Office Syndrome: เพชรฆาตมนุษย์เงินเดือน

posted: 2 years ago
2,006 views
Office Syndrome: เพชรฆาตมนุษย์เงินเดือน

comments

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมแทบจะตลอดทั้งวันนั้น คงเคยได้ยินชื่อเพชรฆาตที่ย่องมาเงียบๆอย่าง โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) กันมาบ้างใช่ไหม่ล่ะ หลายคนอาจรู้จักและคุ้นชินกับมัน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ค่อยรู้จักความร้ายกาจของโรคนี้สักเท่าไร วันนี้เราจึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โรคออฟฟิศซินโดรม ให้มากขึ้นกันดีกว่า

Office Syndrome
อาการปวดที่ข้อมือ

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คืออะไร?

โรคออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานแบบไม่รู้ตัว จะด้วยสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสมก็ดี หรือจะนั่งทำงานทั้งวันโดยไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเลยก็ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ เช่น หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ โดยเฉพาะที่บริเวณข้อมืออาจเกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมไปถึงสภาวะพังผืดหนา มีอาการชาบริเวณนิ้วและข้อมือ จากการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ในการใช้เมาส์และแป้นคีย์บอร์ด

การเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะบ่อยครั้งเป็นเวลานานๆ มักทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อ จะรู้สึกเกร็งเหมือนกล้ามเนื้อถูกดึงรั้ง แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คือ หากปล่อยนานๆเข้าจากแค่การปวดเมื่อยธรรมดา อาจกลายเป็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ปวดเจ็บตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งระดับความเจ็บปวดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการสะสมของโรค บางรายอาจเกิดอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น สายตาพร่ามัว ตาแห้ง ระคายเคือง ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน ในกรณีที่หนักๆอาจถึงขั้นหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือกระดูกกดทับเส้นประสาทเลยก็มี

Office Syndrome
การใช้ยารักษา

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) รักษาอย่างไร?

เมื่อเกิดอาการออฟฟิศซินโดรมขึ้นแล้ว หลายคนเลือกที่จะพบหมอเพื่อรักษาอาการเจ็บปวดเหล่านั้น ซึ่งแนวทางในการรักษาของโรคนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 แนวทางคือ รักษาที่สาเหตุ คือทำได้ทั้งผ่าตัดและไม่ผ่าตัด และอีกทางหนึ่งคือ รักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น การรับประทานยา การฉีดยา หรืออาจมีใช้การกายภาพบำบัดเข้ามาร่วมด้วย

ถึงจะมีวิธีการรักษาอยู่หลากหลายแต่เชื่อเลยว่า ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรอกจริงไหม ดังนั้นแล้วคุณควรดูแลร่างกายแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีที่สุด ควรนั่งทำงานให้ถูกอิริยาบถ โดยเฉพาะเวลานั่งควรให้หลังชิดพนักพิง และอย่าให้หลังงอคอตกเป็นอันขาด นอกจากนี้ยังควรพักสายตา และปรับเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายไม่รู้สึกเครียดจนเกินไปนั่นเอง

Office Syndrome
อาการปวดเมื่อยเอว

ท่าบริหารลดอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

อย่างที่บอกไปว่าการดูแลตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากเรื่องของอาการและวิธีการรักษา โรคออฟฟิศซินโดรม แล้ว เรายังมีท่าบริหารเพื่อลดอาการออฟฟิศซินโดรมแบบง่ายๆมาฝากกันอีกด้วย มาขยับแขน ขยับขา ไปพร้อมๆกันเถอะ!

ท่าบริหารต้นคอ

เริ่มต้นด้วยการไขว้แขนไปด้านหลัง เอียงคอไปด้านซ้าย แล้วเอื้อมมือซ้ายข้ามศีรษะไปวางแนบด้านข้างของศีรษะด้านขวา จากนั้นก็ทำเช่นนี้สลับอีกข้างหนึ่ง

ท่าบริหารบ่าและไหล่

ยีดตัวให้ตรง พร้อมกับประสานมือเหยียดแขนไปข้างหน้า ก้มศีรษะพร้อมกับยืดตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ค้างไว้แล้วนับ 1-10

ท่าบริหารสะบัดและหน้าอก

ยืดตัวตรง กางแขนทั้งสองข้างออกในลักษณะตั้งฉาก จากนั้นค่อยๆดึงแขนไปด้านหลัง

Office Syndrome
กายบริหารสามารถช่วยบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมได้

ท่าบริหารขาด้านหลังและหลังส่วนล่าง

ยืนตัวตรง ชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ แล้วค่อยๆก้มตัวลงเอามือทั้งสองข้างวางแนบพื้น หรือแตะปลายเท้า โดยไม่งอเข่า

ท่าบริหารขาด้านหลัง น่อง และหลังส่วนล่าง

ทำต่อเนื่องจากท่าเมื่อสักครู่นี้ โดยยังอยู่ในท่าก้มตัว สอดมือทั้งสองไว้ด้านหลังหัวเข่า แล้วค่อยๆงอเข่าทั้งสองข้างค้างไว้แล้วนับ 1-10

ท่าบริหารหลังส่วนล่าง

ยืนตัวตรง ยกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ ประสานมือเอาไว้ แล้วค่อยๆเอนตัวไปด้านหลัง

เห็นทีมนุษย์เงินคงจะมองข้ามโรคออฟฟิศซินโดรมไปไม่ได้แล้วล่ะ อ้อ! ไม่ใช่แค่มนุษย์เงินเดือนเท่านั้นนะ อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ต้องทำงานในอากัปกิริยาเดิมๆ หากเลี่ยงลักษณะงานไม่ได้จริงๆ ก็ควรหาวิธีดูแลตัวเองและวิธีป้องกันเอาไว้จะดีกว่าเนอะ!


avatar
by ...Love Scenes...
เพราะ 'ความรัก' คือ ฉากหนึ่งของชีวิต...(^3^)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon