หุ่นพังแถมยังเป็นภัยร้ายต่อร่างกาย มาดูอันตราย โรคอ้วนลงพุง

posted: 1 year ago
หุ่นพังแถมยังเป็นภัยร้ายต่อร่างกาย มาดูอันตราย โรคอ้วนลงพุง

comments

การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะเกิด โรคอ้วน ซึ่งปัจจุบันโรคอ้วนไม่ได้หมายถึงคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐานเท่านั้น แต่คนที่มีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป เราก็จัดว่าเป็น โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ซึ่งตอนนี้คนไทยเป็นกันค่อนข้างมาก วันนี้ rabbit daily จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับโรคอ้วนลงพุงให้ปรุโปร่ง เราจะได้รับมือกันได้ทันท่วงที


โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome)

‘โรคอ้วนลงพุง’ เกิดจากระบบเผาผลาญอาหารผิดปกติ ไขมันหน้าท้องแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญกลูโคสที่กล้ามเนื้อ จึงเกิดการสะสมไขมันในช่องท้องสูงเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เกิดเป็นภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ หรืออุดตันได้

แม้ไขมันจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่างๆ มากมาย แต่ไขมันก็ยังคงเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ เพื่อให้ความอบอุ่น และเป็นเหมือนตัวกันกระแทกให้กับร่างกาย แต่หากมีไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้


ผลการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า โรคอ้วนลงพุงพบในผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 30 และในผู้ชายมากกว่าร้อยละ 25 ยิ่งถ้ารอบเอวเพิ่มขึ้นทุก 5 เซนติเมตร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานได้มาก 3-5 เท่าเลยด้วย


เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุง

credit : http://vitaminretailer.com/metabolic-syndrome-watch-your-waistline/
credit : http://vitaminretailer.com/metabolic-syndrome-watch-your-waistline/

1. คนที่จะเป็นโรคอ้วนชนิดลงพุง จะมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร และ 80 เซนติเมตร ในชายและหญิงตามลำดับ
2. มีความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือ ได้รับยารักษาความดันโลหิต
3. มีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน
4. มีระดับไขมันชนิดดี (HLD) น้อยกว่า 40 และ 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับชายและหญิง หรือ ผู้ที่เป็นไขมันสูง หรือได้รับยาลดไขมัน
5. มีระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2


น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และเส้นรอบเอว

น้ำหนัก (Weight)
น้ำหนักตัวที่เหมาะสมเทียบกับส่วนสูงสำหรับผู้หญิงเท่ากับส่วนสูง(เซนติเมตร) ลบด้วย 110
เช่น อรวรรณ สูง 155 เซนติเมตร ก็ไม่ควรมีน้ำหนักตัวเกิน 155-110 = 45 กิโลกรัม
น้ำหนักตัวที่เหมาะสมเทียบกับส่วนสูงสำหรับผู้ชายเท่ากับส่วนสูง(เซนติเมตร) ลบด้วย 100
เช่น ประยุศน์ สูง 182 เซติเมตร ก็ไม่ควรมีน้ำหนักตัวเกิน 182-100 = 82 กิโลกรัม

credit : http://blog.lolofit.com/blog/posts/why-isn-t-the-weight-coming-off
credit : http://blog.lolofit.com/blog/posts/why-isn-t-the-weight-coming-off

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI)
ดัชนีมวลกาย คือ ค่าความหนาของร่างกาย ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินภาวะอ้วนหรือผอมในผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งคำนวณได้จากการใช้น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงที่วัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ดัชนีมวลกายที่เหมาะสมทั้งผู้หญิงและชายคือ 18.5-22.9 กิโลกรัมต่อเมตร หากน้อยกว่า 18.5 หมายถึงผอม ถ้ามากกว่า 22.9 หมายถึงน้ำหนักเกิน และหากมากกว่า 25.0 ถือว่าอ้วน

เส้นรอบเอว ( Waist circumference)
เส้นรอบเอวจะมีความสัมพันธ์กับปริมาณไขมันในอวัยวะภายในช่องท้อง หากมีไขมันช่องท้องมากก็จะพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากกว่าไขมันที่อยู่ตามแขนหรือขา เพราะฉะนั้นคนที่น้ำหนักน้อยแต่เส้นรอบเอวยาวเกินมาตรฐาน ก็อาจจะกำลังเข้าสู่ภาวะอ้วนลงพุง
– ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้หญิง ไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว
– ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้ชาย ไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว

** หากความยาวเส้นรอบเอวมากกว่าส่วนสูง(เซนติเมตร) หารด้วยสอง ก็แปลว่าเพื่อนๆกำลังอ้วนลงพุงแล้วจ้า


ภัยร้ายจากโรคอ้วนลงพุง

1.การทำงานของหลอดเลือดผิดปกติ คนอ้วนลงพุงที่มีอัตราส่วนของเอวต่อความสูงทุกๆ 0.1 ซม.จะเกิดความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดตีบและแข็งตัว ทำให้เป็นโรคหัวใจตามมา อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตสูงมาก

2. เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ คนที่อ้วนลงพุงไขมันจะไปอุดตันในเส้นเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงเซลล์สมองไม่สะดวก สมองจึงขาดออกซิเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดภาวะเซลล์ตายและเซลล์สมองน้อยกว่าคนปกติทั่วไป จึงทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ตามมาในที่สุด

credit : http://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/health-news/exercising-angry-heart-attack-risk-andrew-smyth-a7354906.html
credit : http://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/health-news/exercising-angry-heart-attack-risk-andrew-smyth-a7354906.html

3. ไตจะขับเกลือออกได้น้อยลง ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และเกิดภาวะหัวใจวายได้ง่ายอีกด้วย

4. ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดตีบ เพราะเลือดจะแข็งตัวได้ง่ายทำให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ ทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่าย

5. ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะไขมันส่วนเกินไปทำให้อัตราการหายใจลดลง และเมื่อเป็นแบบนี้ไปนานๆ ทางเดินหายใจจะแคบ ก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรังและโรคหอบหืดตามมาในที่สุด


หลีกเลี่ยงโรคอ้วนลงพุงได้อย่างไร?

คุมอาหาร

credit : http://urbanblackvegan.com/protein/
credit : http://urbanblackvegan.com/protein/

1. ทานอาหารในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน คำนวณง่ายๆ ดังนี้
ความต้องการพลังงาน (แคลอรี่ต่อวัน) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) X 30
(เช่น พลอยใสน้ำหนัก 42 กิโลกรัม ความต้องการพลังงานก็เท่ากับ 42 X 30 = 1,260 แคลอรี่ต่อวัน)
2. เปลี่ยนจากการทานข้าวขาว-แป้งขาว-น้ำตาล เป็น ‘ธัญพืชไม่ขัดสี’ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังเติมรำ และลดเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเยอะเกินไป เช่น ชาเขียวรสหวาน กาแฟเย็น ชานมไข่มุก เป็นต้น
3. กินโปรตีนจำพวกถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา ไข่ เนื้อ และนม ที่ไม่ผ่านการทอด
4. ลดไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว
5. ลดไขมันทรานส์ หรือไขมันแปรรูปในโรงงาน เช่น เบเกอรี่แสนอร่อยทั้งหลาย คุกกี้ เค้กหวานมัน และฟาสต์ฟู้ดทุกยี่ห้อ


ออกกำลังกาย

1. ออกกำลังกาย 45-60 นาที ให้ได้ 4-5 วันต่อสัปดาห์
2. ออกกำลังให้หลากหลาย และสลับสับเปลี่ยนชนิดกีฬาไปเรื่อยๆ เช่น เดินวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน โยคะ ซิทอัพ และยกน้ำหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย
3. หากไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็พยายามหากิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น เช่น เดินไปทำงาน เดินขึ้นลงบันได และทำงานบ้าน

 

credit : https://www.honestdocs.co/5-health-risks-common-in-obese-people
credit : https://www.honestdocs.co/5-health-risks-common-in-obese-people

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะอ้วนลงพุงก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ส่วนใครที่เป็นคนอ้วนลงพุงไปแล้ว ก็ขอให้ใช้ความอดทนและความพยายามในการรักษาสุขภาพของตัวเอง เพื่อให้กลับมาเป็นคนหุ่นสวยสุขภาพดีดังเดิมในเร็ววัน และหมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายอยู่เสมอด้วยนะคะ

หากใครกำลังมองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพแถมแคลอรี่ต่ำ ก็ลองดูนี่ ชวนคุณแม่เข้าครัวทำ 6 เมนูไทยๆ อร่อยง่ายๆ แถมได้สุขภาพดีเว่อร์ , 5 เมนู อาหารมังสวิรัติ ทำง่าย อร่อยด้วยเสนอเมนูสุขภาพ ของว่างระหว่างทาง วันหยุดยาวนี้ไปไหนไม่มีหิว และ ชวนทำซอฟท์ดริ้ง ‘น้ำสมุนไพร’ สดชื่นดีต่อใจ แถมได้ประโยชน์นับไม่ถ้วน วันนี้ว่างๆ ก็ลองเข้าครัวทำเมนูเพื่อสุขภาพง่ายๆ กันดูนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก med.mahidol.ac.th

 


avatar
by EYELINER
ดิฉันนี่แหละค่ะ ผู้หญิงเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะทำอาหาร ท่องเที่ยวทั่วโลก สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ รดน้ำต้นไม้ สร้างบ้าน ปลูกป่า หรือแม้แต่เดินสายสวย และล่าสุดดิฉันได้ผันตัวมาเป็นบิวตี้กูรูควบแฟชั่นนิสต้าคนใหม่ของเมืองไทย รอติดตามดีๆนะคะ ดิฉันกำลังจะกลายเป็นดาวจรัสแสง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon