ไขข้อข้องใจกับ ‘ภาษีนำเข้า’ คืออะไร? ทำไมต้องเสีย?

posted: 2 years ago
4,990 views
ไขข้อข้องใจกับ ‘ภาษีนำเข้า’ คืออะไร? ทำไมต้องเสีย?

comments

ดูเหมือนช่วงนี้จะเป็นประเด็นร้อนแรงไม่น้อยในโลกโซเชี่ยล เกี่ยวกับกรณีดาราสาวที่หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงจำนวนมากเข้ามาจากต่างประเทศ และมีการโพสภาพในโซเซียลจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก เรื่องนี้ทำให้หลายๆ คนสงสัยเกี่ยวกับ ‘ภาษีนำเข้า’ เมื่อซื้อสิ่งของจากต่างประเทศกลับมาที่ไทย ว่ามีหลักเกณฑ์ยังไง? และทำไมเราจึงต้องเสียภาษีเหล่านั้น

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปคลายข้อสงสัยกันค่ะ รับรองได้ว่านอกจากจะกระจ่างปิ๊งกันแล้ว ทริปทัวร์งวดหน้า คุณก็จะได้คำนวณไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ ซื้อของนำเข้ามาได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายภาษี โดยไม่ต้องโดนเรียกสอบย้อนหลังแน่นอน ว่าแต่จะมีอะไรที่เราต้องรู้บ้าง ไปดูกันเลย!

 

ทำไมเราต้องเสียภาษีนี้ ?

นักท่องเที่ยวที่กลับจากต่างประเทศ เมื่อถึงสนามบินจะต้องผ่านจุดศุลกากร เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะต้องตรวจสอบสิ่งของ สัมภาระ ที่เรานำกลับมาด้วย ซึ่งหากพบของที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอนุญาต ก็จะต้องเสียภาษีอากร โดยภาษีเหล่านี้ทางการจะจัดให้เป็น ภาษีนำเข้า แต่หากเป็นของต้องห้าม ก็จะต้องเสียค่าปรับหรือถูกริบของ ซึ่งที่สนามบิน กรมศุลกากรจะจัดช่องทางไว้ 2 ช่อง คือ

  1. ช่องตรวจสีเขียว : ผู้โดยสารที่ไม่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ไม่มีสิ่งของต้องห้าม สามารถเดินผ่านช่องนี้ได้ แต่หากถูกจับได้ว่ามีของที่ต้องเสียภาษี และต้องยอมเสียค่าปรับอีกด้วย
  2. ช่องตรวจสีแดง : ผู้โดยสารที่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร หรือของต้องห้ามติดตัวเข้ามา ต้องนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรในช่องนี้ และสำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้ามานั้นต้องเสียภาษีหรือไม่ ให้เดินเข้าช่องนี้

 

ของแบบไหน ที่เราต้องเสียภาษี ?

  • ของที่นำเข้ามา มีปริมาณเกินกว่าที่จะใช้สำหรับส่วนตัว มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดเกิน 10,000 บาท รวมไปถึงสิ่งของที่นำเข้ามาเพื่อการค้า หรือมีลักษณะทางการค้า
  • หากของที่นำติดตัวมามีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน 80,000 บาท ต้องทำเอกสารปฏิบัติพิธีการศุลกากร
  • ของต้องห้าม คือ ของที่ห้ามไม่ให้นำเข้าส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น สารเสพติด วัตถุหรือสื่อลามก ของลอกเลียนแบบละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม สัตว์ป่าสงวน การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อเสพ หรือเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ขนส่ง อาจมีโทษถึงประหารชีวิต

 

ab
กระเป่ษแบรนด์เนมที่มีราคาเกิน 10,000 บาท เป็นสินค้าที่จำเป้นต้องเสียภาษี

 

  • ของต้องจำกัด คือของบางชนิดที่กฎหมายควบคุมการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การนำเข้าและการส่งออกของต้องจำกัด ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องนำมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วย เช่น

– พระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ โดยกรมศิลปากร

– อาวุธปืน กระสุน วัตถุระเบิด โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

– พืช และส่วนต่างๆ ของพืช โดยกรมวิชาการเกษตร

– สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

– อาหาร ยา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

– ชิ้นส่วนยานพาหนะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม

– บุหรี่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกรมสรรพสามิต

– เครื่องมือวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์โทรคมนาคม โดยสำนักการอนุญาตกิจการเฉพาะกิจ สำนักงาน คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

 

หลักการเสียเงินชำระอากร มีอะไรบ้างนะ ?

อัตราการเสียภาษีขาเข้า ณ ปัจจุบัน คิดเป็น 30% ของมูลค่าสินค้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ซึ่งถ้าหากสินค้าที่คุณซื้อมามีราคา 100,000 บาท

ภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย 30% = 30,000บาท

VAT 7% (คำนวณจากมูลค่าสินค้าที่รวมภาษีนำเข้าแล้ว) = 130,000 x 7% = 9,100 บาท

รวมมูลค่าที่เราต้องจ่ายภาษีทั้งหมดคือ 30,000 + 9,100 = 39,100 บาท

 

ของแบบไหน ที่เราไม่ต้องเสียภาษี ?

รู้หรือไม่? แม้ทางกรมศุลากรจะมีการตั้งกฎการเสียภาษีสิ่งของนำเข้าจากต่างประเทศก็จริง แต่ก็มีข้อยกเว้นให้สิ่งของบางประเภทที่สามารถผ่านด่านตรวจได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียภาษี! โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณสมควรสำหรับใช้ส่วนตน และมีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 10,000 บาท เช่น เครื่องแต่งกาย, เครื่องสำอาง, เครื่องประดับ, รองเท้า, นาฬิกา, ปากกา, แว่นตา, น้ำหอม (ซึ่งของเหล่านี้ ต้องไม่ใช่ของต้องห้าม ต้องกำจัด หรือเสบียง)

 

airport-731196_640
ของที่ซื้อเข้ามาเพื่อใช้ส่วนตัว และมีราคาไม่เกินที่กำหนด จะไม่ถุกเรียกเก้บภาษี

2. ของใช้ส่วนตัว หรือใช้ในวิชาชีพที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากรที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากร มีราคารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท

3. ของใช้ในบ้านเรือนที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเนื่องจากย้ายภูมิลำเนา โดยซื้อจากร้านค้าปลอดอากรที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากรมีราคารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท

3. บุหรี่ไม่เกิน 200 ม้วน หรือ ยาสูบ ไม่เกิน 250 กรัม หรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภท ไม่เกิน 250 กรัม หากนำมาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องแดง

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาตร ไม่เกิน 1 ลิตร

ถือเป็นอีกข้อกฏหมายน่ารู้ สำหรับใครที่ไปเที่ยวต่างประเทศก็อย่าช้อปฯ จนเพลิน เดี๋ยวจะลำบากตอนขากลับเข้าประเทศนะจ๊ะ

 


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon