10 สัญญาณเตือนภัย เอาตัวรอดอย่างไรจาก โรคเบาหวาน

posted: 2 years ago
10 สัญญาณเตือนภัย เอาตัวรอดอย่างไรจาก โรคเบาหวาน

comments

โรคเบาหวาน หนึ่งในโรคร้ายยอดฮิต ที่สนิทชิดเชื้อกับคนไทยมากพอควร (ถามว่ามีใครอยากสนิทด้วยไหม) แถมเป็นโรคร้ายซึมลึก ที่ต้องคุมอาหาร น้ำตาล ฉีดอินซูลิน รวมทั้งโรคแทรกซ้อนมากมาย เพราะฉะนั้น รู้เร็ว รักษาไวย่อมดีกว่า มาเช็ค 10 สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน กันดีกว่า


ทำไมถึงเป็น โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานนั้น เกิดได้จากสาเหตุหลายประการทั้งกรรมพันธุ์ ตับอ่อนผิดปกติ จนทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนที่เรียกว่า อินซูลิน ซึ่งตับอ่อนสร้างขึ้นมา หากสร้างได้น้อยเกินไปหรือไม่สร้างเลย จะส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงานแปรปรวน ผลที่ตามมาคือเกิดการสะสมน้ำตาลตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายแทน รวมทั้งการออกกำลังกายน้อยก็สะสมน้ำตาล อาหารการกิน ความอ้วน ที่ไขมันส่วนเกินทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน จนจัดการน้ำตาลได้แย่ลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้องขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ เป็นจุดสังเกตที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ปัสสาวะของคนเป็นเบาหวานจะหวานจนมดขึ้น

โรคเบาหวาน


อันตรายยังไง

ฟังดูเหมือนจะไม่ได้ร้ายแรงอะไร ก็แค่ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง นี่แหละค่ะอันตรายล้วนๆ เพราะหากโรคนี้เกิดขึ้นกับใครล่ะก็ คุณจะกลายสภาพเป็นผู้ป่วยตลอดชีวิต จำเป็นต้องควบคุมเรื่องอาหาร และยาตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการช็อก อาการเบาหวานขึ้นตา อาจทำให้ตาบอด รวมทั้งอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ไตวายตามมาได้

โรคเบาหวาน


10 สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน

1. ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน

ด้วยน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นจนต้องขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น เพื่อขับน้ำตาลออกไป โดยเฉพาะใครที่ลุกจากเตียงไปเข้าห้องนอน 2 ครั้ง/คืนล่ะก็ ควรเริ่มสังเกตปัสสาวะได้แล้วว่ามีมดมาตอมหรือไม่ หากมีควรไปพบแพทย์ทันที

โรคเบาหวาน


2. กระหายน้ำมากผิดปกติ

สืบเนื่องจากข้อแรก เมื่อร่างกายต้องการขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะมาก ก็ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย เมื่อปัสสาวะบ่อย ร่างกายก็ขาดน้ำ ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานกระหายน้ำบ่อย ผิดปกตินั่นเอง

โรคเบาหวาน


3. น้ำหนักตัวลดฮวบฮาบ

จากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบแบบ 5-10 กิโลกรัม ในระยะเวลาเพียงแค่ 2-3 เดือน ซึ่งอย่าดีใจไปค่ะ น่ากลัวมากกว่าเพราะร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ ก็ดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อไปเปลี่ยนเป็นพลังงานแทน ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว แถมไตยังทำงานหนักในการเผาผลาญแคลอรีอีกด้วย เป็นสาเหตุของโรคไตวายที่มักมาคู่กัน

โรคเบาหวาน


4. หิวบ่อย ชอบกินจุบจิบ

เช่นเดียวกับข้อที่ 3 เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ มีแกว่ง ขึ้นลงได้ตลอด พอน้ำตาลสูงถูกขับออกหมด น้ำตาลก็ต่ำ ทีนี้ก็จะหิว แต่ถ้าหิวแล้วกินอาหารผิดประเภท หรือกินอาหารที่น้ำตาลสูง ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้น ไปกระตุ้นอินซูลิน น้ำตาลแกว่งอีก สรุปคือระดับน้ำตาลที่แกว่งทำให้หิวแบบผิดปกติ

โรคเบาหวาน


5. มีปัญหาผิวหนังบางประการ

ตรงนี้เป็นผลมาจากอาการข้างเคียง อาจมีอาการผิวหนังแห้งแตก คัน บางทีก็มีรอยคล้ำ รอยดำตามลำคอ หรือใต้รักแร้ เป็นอาการที่ส่งสัญญาณว่าอินซูลินในร่างกายผิดปกติ ต้องหมั่นสังเกตร่างกายอยู่เสมอ

โรคเบาหวาน
ภาพจาก http://novi.ba/storage/2016/04/06/thumbs/5704c1a9-a690-4650-afc4-331b0a0a0a6c-acanthosis-nigricans-690×480.jpg

6. บาดแผลหายช้ากว่าปกติ

เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดนั้น จะไปขัดขวางการทำงานของหลอดเลือด ดังนั้นเมื่อเกิดแผลขึ้น จะทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนที่เป็นแผลได้น้อย ทั้งยังควรระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อที่จะลุกลามอีก อย่างกรณีเบาหวานขึ้นตาก็เกิดจากการที่เส้นเลือดบริเวณจอตาโป่งพอง ทำให้มีน้ำเหลืองซึมออกมาในจอตา เป็นเหตุให้มองเห็นไม่ชัด

โรคเบาหวาน
ภาพจาก http://www.thaihealth.or.th/data/content/26541/cms/e_fgijkmuv2458.jpg

7. ติดเชื้อได้ง่าย

ผู้ป่วยเบาหวานนั้นจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ ไวต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อราที่เติบโตได้ดีในน้ำตาลอย่างเชื้อรา แคนดิดา (Candida) ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานมักพบเชื้อราชนิดนี้ที่เล็บ ระยะแรกขอบเล็บจะมีอาการบวมแดง กดเจ็บ บางครั้งก็เป็นหนองออกมาจากใต้เล็บได้ ต่อมาเล็บจะเสียและเปลี่ยนรูปร่างมีร่องขวางลักษณะขรุขระที่ตัวเล็บหากปล่อยไว้ให้มีอาการเรื้อรัง

โรคเบาหวาน


8. รู้สึกอ่อนเพลียและฉุนเฉียวง่าย

ระดับน้ำตาลที่ผิดปกติในเลือด ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายรวมถึงการควบคุมอารมณ์ด้วย ทำให้อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวง่าย

โรคเบาหวาน


9. มีอาการตาพร่า มองเห็นไม่ชัด

อย่างที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ เรื่องอาการเบาหวานขึ้นตา ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดในดวงตาโป่งพอง ทำให้เลือดและน้ำเหลืองซึมออกมาจากหลอดเลือดบริเวณดังกล่าว หากไม่รีบรักษาโดยเร่งด่วน จะทำให้จอตาขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะปริมาณเลือด และน้ำเหลืองซึมออกมามากเกินไป เมื่อปล่อยไว้นานเข้า จะทำให้เซลล์รับรู้ในจอตาพังทลายลง จนเป็นเหตุให้สายตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด จนอาจถึงขั้นตาบอดในที่สุด

โรคเบาหวาน


10. ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า

พอระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาท เป็นสาเหตุให้เกิดอาการชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ซึ่งจะอันตรายมาก หากเกิดบาดแผลในบริเวณปลายนิ้ว เพราะผู้ป่วยอาจจะไม่รู้สึกตัวได้

โรคเบาหวาน


ถือว่าเป็นโรคร้ายที่ซึมลึกเข้ามาในชีวิตเราอย่างแนบเนียนทีเดียวค่ะ เป็นแล้วอาจจะไม่อันตรายทันที แต่แค่เริ่มต้นก็เป็นสาเหตุของความบานปลาย แทรกซ้อนที่จะตามมาในอนาคต เพราะฉะนั้น หมั่นตรวจเช็คสุขภาพ ป้องกันตัวเองจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเมนูสุขภาพ สร้างอาชีพ ทำกินก็ง่ายทำขายก็รวย ระดับน้ำตาลพอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพราะเสี่ยงต่อภาวะตับแข็ง ทำให้ผลิตอินซูลินได้น้อยลง จนเกิดการสะสมน้ำตาลในร่างกายและเส้นเลือด จนเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานในที่สุดค่ะ


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon