อุบัติเหตุสุดสยอง โรงไฟฟ้า ‘เชอร์โนบิล’

posted: 2 years ago
1,874 views
อุบัติเหตุสุดสยอง โรงไฟฟ้า ‘เชอร์โนบิล’

comments

เรื่องของอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือร้ายแรง ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้น แต่หากจะพูดถึงอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่โลกต้องจารึกไว้ หนึ่งในนั้นคงมีเรื่องราวการระเบิดของโรงไฟฟ้า ‘เชอร์โนบิล’ อยู่เป็นแน่ และวันนี้เราจะขอพาคุณมาย้อนรอยดูเหตุการณ์สุดช็อกโลกในครั้งนั้น…เกิดอะไรขึ้นกับ เชอร์โนบิล???

เชอร์โนบิล
สารกัมมันตภาพรังสี

‘เชอร์โนบิล’

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ตั้งอยู่ที่นิคมเชอร์โนบิล ใกล้กับเมืองพรีเพียต (Pripyat) จังหวัดเคียฟ (Kyiv)ทางตอนเหนือของประเทศยูเครน ในยุคนั้นยูเครนยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เดิมทีที่นี่มีชื่อเรียกว่า สถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ วี.ไอ.เลนิน แต่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ’โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เชอร์โนบิล’

เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเชอร์โนบิล

เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิลมีด้วยกัน 4 เตา โดยเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์เตาแรกสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. 2520 ส่วนเตาที่ 2 สร้างเสร็จในปีถัดไป เตาที่ 3 และ 4 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2524 และ พ.ศ. 2526 ตามลำดับ แม้ว่าในขณะนั้นจะมีเตาปฎิกรณ์แล้วถึง 4 เตา แต่ก็ยังทำการขยายกำลังผลิตด้วยการสร้างเตาที่ 5 และ 6 ซึ่งทั้ง 2 เตา ยังสร้างไม่ทันเสร็จเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญก็ได้เกิดขึ้นซะก่อน

เชอร์โนบิล
เศษซากของความน่ากลัว

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์และเมืองพริเพียต

โรงงานไฟฟ้าปฎิกรณ์นิวเคลียร์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นห่างจากเมืองเชอร์โนบิลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว ๆ 18 กิโลเมตร โดยชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงงานไฟฟ้าดังกล่าวมากที่สุด คือ เมืองพรีเพียต เมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับโรงไฟฟ้า เพื่อเป็นการรองรับจำนวนคนงาน และครอบครัวที่ต้องไปทำงานที่นั่น รวม ๆ แล้วกว่า 50,000 คน  

อุบัติเหตุสุดสยอง

ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2529 ระหว่างการทดสอบระบบหล่อเย็นของเตาปฎิกรณ์หมายเลข 4 ปัญหาที่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแรงดันไอน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่สามารถหยุดแรงดันดังกล่าวได้ เป็นเหตุให้เกิดความร้อนที่สูงกว่าปกติถึง 100 เท่า หรือราวๆ 2,000 องศาเซลเซียส แกนปฎิกรณ์นิวเคลียร์ถูกหลอมละลายเพราะความร้อน สิ่งที่อยู่ในเตาพวยพุ่งออกมาราวภูเขาปะทุ สภาพอากาศบริเวณนั้นเต็มไปด้วยสะเก็ดจากเตา รวมไปถึงก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ทำให้เกิดการติดไฟ และระเบิดขึ้นในที่สุด

เชอร์โนบิล
สวนสนุกที่ไม่สนุกอีกต่อไป

ความสูญเสียจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่

เหตุการณ์ระเบิดที่เชอร์โนบิลครั้งนั้น คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ไปทันทีหลายสิบคน แต่เหตุการณ์สุดเลวร้ายไม่ได้จบลงแค่เท่านี้ ผู้คนอีกหลายพันในเมืองพรีเพียตต้องเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคมะเร็ง จากได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ที่ปกคลุมไปทั่วทิศตะวันตกของสหภาพโซเวียต ประเทศแถบยุโรปตะวันออก ยุโรปเหนือ และในบางส่วนของยุโรปตะวันตก หลังเกิดเหตุทางการของยูเครน และเบลารุสได้ทำการอพยพผู้คนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงจำนวนหลายแสนคนออกจากพื้นที่ จึงทำให้เมืองพรีเพียตกลายเป็นเมืองร้างไปอย่างรวดเร็ว ความเสียหายในครั้งนี้ถูกประเมินว่ารุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มนางาซากิ และฮิโรชิม่าของประเทศญี่ปุ่นถึง 100 เท่า แม้ว่าโรงงานไฟฟ้าเชอร์โนบิลจะปิดตัวลงไปแล้ว แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือ การปนเปื้อนของซีเซียม และสตรอนเทียม ที่ปัจจุบันยังคงฝังแน่นอยู่ตามพื้นดินหลังจากเกิดเหตุระเบิด สรุปผลความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 คน กว่า 300,000 คนต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน และอีกกว่า 600,000 คน มีสารกัมมันตรังสีตกค้างในร่างกาย และส่งผลให้รูปร่างเกิดความผิดปกติ พิกล พิการ

โรคร้ายที่มากับสารกัมมันตภาพรังสีสะสม

ผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากอุบัติเหตุสุดสยองในครั้งนี้ มีทั้งที่เสียชีวิตในขณะเกิดเหตุระเบิด และอีกจำนวนมากเกิดจากการป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่มากับสารกัมมันตภาพรังสี โรคที่เห็นได้ชัดว่าเป็นผลพวงมาจากเรื่องนี้ คือ มะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ รวมไปถึงมะเร็งชนิดต่าง ๆ และนอกจากนี้อาจต้องใช้เวลากว่า 24,000 ปี ผู้คนจึงจะกลับมาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ได้อย่างปลอดภัย

เชอร์โนบิล
โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์

โลงศพโบราณ?

หลังเกิดเหตุระเบิดมีการสร้าง ‘โลงศพโบราณ’ ขนาดใหญ่ทำจากเหล็กกล้า น้ำหนักกว่า 7,000 ตัน และคอนกรีต 410,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้คลุมเตาปฎิกรณ์หมายเลข 4 ให้หยุดการปล่อยสารรังสีขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เจ้าฝาครอบยักษ์นี้มีรูปร่างคล้ายกับโรงศพ มีอายุการใช้งานไม่เกิน 30 ปี ดังนั้นในปี พ.ศ. 2551 ทางธนาคารเพื่อการก่อสร้าง และพัฒนาแห่งยุโรปจึงได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับทางรัฐบาลยูเครน เพื่อนำไปสร้างฝาครอบอีกอันหนึ่งที่แข็งแรงทนทานกว่าใบเดิม แล้วนำไปครอบทับ เพื่อไม่ให้รังสีอันตายดังกล่าวหลุดรอดออกมา โดยโลงอันใหม่นี้มีกำหนดสร้างแล้วเสร็จไปเมื่อปี พ.ศ. 2555ิ ที่ผ่านมานี้เอง

สิ่งมีชีวิตประหลาดใน ‘เชอร์โนบิล’

หลังจากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญทำให้เกิดเสียงร่ำลือถึงเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติขึ้นมากมาย ตัวอย่างเช่น เรื่องของ นกยักษ์ที่มีความยาวเมื่อกางปีกกว่า 20 เมตร ที่ถูกเรียกขานกันว่า ‘Black Bird of Chernobyl’ เชื่อกันว่าต้นเหตุของร่างอันใหญ่ยักษ์ชวนพิศวงนี้ น่าจะเป็นผลพวงจากการกลายพันธุ์เพราะสารกัมมันตภาพรังสี หรือจะเป็นเรื่องลี้ลับอย่าง ชายร่างยักษ์ ‘Slender Man’ เรื่องเล่าชวนขนหัวลุกอีกมากมาย รวมไปถึงสวนสนุกร้างที่ไม่สามารถมอบความสนุกให้กับใครได้อีกต่อไป

เชอร์โนบิล
เชอร์โนบิลในปัจจุบัน

เชอร์โนบิลในปัจจุบัน

แม้ว่าเรื่องราวสุดสะเทือนใจจะผ่านไปแล้วราว 30 ปี แต่เรื่องลี้ลับกลับชักนำให้คนสนใจใคร่รู้ อยากเข้ามาสัมผัส อยากเข้ามาทดลอง จนอาจมองข้ามความจริงที่แสนสำคัญไปว่า ‘ที่นี่ยังคงมีสารกัมมันตภาพรังสี’ ที่เกินกว่าระยะปลอดภัยอยู่ แน่นอนว่ามันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ในอีกมุมหนึ่งของความเงียบเหงา และความอันตรายในเมืองร้าง กลับเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดไม่ว่าจะเป็น กวาง หมาป่า กระทิง หรือนกอินทรี จนดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าซะมากกว่าเป็นเขตภัยพิบัติ

อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่ใครอยากให้เกิดขึ้น ก็หวังว่าโลกของเราจะไม่ต้องเผชิญกับเรื่องราวสุดสยองอย่างเช่นเหตุการณ์นี้อีก…

ขอบคุณข้อมูล : ไทยรัฐ


avatar
by ...Love Scenes...
เพราะ 'ความรัก' คือ ฉากหนึ่งของชีวิต...(^3^)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon