วัดใจกันไป ข้อคิดของพ่อแม่ ก่อนให้เงินลูกไป ลงทุน

posted: 2 years ago
วัดใจกันไป ข้อคิดของพ่อแม่ ก่อนให้เงินลูกไป ลงทุน

comments

ใครๆ ต่างก็อยากเป็นผู้ที่มีอิสระทางการเงิน แถมได้เป็นนายของตัวเองทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนยุคใหม่ๆ ในยุคเจนวายที่สนใจในการทำธุรกิจส่วนตัว มากกว่าการเป็นลูกจ้างไปตลอดทั้งชีวิต และแน่นอนว่าเหล่าบัณฑิตจบใหม่ทั้งหลายก็คงอยากจะลองเริ่มต้นกับธุรกิจส่วนตัวของตัวเองเป็นแน่

แต่ เอ๋ ? แล้วแบบนี้ เหล่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่คิดอยากจะให้เงินลูกหลานไว้เริ่มต้นลงทุนควรตามใจ และเริ่มให้เงินลงทุนดีไหมนะ? หรือว่าควรจะเอ่ยปากเบรคลูกๆ ไว้ก่อนดี วันนี้ เรามีข้อคิดดี ให้เหล่าผู้ปกครองทั้งหลายได้ลองคิดกันดูว่า ควรให้เงินไปลงทุนดีหรือไม่?!


1. จะทำธุรกิจ หรือ ลงทุน อะไร?

แหม การที่จะให้เงิน ลงทุน โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกของคุณกำลังจะเริ่มต้นทำอะไรนั้น ก็คงทำใจที่ให้เงินลงทุนอยู่ไม่น้อย และก่อนการให้ เราขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ลองสอบถามถึงธุรกิจ หรือการนำเงินเหล่านั้นไปลงทุน เพื่อให้แน่ใจว่า ลูกๆ ของคุณจะไม่นำเงินไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

สิ่งที่คุณควรรู้ คือการลงทุนนั้น อาจะไม่ใช่แค่การก่อตั้งธุรกิจอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการลงทุนในแง่ของ การเล่นหุ้น เข้าร่วมกองทุนต่างๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้น ถามกันให้ดีๆ เอาให้เข้าใจทั้งฝั่งผู้ปกครอง  และฝั่งลูกๆ จะดีที่สุด

stock-624712_640

2. มีแผนหรือเปล่า ?

เมื่อรู้แล้วว่าลูกๆ ของคุณจะลงทุนแบบไหน สิ่งที่ทั้งพ่อและแม่ควรให้ความสนคือแผนการดำเนินงานต่างๆ เมื่อได้เงินแล้ว เขาวางแผนจะใช้เงินเหล่านี้อย่างไร หากเป็นธุรกิจ ได้วางแผนไว้ไหมว่าจะเริ่มต้นยังไง หรือถ้านำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พวกเขามีแนวคิด มีทิศทางการวางแผนอย่างไร เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นได้ว่า พวกเขาวางแผนมาดีพร้อมแล้ว

แต่ในทางกลับกัน หากเขายังไม่มีแผน หรือยังตอบคำถามในจุดที่คุณสงสัยยังไม่ได้อย่างมืออาชีพ ก็ควรชะลอการให้เงินลงทุนไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะพฤติกรรมมันฟ้องว่าลูกๆ ของคุณ ยังศึกษามาไม่ดีพอ และยังไม่มีการวางแผนที่ดีนะสิ!

business-1219868_640

3. แบ่งสัดส่วนการลงทุน หรือแบ่งเงินเริ่มต้นทำธุรกิจยังไง

ฟังดูเข้มงวดไปเสียหน่อยจนลูกๆ อาจจะบ่น รวมถึงคนให้ทุนอย่างคุณพ่อคุณแม่ก็พาลจะเบื่อที่ต้องมาคอยถามจุกจิก แต่การถามแบบนี้ จะช่วยย้ำเตือนให้ลูกๆ ได้หวนกลับไปพิจารณาตัวเองทางอ้อมได้ว่า พวกเขาจะจัดการวางแผนการใช้เงินลงทุนอย่างไร จะลงทุนเต็มร้อย หรือแบ่งสัดส่วนไปลงทุนหลายๆ ธุรกิจ หรือไปซื้อหุ้นหลายๆ ตัวอย่างไร

startup-photos

แน่นอนว่า ชีวิตจริงในการลงทุนอาจจะไม่ราบรื่น หรือเป็นไปตามแบบแผนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การกระทุ้งถามให้คิด ก็จะช่วยให้เขามีรูปรางการแบ่งสัดส่วนเงินได้เป็นอย่างดีทีเดียว

4. อย่าใจอ่อน เพราะแค่คำอ้อนของลูก

การอ้อนของลูกๆ คำนี้ทำให้เหล่าพ่อแม่ตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว จำไว้ให้ขึ้นใจ อย่าหวั่นไหวเพียงเพราะคำอ้อนหวานๆ ของลูก เพราะอาจส่งเสริมนิสัยทางการเงินที่ไม่พึงประสงค์ให้กับลูกๆ ได้  ลองคิดดูสิ ถ้าพวกเขาคิดเพียงแค่ว่าอ้อนแล้วก็ได้เงินมาลงทุน ก็คงจะไม่ดี และวนขอใหม่เรื่อยๆ อย่างแน่นอน ดังนั้น คุณจำเป็นต้องหัดใจแข็ง สร้างกรอบ ระบบ สำหรับการขอเงินจากผู้ปกครองเพื่อไปลงทุน

hugs-1613208_640

การให้เงินไปลงทุนโดยที่ลูกๆ ไม่มีแผนการอะไรเลย อาจทำให้ธุรกิจดังกล่าวล้ม ถ้าโชคดีล้มแล้วลุกมาคิดใหม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าโชคร้าย ล้มแล้วเกิดหนี้สินที่มากมายจนเกินตัว คงไม่ใช่แค่ลูกๆ ของคุณที่ต้องเดือดร้อน แต่ยังรวมถึงคุณๆ ทีเป็นพ่อแม่ด้วย ที่ต้องคอยสวิ่งเต้นหาเงินมาปลดหนี้อย่างแน่นอน

5. อย่าลืม เปิดใจ ฟังความคิดเห็น

แหม  ทั้งหมดที่เรากล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไม่เห็น คุณต้องต่อต้านความคิด ความฝัน หรือแผนการลงทุนของลูกๆ หลานๆ เสมอไป แต่เราอยากให้คุณพูดคุย เปิดใจ และช่วยกันแสดงความคิดเห็น เพื่อช่วยเติมเต็มการลงทุนต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก!

ลองละเว้นอคติ เปิดใจรับกับสิ่งที่เขากำลังจะเสนอ หรือบอกกล่าวให้คุณฟัง แล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านะ

shading-1669310_640


เริ่มต้นการลงทุนถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การลงทุนโดยไม่มีแผน หรือไม่ได้มองตลาดใดๆ เลย อาจจะทำให้คุณเริ่มต้นได้อย่างยากลำบากมากกว่าที่ควรจะเป็น แถมล้มที เจ็บหนักกว่าด้วยนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon