไปถึงโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ ไข้หวัดใหญ่  นอกจากนี้ยังมีโรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และอุจจาระร่วง แต่ในที่นี้ขอพูดถึงโรคที่มาแรง ป่วยกันมากเกือบตลอดทั้งปี และยิ่งทวีคูณความรุนแรงเพิ่มขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว อย่างโรคระบบทางเดินหายใจ นั่นคือ โรคหวัดกันก่อนนะคะ


โรคหวัด

สาเหตุของโรค

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ เกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายและสามารถติดต่อกันได้ง่าย โดยเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางจมูก ปากและตา บางครั้งเชื้อก็อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือเชื้ออาจติดอยู่กับภาชนะ ข้าวของเครื่องใช้ บริเวณที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ซึ่งโรคนี้สามารถแพร่กระจายอย่างกว้างขวางได้ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวกนั่นเอง

โรคปลายฝนต้นหนาว
Cr.https://3.bp.blogspot.com/

อาการ

อาการทั่วไปของไข้หวัด จะเริ่มด้วยเป็นไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ อาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แต่ในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่า คือ อาการตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดตามกระดูก กล้ามเนื้อ และมักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย

หากว่าผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอและได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็สามารถหายจากโรคได้ในระยะเพียง 5-7 วัน แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ คออักเสบ ก็อาจเป็นอันตรายมากขึ้น ยิ่งในกลุ่มเสี่ยงอย่างหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคอ้วน ผู้เป็นโรคเรื้อรังอย่างหอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคที่ภาวะภูมิคุ้มกันอย่างโรคธาลัสซีเมีย โรคลมชัก เกิความผิดปกติทางระบบประสาท ผู้ที่ได้รับยาแอสไพริน เด็กเล็ก รวมถึงผู้สูงอายุ   ยิ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

การป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย ไม่ใช้สิ่งของรวมกับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือหากมีผู้ป่วยในบ้าน แนะนำให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย หรือใช้ผ้าปิดปากเวลาไอหรือจาม เป็นต้น
  1. หมั่นล้างมือ รักษาความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลล้างมือก็ได้
  1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล เพราะมีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจมากขึ้น
  1. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความอบอุ่นของร่างกายในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาศเริ่มชื้นและเย็นขึ้นตามลำดับ หากตากฝนควรรีบใช้ผ้าแห้งเช็ดผมหรือสระผมแล้วเป่าให้แห้งโดยเร็ว

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

การรักษา

หากเริ่มมีอาการที่มีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่  ควรนอนพักผ่อนให้มากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ หากไข้ขึ้นสูงให้กินยาลดไข้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หากว่าอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการไอมากขึ้น แน่นหน้าอกนานเกิน 2 วันให้รีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

ในกลุ่มเสี่ยง อย่างผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว  เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ โรคไต หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ( 2 กลุ่มเสี่ยงหลัก)  เมื่อหายใจเร็ว หอบหายใจแรงจนชายโครงบุ๋มหรือหายใจมีเสียงดัง อาจจะเป็นสัญญาณของการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคปอดบวม ซึ่งเป็นโรคที่มีสถิติผู้ป่วยสูงสุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด และผู้มีโรคเรื้อรัง ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล


โรคไข้เลือดออก

เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกประปราย ทำให้มีความชื้นสูง มีแหล่งน้ำขังมากขึ้น ซึ่งแหล่งน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี  รวมทั้งยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกมาสู่คนด้วย โรคไข้เลือดออกจึงเป็นอีกโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงปลายฝนต้นหนาว

การติดเชื้อ

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่มาจากไวรัสเดงกี่ ซึ่งไวรัสชนิดนี้มีชีวิตรอด และเพิ่มจำนวนได้ภายในตัวของยุงลาย ยุงลายจึงเป็นพาหะสำคัญของโรคนี้ ซึ่งยุงชนิดนี้มักออกหากินในเวลากลางวัน ดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเข้าไป จนเชื้อไปเพิ่มจำนวนในตัวยุงลาย แล้วพอยุงตัวดังกล่าวไปกัดอีกคน คนๆ นั้นก็ได้รับเชื้อไข้เลือดออกไปโดยปริยาย

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

อาการ

อาการของโรคไข้เลือดออกนั้น คล้ายคลึงกับโรคหวัด ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากคิดว่าเป็นโรคหวัด พาลวางใจจนไม่รีบไปพบแพทย์ อาการเบื้องต้นคือ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยเนื้อตัว แต่ความแตกต่างคือผู้ป่วยไข้เลือดออกนั้นจะมีไข้สูงกว่ามาก อาจสูงถึง 38-40 องศาเซลเซียส และส่วนใหญ่จะเป็นไข้เป็นเวลา คือไข้ขึ้นสูงในช่วงเวลาเดิมเป็นเวลาติดต่อกันประมาณ 3 วัน อย่างถ้าผู้ป่วยคนใดไข้ขึ้นสูงตอนเช้า ก็จะไข้สูงในตอนเช้ามากกว่าเวลาอื่นแบบนี้ต่อไป 2-3 วัน

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการหน้าแดง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมากกว่าอาการของโรคหวัด ในขั้นนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดโดยเร็วที่สุดจึงจะปลอดภัย เพราะไม่อย่างนั้นอาการจะเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้นอย่าง รัดด้วยต้นแขนแล้วพบจุดเลือดออก เบื่ออาหาร เลือดออกผิดปกติ เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน (ผู้ป่วยจะต้องงดแปรงฟันไปจนกว่าจะหายดี) และเกล็ดเลือดเริ่มลดต่ำลง ต้องตรวจเลือดทุกวัน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ในบางรายอาจมีอาการหนักขึ้นซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะลดลง  ไข้ลดอย่างรวดเร็วอาจถึงกับช็อกและเสียชีวิตได้ หากเริ่มมีสัญญาณไข้ลดอย่าดีใจ แต่ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลแต่เนิ่นๆ อย่าคิดเพียงว่าแค่เป็นหวัด เดี๋ยวก็หาย ตรวจให้มั่นใจปลอดภัยกว่าเยอะค่ะ

การรักษา

โรคนี้ยังไม่มียาที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่แพทย์จะรักษาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ  ถ้ามีไข้ก็ให้ยาพาราเซตามอลลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพรินและไอบูโปรเฟนในโรคนี้เพราะอาจเกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือเลือดออกผิดปกติในผู้ป่วยได้)  เช็ดตัวให้ไข้ลด หมั่นตรวจเลือด (เพราะเกล็ดเลือดจะลดต่ำลงเป็นสัญญาณเข้าสู่ภาวะวิกฤติ) เก็บปัสสาวะตลอดเพื่อสังเกตปริมาณน้ำในร่างกาย วัดไข้ทุก 4 ชั่วโมง และเฝ้าระวังภาวะช็อก ซึ่งถ้ารักษาทันเวลาและถูกวิธีก็ไม่น่าเป็นห่วง

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

การป้องกัน

กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น แหล่งน้ำขังต่างๆ เลี้ยงปลาเพื่อกำจัดตัวอ่อนของลูกน้ำยุงลาย คว่ำ ปิดฝาภาชนะบรรจุน้ำ หรือทายา โลชั่น ฉีดสเปรย์กันยุง หรือใช้สมุนไพรกันยุงอย่างตะไคร้หอม พยายามอยู่ในห้องที่มีม่าน มุ้งลวดเป็นต้น

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว


โรคท้องร่วง

ส่วนมากคนมักคิดว่าโรคท้องร่วงมักเป็นกันมากในหน้าร้อน ก็จริงอยู่ค่ะ แต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ก็ใช้ว่าจะไม่มาเยือนนะคะ เพราะหลายภูมิภาคมีความเชื่อเรื่องการกินของดิบ อย่างเช่นเนื้อหมูดิบ เนื้อวัวดิบ เพราะเชื่อว่าช่วยเพิ่มกำลังวังชา เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายในฤดูหนาวได้ แต่ความจริงแล้วในเนื้อดิบๆ นั้นมีความเสี่ยงได้รับเชื้อแบคทีเรียในเนื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงนั่นเอง รวมถึงในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเริ่มเย็นลง ทำให้อาหารจับตัวเป็นไข อาจเป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้ จึงควรอุ่นอาหารให้ร้อนก่อนรับประทานเพราะนอกจากจะทำให้อาหารมีรสชาติดีแล้ว ยังปลอดภัยต่อสุขอนามัยอีกด้วย

สาเหตุ

โรคท้องร่วงนั้น มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย และไวรัสจากอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ การไม่ล้างมือก่อนหยิบอาหารเข้าปากก็มีส่วน ทำให้แบคทีเรียต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย เป็นที่มาของโรคท้องร่วงนั่นเอง

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

อาการ

อาการทั่วไปก็คือถ่ายอุจจาระวันละ 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือด และมักมีอาการปวดท้อง มวนท้อง อ่อนเพลียร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นติดเชื้อจนมีอาการไข้ขึ้น ปวดเมื่อย และอาจถ่ายเป็นเลือดได้

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

วิธีการรักษา

เบื้องต้นผู้ป่วยควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ หรือเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป แต่ไม่ควรรับประทานยาฆ่าเชื้อ เพราะท้องร่วงเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งไวรัสและแบคทีเรีย แต่ยาฆ่าเชื้อสามารถฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรียเท่านั้น หากเกิดจากเชื้อไวรัสก็ไม่สามารถฆ่าได้ และอาจทำให้เชื้อดื้อยาอีกต่างหาก ที่สำคัญ อย่ารับประทานยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้ลำไส้ทำงานน้อยลง ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดเพราะไม่ถูกขับออกไป หากถ่ายไม่หยุดมากกว่า 4 ครั้ง หิวน้ำตลอดเวลาหรือปัสสาวะไม่ออกเพราะขาดน้ำมาก หน้ามืด ช็อก หมดสติ มีไข้ ปวดท้องรุนแรง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว


นี่ก็เป็นตัวอย่างโรคยอดฮิตที่มักมาพร้อมกับช่วงปลายฝนต้นหนาว อย่างไรก็อย่าลืมดูแลตัวเองรับประทานอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคภัยช่วงปลายฝนต้นหนาว

แต่หากคุณทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลา หรือพยายามแล้วก็ยังกลัวว่าจะเป็นโรคได้โดยไม่รู้ตัว เพราะบางโรคอย่างไข้เลือดออก ป้องกันดีขนาดไหน บางทีก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเสมอไป คุณก็สามารถหาตัวช่วยในการดูแลสุขภาพ อย่างเช่น ประกันสุขภาพที่คุ้มครองรอบด้านอย่าง ‘ประกัน Smart 3 in 1’ จาก Cigna ที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายคน เพราะจ่าย 1 คุ้มครองได้ถึง 3 ทั้งด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือเงินชดเชยรายวัน หากเจ้าโรคภัยเกิดมารุมเร้าช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ก็คงจะดีถ้ามีเงินชดเชยรายวัน เมื่อนอนโรงพยาบาลสูงสุด 365 วัน 1 ปียาวๆ ค่ะ แถมมีค่ารักษาสำหรับ OPD จากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยสูงสุด 1,000 บาท/ครั้ง ถ้าเป็นผู้ป่วยในก็ได้รับเงินชดเชยรายวัน สูงสุด 365 วัน (300 บาท /วัน) ,ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน มีบัตรซิกน่า OPD แคร์การ์ดพร้อมส่วนลดพิเศษ เบี้ยประกันก็คุ้มค่าราคาเดียวทุกช่วงอายุ เพียง 14 บาทต่อวัน ร่วมโครงการของเราได้ง่ายๆ เพียงตอบปัญหาสุขภาพ 3 ข้อเท่านั้น คลิกเลย!

 


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon