ยูเอ็นชี้ทหารพม่าอาจมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงยา ซูจีมีสิทธิถูกดำเนินคดีฐาน เพิกเฉย

posted: 7 months ago
ยูเอ็นชี้ทหารพม่าอาจมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงยา ซูจีมีสิทธิถูกดำเนินคดีฐาน เพิกเฉย

comments

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  นายเซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ให้ข้อมูลผลการสอบสวนเหตุการณ์ในรัฐยะไข่ของพม่า ที่ทำให้ชาวโรฮิงยาอพยพหลั่งไหลออกมาจากประเทศไปยังชาติเพื่อนบ้านกว่า 655,000 คน  ทหารพม่าวางแผนที่จะใช้การโจมตีรุนแรงต่อชาวโรฮิงยา และเมื่อดูจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น อาจตั้งข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้



ยูเอ็นชี้ทหารพม่าอาจมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงยา ซูจีมีสิทธิถูกดำเนินคดีฐาน เพิกเฉย
Credit: ข่าวสด

ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นกล่าวว่า “สำหรับเรา มันชัดมากว่าปฏิบัติการต่างๆ นั้นจัดแจงและวางแผนมาแล้ว คุณไม่อาจจะทิ้งประเด็นเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้เลย และคุณไม่อาจจะปฏิเสธในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังเกิดขึ้น”

ก่อนหน้านี้ องค์กรเอกชนกลุ่มหมอ ในนาม แพทย์ไร้พรมแดน มีการเก็บข้อมูลว่ามีชาวโรฮิงยา 6,700 รายถูกสังหารในช่วงเดือนแรกจากที่ทหารพม่าปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในรัฐยะไข่  ขณะที่ทหารพม่ายืนยันว่าสังหารเฉพาะกลุ่มติดอาวุธเท่านั้น เพื่อตอบโต้ที่โจมตีด่านตำรวจและทหารเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 12 นาย

เมื่อมีนักข่าวถามถึง ระดับความรุนแรงและความรับผิดชอบนี้จะไปถึงตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนหรือไม่ นายฮุสเซนกล่าวว่า ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

“ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าเธอได้ทำสิ่งที่ถูกต้องหรือเพื่อป้องกันเหตุลักษณะนี้หรือไม่ คุณก่ออาชญากรรมจากการละเลยได้นะ ถ้าคุณรู้อยู่แก่ใจว่ามันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ แต่คุณไม่ทำอะไรเพื่อยุติมัน คุณต้องรับผิดชอบ”

“ศาลจะตัดสินในประเด็นที่ว่าเธอมีอำนาจสั่งการทหารหรือไม่ แต่จริงๆ เธอมีอำนาจที่จะถอนตัว หรือลาออก เพื่อจะไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นี้ หลักฐานมันจะเป็นตัวบอกว่าใครต้องถูกตำหนิ และใครที่ไม่ต้อง” ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นกล่าว

แต่ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น เห็นแย้งว่า เหตุการณ์ปราบปรามกบฏดังกล่าวใช้เป็นข้ออ้างไม่ได้ หลังพบว่าการกวาดล้างของทหารพม่าเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งทำให้ชาวโรฮิงยาทะลักเข้าไปยังบังกลาเทศก่อนหน้าเหตุการณ์นี้แล้ว 300,000 คน


avatar
by Anatta อนัตตา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon