ใช้จ่ายยังไงหลังปีใหม่ ยุทธวิธีเด็ดที่ช่วยให้คุณรอดถึงสิ้นเดือนมกราคม

posted: 1 year ago
ใช้จ่ายยังไงหลังปีใหม่ ยุทธวิธีเด็ดที่ช่วยให้คุณรอดถึงสิ้นเดือนมกราคม

comments

เมื่อเข้าใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ กิจกรรมการจับฉลาก แลกของขวัญ คงเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายๆ คน แต่ในทางกลับกัน มันก็กลายเป็นกิจกรรมสุดเสียเงินอีกทางหนึ่งด้วย นี่ไม่นับรวมการต้องซื้อกระเช้าไปให้ญาติผู้ใหญ่ การไปท่องเที่ยวกับวันหยุดยาวข้ามปี หรือการไปปาร์ตี้แบบมันสุดเหวี่ยง ลืมโลก อีกนะ

แน่นอน วันเวลาแห่งความสุขเราควรเก็บเกี่ยวได้เต็มที่ แต่มันก็หายไปพร้อมกับเงินในกระเป๋าเช่นกัน! แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีละ ในเมื่อนี้ก็แค่เริ่มต้นปีใหม่ เริ่มต้นเดือนใหม่ แต่เงินก็เข้าขั้นวิกฤตเสียแล้ว!

โธ่ๆ ใจเย็นๆ เพราะวันนี้ เรามีนยุทธการดีๆ ที่ช่วยให้คุณรอดพ้นไปถึงสิ้นเดือนได้ ว่าแล้วก็ตามมาเลยดีกว่า


1. เช็กยอดเงินคงเหลือ

การจะใช้ชีวิตรอดกันให้พ้นสิ้นเดือนนั้น อย่างแรกที่คุณควรตระเตรียมคือการสำรวจยอดเงินคงเหลือนั่นเอง ดั่งสุภาษิตที่เขาว่ากันว่า ‘รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ เพราะ คุณจะไม่มีทางวางแผนการใช้จ่ายเงินได้เลยหากไม่รับรู้ถึงยอดเงินที่มีอยู่ในบัญชีจริงๆ (เราหมายถึง เงินที่ต้องใช้ในเดือนนี้จริงๆ ไม่ใช่เงินออมนะจ๊ะ!)

ทีนี้ เมื่อรู้ยอดเงินคงเหลือกันคร่าวๆ แล้ว ก็จะได้วางแผนรบ เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดในสิ้นเดือนนี้กันยังไงละ!

2. แยกยอดค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และไม่จำเป็นออกจากกัน

ลองจำแนกเงินค่ากินในแต่ละวัน หรือรวมคร่าวๆ จากวันนี้ จนถึงวันที่เงินเดือนคุณออก รวมไปถึงค่าเดินทาง ค่าจิปาถะต่างๆ ที่ต้องใช้จ่ายออกจากกัน จากนั้นเรามาลองดูกันสิว่า ค่าใช้จ่ายที่คุณกล่าวมาทั้งหมดนี้ มันจำเป็นจริงๆ ไหม?

เอาแบบจำเป็นจริงๆ ไม่โกหกกันนะตัว…

โอเค เมื่อเราลองจำแนกค่าใช้จ่ายทั้งจำเป็น และไม่จำเป็น ออกจากกันแล้ว ทีนี้เราก็ลองตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นลงเสียบ้าง จะช่วยให้คุณพอมีเงินเหลือจนถึงสิ้นเดือนได้อย่างแน่นอน

ป.ล. ค่าขนม ค่ากาแฟ ค่าเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า และบลาๆ อีกมากมาย ไม่จำเป็นนะจ๊ะ อดใจรอไว้สิ้นเดือนหน้า น่าจะดีกว่านะ!

Businessman is analyzing business report with charts and diagrams

3. ลองเข้าครัว ก็ไม่เสียหาย

เมื่อถึงคราวที่เงินในกระเป่าร่อแร่แบบนี้ การที่จะคงชีพอยู่ได้แบบไม่ต้องต้มมาม่ากันทุกวัน เราขอแนะนำให้หัดเข้าครัวเองเสียบ้าง แหม ใครจะรู้ละ คุณอาจจะค้นพบพรสวรรค์การเข้าครัวก็เป็นนะ

คุณรู้หรือไม่ การซื้อของสดตามท้องตลาด แล้วมานั่งทำเองนั่น ยังไงๆ ก็นับว่าถูกกว่าเข้าร้านที่ต้องคิดค่าบริการต่างๆ อยู่แล้ว แถมยังให้คุณสามารถใส่ส่วนประกอบต่างๆ ได้ตามใจชอบอีกด้วย

เห็นไหมละ นอกจากจะได้สารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังอิ่มท้อง อีกต่างหาก และสำหรับใครที่อาจจะไม่สะดวกไปตลาดในช่วงตอนเย็น หรือตอนเช้า ลองหันไปมองหาเหล่าซุปเปอร์ฯ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านคุณในช่วงใกล้เลิกห้างดูสิ เพราะนอกจากจะเจออาหารกล่องมาเซลล์ชนิดลดสะบัด หั่นแหลก แล้ว คุณจะได้เจอของสดราคาถูกๆ ที่นำมาขายในวันใกล้หมดอายุ

แถม แถม แถม! ถ้ากระเป่าเงินวิกฤตจริงๆ การห่อข้าวมากินตอนกลางวันในที่ทำงาน ก็เป็นอีกหนทางที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินลงไปได้เช่นกัน แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

Money in piggy bank and purchases on table. Closeup

4. เดินบ้างก็ได้นะ

หากคุณเป็นคนที่วินมอเตอร์ไซค์ ช่วยพี่ๆ วินกระจายรายได้เป็นประจำอยู่แล้ว ในวันแบบนี้ เราขอให้เพลาๆ ลงบ้างก็ดีเหมือนกัน หากสถานที่ดังกล่าวไม่ไกลมากจนเกินไป ก็เดินบ้างก็ได้ คิดเสียว่าเป็นการออกกำลังหาย ขยับแข้งขาอีกทางนึง!

หรือจากที่นั่งแท็กซ์ซี่ช่วงรีบๆ ก็ลองตื่นให้เช้ามากขึ้น หันมานั่งรถเมลที่ราคาสบายกระเป๋าดูบ้าง ก็ช่วยให้คุณประหยัดค่าเดินทางไปได้มากเลยทีเดียว หรือถ้าใครมีจักรยาน อยากจะลองเอามาใช้เดินทางดู ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีเหมือนกันนะ

5. หัดเป็นบาริสต้า ชงกาแฟดื่มเอง

กาแฟที่คุณดื่มประจำในทุกเช้า ทุกกลางวัน หรือบางคนอาจเบิ้ลเช้าสาย บ่ายเย็นนั้น คือตัวการชั้นดีที่ทำให้เงินในกระเป๋าเหลือน้อยลงไปทุกที แถมยังเบียดเบียนเงินค่าใช้จ่ายในแต่ละวันอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะซื้ออย่างถูกสุด แค่แก้วละ 15 บาท ที่ฟังดูน้อยๆ เราเชื่อได้ว่าเยอะกว่าที่คิดแน่นอน ลองคำนวนดูสิ

กาแฟแก้วละ 15 บาท x จำนวนวันที่คุณดื่ม (ในที่นี้คิดแค่วันทำงานละกัน) 20 วัน 

= 300 บาท เชียว!

นี่คือกาแฟแก้วที่ถูกสุดนะ ถ้าตามในเมือง หรือกาแฟดีขึ้นมาหน่อยแก้วละ 20 บาท บ้าง 25 บาท บ้าง บางคนอาจจะถึงแก้วละ 30 บาท อึ๋ย ไม่อยากจะลองคำนวนเงินดูเลยว่ามากมายเท่าไหร่ แน่นอนว่า ต่อให้ไม่ใช่กาแฟ เป็นเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ เช่น น้ำปั่นบ้างละ น้ำหวานบ้างละ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้คุณสูญเงินไปแบบไม่รู้ตัวมานักต่อนักแล้ว

Barista serving cup of fresh coffee for you

ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเกินไป ลองหันมาชงกาแฟดื่มเองในที่ทำงานก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งถ้าออฟฟิศของคุณมีกาแฟกันให้ชงฟรีๆ ก็ยิ่งดีใหญ่ นอกจากจะประหยัดแล้ว และที่สำคัญ สามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลได้เองตามใจชอบ ได้หัดลดหวานอีกด้วย

เห็นไหมละ นอกจากจะช่วยประหยัดเงิน ยังดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก!

6. ลองกินคลีน งดขนมกันไหม ?

ขนมนมเนยในแต่ละวันที่คุณซื้อกลับขึ้นมากินระหว่างทำงานนั้นจริงอยู่ที่ช่วยไล่ความง่วง ลดความหิวระหว่างวันได้เป็นอย่างดี แต่มันก็เสี่ยงต่อโรคยอดฮิตอย่างเบาหวาน แถมยังถลุงเงินในกระเป๋าเป็นว่าเล่นอีกต่างหาก!

และจำดีกว่าไหม ถ้าคุณเลือกที่จะซื้อผลไม้เป็นกิโล จากนั้นปอก แล้วห่อมากินเป็นของว่างระหว่างวันแทน น่าจะดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยลดพุง ดีต่อสุภาพ ช่วยให้อิ่มง่าย การซื้อผลไม้เป็นกิโล แล้วค่อยๆ แบ่งทานรายวันย่อมถูกกว่าการซื้อขนมถุงตามร้านสะดวกซื้ออย่างแน่นอน

แหม แตถ้าใครอยากจะงดไปเลยช่วงนี้ เพื่อเริ่มต้นการลดน้ำหนัก ก็ไม่เลวนะ โอกาสดีทีเดียวเชียวแหละ

7. เก็บตัวอยู่บ้าน ฟังดูอินดี้ๆ

การออกไปไหน มาไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองกรุงฯ แล้ว ดูจะเป็นไอเดียที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ เพราะแค่ขยับ ก็เท่ากับเสียเงินแบบนี้ ลองเปลี่ยนจากสายปาร์ตี้ในช่วงวันหยุด หันมาอินดี้ พักผ่อนเงียบๆ อยู่กับบ้าน ก็ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ

เพราะถ้าอยู่ติดบ้าน อย่างมากก็แค่เสียเงินค่ากินเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าใครงอแง บ่นว่าเบื่อ ลองหาอะไรง่ายๆ ทำ เช่น การดูหนัง ทำความสะอาดบ้าน จัดตกแต่งห้องเสียใหม่ รวมไปถึง การโล๊ะข้าวของที่ไม่จำเป็นเพื่อไปบริจาค ขายต่อมือสอง หรือยกให้คนอื่น ก็ยังได้!

Relaxing at home.


ปีใหม่ เดือนใหม่นี้ จะไม่สิ้นใจอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้ผลดีที่สุด คุณควรเริ่มต้นวางแผนการเงินกันตั้งแต่ต้นเดือน  เพื่อที่จะได้ไม่มาลำบากกันในภายหลังยังไงละ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon