10 วิธี ใช้ Online Banking อย่างไร ให้ปลอดภัยจากมือโจร

posted: 2 years ago
10 วิธี ใช้  Online Banking อย่างไร ให้ปลอดภัยจากมือโจร

comments

ใช้ online banking อย่างไร (1)

แม้การใช้บริการ Online Banking ผ่าน smart phone หรือบนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น จะสะดวกสบาย และรวดเร็วมาก แต่รู้หรือไม่ ? ในขณะเดียวกัน ก็มีภัยคุกคามที่เหล่าโจรร้ายคอยจ้องจะกวาดเงินในบัญชีคุณอยู่ !!! ไม่ต้องตกใจไป เพราะวันนี้ เราจะบอก 10 วิธี ป้องกันความเสี่ยงนั้นให้คุณเอง!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: จับให้ได้ไล่ให้ทัน กับเคล็ดลับตามติด กลโกงออนไลน์!ธุรกรรมออนไลน์ สู่ชีวิตของคนไทย

Viriyah Insurance

1. ระวังการเข้าเว็บผ่านกูเกิ้ล

ไม่ควร search google เพื่อเข้าเว็บธนาคาร เพราะอาจเจอเว็บปลอมได้ โดยเหล่าวายร้ายจะจงใจตั้งชื่อเว็บให้เหมือนของจริง เช่น kasikorn เป็น kosikorn  หรือ ชื่ออาจถูกต้องแต่ นามสกุลเว็บผิด เช่น จาก .com เป็น .co  หากจะเข้าเว็บธนาคาร ควรพิมพ์ด้วยตนเอง และทำ favorite หรือ Bookmark เอาไว้จะดีกว่า เพราะนอกจากสะดวกสบายในการใช้ครั้งต่อไปแล้ว ยังไม่ต้องสุ่มเสี่ยงเจอเว็บธนาคารปลอมอีกด้วย

Two business people using the laptop.
การใช้ online banking ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือ wifi สาธารณะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการโจรกรรมเงินออนไลน์

2. หลีกเลี่ยงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นสาธารณะ

หากจำเป็นต้องใช้ Online Banking และต้องล๊อคอินในที่ไม่ใช่ของตน ก็ควรเลือกคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์สาธารณะ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หรือตาม Lobby ในโรงแรม เพราะอาจมีโปรแกรม Key logger คอยดักจับการพิมพ์พาสเวิร์ดของเราได้จากคีย์บอร์ด แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ ในขณะล๊อคอินสมัยนี้ ธนาคารจะมี Virtual keyboard บนเว็บให้เราใช้การคลิกตัวเลขแทนการพิมพ์รหัสผ่านด้วยนะ  อ้อ อย่าลืมล๊อคเอ้าท์ออกจากระบบด้วยละ!

3. หมั่นสังเกตแม่กุญแจสีเหลือง

ในการเข้าออนไลน์แบงค์กิ้งผ่านเว็บบราวเซอร์นั้น ต้องสังเกตรูปแม่กุญแจสีเหลืองต้อง Lock อยู่เสมอ (ให้เข้าใจง่ายๆ คือ  https:// การมี s ห้อยท้าย หมายถึง security) ซึ่งแปลว่ามีการเข้ารหัสและเป็นการติดต่อไปยัง Server ของธนาคารอยู่จริง แต่ถ้าเข้าผ่านโปรแกรม Mobile banking ทางมือถือ เราจะไม่เห็น URL หรือแม่กุญแจนั้นแล้ว แต่ทางธนาคารจะบังคับให้ต้องเข้ารหัส หรือ https อยู่เสมอ ซึ่งเจ้านี้จะช่วยให้คุณทราบว่า คุณติดต่อกับธนาคารจริงหรือไม่

ใช้ online banking อย่างไร (1)
รูปแม่กุญแจสีเหลืองบนแถบเบราว์เซอร์ต้อง Lock เอาไว้ตลอดเวลา

4. Wi-Fi ฟรี ใช่ว่าจะปลอดภัย!

หากใช้ Online Banking ผ่านมือถือ ควรระวังการผ่านเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะ (Public Wi-Fi) ซึ่งมีความหมายเป็นไปได้ว่า คุณอาจถูกแฮกเกอร์ดักถอดรหัส SSL เพื่อขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน  โดยมีแฮกเกอร์เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หากผู้ใช้งานไม่รู้เท่าทันก็อาจถูกจารกรรม ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username and Password) ได้โดยง่ายนั่นเอง!!  ดังนั้น ควรใช้ผ่าน GSM หรือ ผู้ให้บริการทางโทรศัพท์จะปลอดภัยยิ่งกว่า

5. อย่าโหลดอะไรแปลกๆ ลงเครื่อง

รู้หรือไม่ ในบางครั้งที่คุณโหลดเพลง โหลดโปรแกรมต่างๆ ลงเครื่องนั่น ควรตรวจสอบให้ดี เพราะบางครั้งสิ่งที่เราโหลดเข้ามาอาจจะเป็นไวรัสที่คอยดักจับ ไอดีและรหัสผ่านของเราก็ได้!

 

Bangkok Insurance

 

6. บริการ SMS แจ้งเตือน = ยามระวังภัย

ควรสมัครบริการ SMS แจ้งเตือนเงินเข้าออกทุกยอดการใช้จ่าย เพื่อให้ทราบได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอไปเช็คหน้าตู้ หรืออัพบุ๊คแบงค์

7. บริการทางอีเมลคือหลักฐาน

ควรสมัครบริการอีเมลแจ้งเตือนไว้ด้วย เพราะจะมีข้อมูลที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นกว่า SMS เช่น เงินออกไป เมื่อไหร่ ไปยังบัญชีของใคร (ชื่อ-นามสกุล) เลขที่รายการ เป็นต้น หากมีอะไรผิดปรกติ ก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที และสามารถรวบรวมหลักฐานแจ้งธนาคารให้ประสานกับตำรวจต่อไปได้

ใช้ online banking อย่างไร (5)
ระบบการแจ้งการโอนเงินผ่าน sms ทำให้การใช้ banking online ปลอดภัยขึ้น

8. ระวังอีเมลแปลกปลอม

หากได้รับอีเมลล์ว่าให้ท่าน รีบ Log in เข้าบัญชีธนาคารออนไลน์ตามลิงค์ที่แนบมา มิเช่นนั้นเงินในบัญชีของท่านจะถูกยึด หรือบัญชีจะโดยระงับไปนั้นขอให้ท่านตั้งสติและอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด เพราะธนาคารไม่มีนโยบายการแจ้งผ่านอีเมลล์ สรุปง่ายๆ ลบเมลล์นั้นทิ้งไปเลยดีกว่านะ

9. แยกบัญชีออกจากกัน

ควรแยกบัญชีที่ใช้ Online Banking กับบัญชีออมทรัพย์ออกจากกัน ให้จำไว้ว่าบัญชีดังกล่าวใช้เพื่อความสะดวกเท่านั้น แต่ไม่ใช่เงินทั้งหมดรวมไว้ที่เดียว และควรกำหนดวงเงินการโอนต่อครั้ง หรือต่อวันให้ไม่มากไป ถ้าหากจำเป็นค่อยทำเรื่องกับธนาคารเพื่อขยายวงเงินเป็นกรณีกันไป  การทำเช่นนี้จะช่วยได้ดีในกรณีที่เกิดพลาดพลั้ง Online Banking ของคุณถูกดึงเงินไปได้

ใช้ online banking อย่างไร (8)
คุณควรหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่เสมอ

10. หมั่นเปลี่ยนรหัส และปกปิดตัวตน

คุณควรหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่เสมอ และไม่ควรใช้รหัสผ่านที่บุคคลอื่นคาดเดาได้ง่าย  รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง ซึ่งสามารถโยงไปถึงการใช้งาน Online Banking  เช่น รหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) รหัสบัตรเครดิต หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตร เป็นต้น

 

ที่สำคัญ ต้องรู้จักการระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณหลุดออกไปอย่างเด็ดขาด แค่นี้ เจ้าโจรก็ทำอะไร Online Banking ของคุณไม่ได้แล้วล่ะ !!!


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon