รู้จักกับ ‘โรคลมหลับ’ โรคที่จะทำให้คุณง่วงนอนตลอดเวลา!

posted: 2 years ago
1,305 views
รู้จักกับ ‘โรคลมหลับ’ โรคที่จะทำให้คุณง่วงนอนตลอดเวลา!

comments

เพื่อนๆ ชาวโซลเชียลทั้งหลาย อาจจะคุ้นหุคุ้นตา ผ่านหน้าไทม์ไลน์กันมาบ้างแล้ว กับกระทู้จากเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ที่จั่วหัวกระทู้ไว้เหมือนจะฮา แต่แท้จริงแล้วเนื้อหาภายในนั้นทำให้เราได้รู้จักกับโรคสุดแปลกประหลาดอย่าง ‘โรคลมหลับ’ หรือ ‘Narcolepsy’

แน่นอนว่าวันนี้ Rabbit Daily เองก็ไม่รอช้า ที่จะนำเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเจ้าโรคนี้มาให้ทุกคนได้รู้จัก และสำรวจตัวเองกันว่าแท้ที่จริงแล้ว คุณเป็นโรคนี้หรือไม่กันนะ?

รู้จักกับโรค ‘ลมหลับ’ โรคที่ทำให้คุณเหมือนเจ้าหญิงนิทราตลอดเวลา

‘โรคลมหลับ’ หรือ ‘Narcolespy’ เป็นอาการผิดปกติเรื้อรังของระบบประสาท ที่สมองไม่สามารถควบคุมวงจรการหลับ การตื่น ได้ ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีอาการง่วงนอน บางครั้งจะรู้สึกผีอำ (เห็นภาพหลอน เนื่องจากยังเข้าสู่สภาวะหลับไม่เต็มตัว) หรือนอนแล้วขยับไม่ได้ รวมทั้งมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงฉับพลัน ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้จะเริ่มมีอาการเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น หรือวัยชรา

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ป่วยเป็นโรคลมหลับ เมื่อไม่ได้หลับอย่างมีคุณภาพ จึงทำให้เกิดอาการ ผลข้างเคียงตามมา เช่น อารมณ์แปรปรวน, หงุดหงิด, บกพร่องทางสติปัญญา, ขี้ลืม จำอะไรไม่ค่อยได้, การตัดสินใจผิดพลาด, หาวบ่อย, เห็นภาพหลอน, มีภาวะเหมือนคนเป็นโรคสมาธิสั้น, ระบบต่อมไร้ท่อแย่, เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานแบบที่2, หัวใจเต้นเร็ว มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ, กล้ามเนื้อเกร็ง, มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน, อุณหภูมิร่างกายต่ำ ฯลฯ

แม้ผู้ป่วยเป็นโรคลมหลับ จะมีอาการง่วงนนอนตลอดเวลา แต่เมื่อไม่ได้หลับอย่างมีคุณภาพ จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมาอีกมากมาย
แม้ผู้ป่วยเป็นโรคลมหลับ จะมีอาการง่วงนนอนตลอดเวลา แต่เมื่อไม่ได้หลับอย่างมีคุณภาพ จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

และด้วยความที่โรคนี้ เป็นโรคแขนงใหม่ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคแน่ชัด แต่ทางการแพทย์ยืนยันว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช เพราะโรคนี้ ถือว่าเกี่ยวกับทางกายภาพ

เคยมีผลวิจัยว่า หนึ่งในจำนวนผู้ป่วย เคยมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ รวมถึงมีผลวิจัยว่า ผู้ป่วยบางรายมีปริมาณโปรตีน(สารเคมี)ในสมอง ที่ชื่อ Hypocretin (อีกชื่อคือ Orexin) น้อยกว่าคนปรกติ

ซึ่งเจ้าโปรตีน Hypocretin เหล่านี้ จะทำหน้าที่ควบคุมวงจรการหลับตื่นของร่างกาย และการควบคุมความอยากอาหาร และนี่เองที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ มีอาการง่วงนอนที่มากผิดกับคนทั่วไป รวมถึงถูกเข้าใจผิดเป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า เป็นต้น

แล้วอาการของโรคลมหลับ เป็นอย่างไร ?

ในส่วนของโรคลมหลับนั้น หลายคนอาจจะมองเพียงแค่ว่า หลับทุกที่ ทุกเวลา แต่แท้จริงแล้ว โรคลมหลับนั้นสามารถแบ่งแยกอาการได้ ถึง 3 อาการ คือ

1.ภาวะง่วงนอนหนักมากในเวลากลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness หรือ EDS)

ผู้ป่วยโรคนี้ มักจะง่วงเสมอ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะหลับสนิทดี แต่ตื่นมาก็ยังจะง่วงอยู่ดี โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเซื่องซึม หรือผล็อยหลับในสถานที่และเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ระหว่างพูดคุย หรือทานอาหาร เป็นต้น

อาการง่วงนอนนี้ มักเกิดขึ้นฉับพลันจนผู้ป่วยอาจดูเหมือนสลบไป หรือบางรายอาจจะมีอาการง่วงซึมเตือนล่วงหน้าเล็กน้อย ซึ่งอาการงีบหลับเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้วันละหลายๆ ครั้ง แม้ว่าผู้ป่วยจะเพิ่งตื่นนอนมักจะตื่นได้ประมาณไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ก็สามารถเริ่มง่วงใหม่ได้ทันที

ป่วยอาจมีอาการเซื่องซึม หรือผล็อยหลับในสถานที่และเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ระหว่างพูดคุย หรือทานอาหาร
ป่วยอาจมีอาการเซื่องซึม หรือผล็อยหลับในสถานที่และเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ระหว่างพูดคุย หรือทานอาหาร

ส่วนในตอนกลางคืน ผู้ป่วยโรคนี้มักมีคุณภาพการนอนแย่ มักจะหลับๆ ตื่นๆ และฝันมาก ในผู้ป่วยบางรายที่ผล็อยหลับไประหว่างทำกิจกรรมอยู่ อาจทำให้เกิดอาการ พฤติกรรมอัตโนมัติ (Automatic Behavior) เช่น กำลังเขียนหนังสืออยู่แล้วหลับ แต่มือยังขยับต่อ เป็นต้น

2.ภาวะการเข้าช่วงฝัน อย่างผิดปกติ (abnormal REM sleep)

คนทั่วไปเมื่อหลับ พวกเขาจะค่อยๆ เข้าสู่ภาวะหลับอย่างช้าๆ และสามารถเข้าสู่ภาวะหลับฝัน (REM sleep) ประมาณ 90 -110 นาที หลังเริ่มหลับ ซึ่งในช่วง REM sleep นี่เอง ที่จะเริ่มฝัน ส่วนกล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกาย เช่น แขน ขา จะไม่สามารถขยับได้ นี่คือสภาวะการนอนหลับของคนทั่วไป

แต่สำหรับผู้ป่วยโรคลมหลับ การเข้าสู่ภาวะหลับฝัน REM sleep นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่นาทีตั้งแต่เริ่มหลับ (คือ จาก 90 – 110 นาที  จะเข้าภาวะดังกล่าวที่เร็วกว่าเวลาเหล่านั้น) และเมื่ออาการนี้เกิดขึ้นกับคนที่ยังไม่เข้าสู่โหมดหลับสนิท ก็จะทำให้เห็นฝัน(ภาพหลอน) ทั้งๆ ที่สติยังไม่หลับสนิท และในทันทีที่เข้าสู่ภาวะหลับฝัน เมื่อร่างกายไม่สามารถขยับแขนขาได้ จึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่า ‘ถูกผีอำ’

อาการนี้เกิดขึ้นกับคนที่ยังไม่เข้าสู่โหมดหลับสนิท ก็จะทำให้เห็นฝัน(ภาพหลอน) ทั้งๆ ที่สติยังไม่หลับสนิท และในทันทีที่เข้าสู่ภาวะหลับฝัน เมื่อร่างกายไม่สามารถขยับแขนขาได้ จึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่า ‘ถูกผีอำ’
อาการนี้เกิดขึ้นกับคนที่ยังไม่เข้าสู่โหมดหลับสนิท ก็จะทำให้เห็นฝัน(ภาพหลอน) ทั้งๆ ที่สติยังไม่หลับสนิท และในทันทีที่เข้าสู่ภาวะหลับฝัน เมื่อร่างกายไม่สามารถขยับแขนขาได้ จึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่า ‘ถูกผีอำ’

ซึ่งอาการเห็นภาพหลอนเหล่านี้ ในผู้ป่วยบางรายสามารถมีสัมผัสต่างๆ เพิ่มเติมนอกจากการมองเห็น เช่น การได้ยินเสียง, รู้สึกสัมผัส หรือได้กลิ่น เป็นต้น

การเข้าสู่ภาวะฝันอย่างไม่ปรกติจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การหลับของผู้ป่วยไม่มีคุณภาพ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา แม้จะหลับเป็นเวลาที่เยอะมาก แต่จะรู้สึกเหมือนนอนไม่พอเสมอ

กรณีนี้ ผู้ป่วยอาจเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากความเหนื่อยล้าได้ เช่น เริ่มเก็บตัว, ไม่ออกไปไหน, ติดเตียง, เบี้ยวนัด หรือไปสายมาก

3.ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน (Cataplexy)

ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันนี้ ไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยโรคลมหลับทุกคน เกิดเป็นบางรายเท่านั้น ซึ่งภาวะนี้ ร่างกายไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว เป็นเวลาประมาณไม่ถึงนาที เช่น ไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อตา, ใบหน้า, คอ ,แขน ขา ได้  ภาวะนี้จะเกิดขึ้นจากอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ขำ โมโห เป็นต้น

ผู้ป่วยอาจจะดูเหมือนเป็นลมสลบไป แต่สติของผู้ป่วยครบถ้วนสมบูรณ์ดี ได้ยินทุกอย่าง
ผู้ป่วยอาจจะดูเหมือนเป็นลมสลบไป แต่สติของผู้ป่วยครบถ้วนสมบูรณ์ดี ได้ยินทุกอย่าง เพียงแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้

เมื่อมีอาการเช่นนี้เกิดขึ้น ผู้ป่วยอาจจะดูเหมือนเป็นลมสลบไป แต่สติของผู้ป่วยครบถ้วนสมบูรณ์ดี ได้ยินทุกอย่าง ซึ่งต่างกับภาวะหลับฉับพลันที่ผู้ป่วยผล็อยหลับไปจริงๆ ซึ่งอาการนี้จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วว่าเป็นโรคลมหลับได้มากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง โรคลมหลับ ในปัจจุบันจึงสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ซึ่งจำเป็นต้องมีอาการมากกว่า 2 ข้อ  จึงจะถือว่าเป็นโรคดังกล่าว คือ

  • แบบที่มี 3 อาการคือ ง่วงมากหลับมาก(ภาวะง่วงนอนมากในเวลากลางวัน)+ผีอำ(ภาวะเข้าช่วงฝันผิดปกติ)+ขำแล้วหมดแรง(ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน)
  • แบบที่มี 2 อาการคือ ง่วงมากหลับมาก(ภาวะง่วงนอนมากในเวลากลางวัน)+ผีอำ(ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน)
ตราผู้ป่วยในสังคมคือ มีผู้ป่วย 1 คน ในประชากร 3,000 คน
ตราผู้ป่วยในสังคมคือ มีผู้ป่วย 1 คน ในประชากร 3,000 คน

ผู้ป่วยโรคนี้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ เพราะอาการของโรคไม่ได้ปรากฏพร้อมๆ กัน อาการของโรคอาจเกิดขึ้นปีละอาการ หรือในบางรายอาจจะมีอาการไม่ครบทุกอาการที่ระบุข้างต้นก็เป็นได้

ส่วนอัตราผู้ป่วยในสังคมคือ มีผู้ป่วย 1 คน ในประชากร 3,000 คน โดยระยะการตรวจโรค ส่วนมากคนเป็นโรคนี้ประมาณ 10 ปี กว่าจะตรวจพบ เนื่องจากหลายคนไม่สงสัยว่าตนเองเป็นโรค จึงไม่มีการเข้าพบแพทย์เพื่อรักษานั้นเอง และในปัจจุบัน โรคดังกล่าวยังไม่มีการรักษาที่หายขาด มีเพียงการให้ยาประคองอาการ (กระตุ้นให้ตื่น หลับเป็นเวลา) เท่านั้น

 

วิธีการรับมือกับผู้ป่วยลมหลับ เมื่อมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงฉับพลัน

และถึงแม้ผู้ป่วยในไทยยังมีน้อย แต่เพื่อเตรียมการณ์รับมือ เราสามารถรับมือ หรือช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่าได้ได้ ตามข้อต่อไปนี้

  • ให้แน่ใจว่า ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บ และสบาย ไม่ต้องดึงหรือลากรุนแรง (ยกเว้นว่าผู้ป่วยอยู่ในสภาวะไม่ปลอดภัย) เพราะช่วงเวลาที่เกิดโรค ผู้ป่วยจะไม่สามารถขยับได้ชั่วคราวเท่านั้น
  • ทำตัวเป็นปรกติ แม้ผู้ป่วยจะเกิดอาการของโรค ไม่ควรล้อเลียนผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยจะรู้สึกไม่ดี เชื่อว่าคงไม่อยากมีใครที่เป็นโรคนี้อย่างแน่นอน
  • บอกผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ทราบให้ไม่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการรักษาที่ไม่จำเป็น เพราะยังมีหมอและผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่รู้จักโรคลมหลับ และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงฉับพลัน จึงอาจทำให้รักษาผิดพลาดได้
ปัจจุบันยังมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้น้อยมาก จึงเกิดการวินิจฉัยโรคผิดได้
ปัจจุบันยังมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้น้อยมาก จึงเกิดการวินิจฉัยโรคผิดได้
  • อย่าเร่งผู้ป่วย ถ้าทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเครียด การที่ไปเร่งจะทำให้การกลับสู่ภาวะปกติช้าลง

  • หลังจากจบภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงฉับพลัน ให้เชื่อฟังผู้ป่วย ว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม บางคนอาจจะต้องการทำกิจกรรมต่อ หรือบางคนอาจจะต้องการที่จะงีบดีๆ
  • ถามไถ่และปรับความเข้าใจกับผู้ป่วย เกี่ยวกับอาการ การรับมือต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และปฏิบัติตัวช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง

พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าใครคิดว่า มีอาการง่วงมากผิดปกติ สามารถลองทำแบบประเมินตนเองออนไลน์ วัดระดับความง่วงนอนได้  จากที่ https://goo.gl/68iyfB กันได้เลย หรือจะลองไปติดตาม เพจNarcolepsyThailand เพื่อทำความเข้าใจกันได้เลยนะ!!!

ในโลกนียังคงมีโรคที่ยังไม่รู้จักอีกมากมาย หากเรียนรู้ ยอมรับ ก็จะสามารถรับมือกับมันได้ไม่ยากอย่างแน่นอน!!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon