ตปท.เจอพิษไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก ไทยตั้งโรงงานวัคซีนแห่งแรกในไทย

posted: 1 year ago
ตปท.เจอพิษไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก ไทยตั้งโรงงานวัคซีนแห่งแรกในไทย

comments

กรณีที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกง ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 ราย จากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H3N2 หรือ H3N2influenza ) ทั้งนี้สถานพยาบาลในฮ่องกงรับมือเต็มที่ โดยโรงพยาบาลบางแห่งรับผู้ป่วยมากจนเต็มจำนวนเตียงผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้รัฐบาลได้หารือกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อช่วยรับผู้ป่วยโดยรัฐจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อช่วยแบกรับค่ารักษาของผู้ป่วย สมาคมแพทย์ร้องขอให้แพทย์โรงพยาบาลเอกชนกับแพทย์ที่เกษียณแล้วสละเวลาบางส่วนมาช่วยกันดูแล



ขณะเดียวกันในประเทศเมียนมา มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1 N1 (เอช 1 เอ็น 1) คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 7 ราย ติดเชื้ออีกมากกว่า 41 ราย และตรวจพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่อีกจำนวน 136 ราย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมียนมา ด่านชายแดนไทย – เมียนมา ด่านพรมแดน แม่สอด – เมียวดี ด่านอำเภอแม่สอด เข้มงวดการเข้า – ออกชายแดน ของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งชาวเมียนมา ล่าสุดรัฐบาลเมียนมาได้ขอความช่วยเหลือจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอช1 เอ็น1 โดยเป็นการขอความช่วยเหลือด้านวัคซีน ยารักษาโรค และอุปกรณ์ตรวจโรคสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

ส่วนที่ประเทศอินเดียก็มีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 เช่นกัน โดยล่าสุด มียอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแล้วตั้งแต่ต้นปีนี้อย่างน้อย 632 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 13,188 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้อมากที่สุดอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียกว่า 3,000 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ รัฐมหาราษฏระ

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศฮ่องกง รับทราบข้อมูลการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงจาก นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค แล้วว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H3N2) ยังไม่มีการดื้อยาหรือการกลายพันธุ์ ที่ผ่านมาไทยได้มีการเตรียมมาตรการเพื่อรองรับการแพร่ระบาดไว้แล้ว ซึ่งในปีนี้ (2560) รัฐบาลได้จัดสรรงบเพื่อให้ สปสช.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดเตรียมวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เพื่อฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง ครอบคลุมเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศฮ่องกง และขณะนี้อยู่ระหว่างการรณรงค์ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 7.ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก.ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงข้างต้นนี้ สามารถรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ฟรีที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้–31 สิงหาคม 2560 หากมีอาการไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และมีไข้สูง ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว

ส่วนสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี (2560) จนถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 43,082 ราย เสียชีวิต 5 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 15-24 ปี (ร้อยละ 11.4) อายุ 25-34 ปี (ร้อยละ 10.7) และอายุ 10-14 ปี (ร้อยละ 10.6) ตามลำดับ ส่วน 5 จังหวัดแรกที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ลำพูน เชียงใหม่ ระยอง กรุงเทพมหานคร และอุตรดิตถ์

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ขอแนะนำประชาชนใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่
1.ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย
2.ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวบนรถโดยสาร
3.เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ



รัฐตั้งโรงงานวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” แห่งแรกของไทย

พล.อ.ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากเหตุการณ์การระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก 1,411.7 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานในระดับอุตสาหกรรมมาตรฐาน WHO GMP ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ปัจจุบันการดำเนินการก่อสร้างตัวโรงงานและการติดตั้งระบบสนับสนุนต่างๆ เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบคุณภาพ รวมถึงเครื่องจักร เครื่องมือสำคัญในการผลิตติดตั้งเสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนของการสอบระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบทั้งระบบห้องผลิตและระบบสนับสนุนการผลิต ระบบเครื่องจักรผลิตและขบวนการผลิตให้ทำงานสอดประสานกันเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพตามข้อกำหนดมาตรฐาน และเมื่อโรงงานได้รับการตรวจรับรองตามมาตรฐานการผลิตที่ดีก็จะสามารถผลิตวัคซีนกระจายสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศได้ในปี 2563 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า

ด้านนพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเริ่มต้นปีละ 2 ล้านโดส และสามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึงปีละ 10 ล้านโดส สามารถผลิตได้ทั้งแบบเชื้อตาย และเชื้อเป็นกรณีเกิดการระบาดใหญ่ได้ปริมาณเพียงพอต่อการใช้ของประชากรในประเทศ ถือเป็นหลักประกันความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคอาเซียนได้

“เมื่อเกิดการระบาดขึ้น โรงงานสามารถปรับใช้ผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเลียนแบบการได้รับเชื้อตามธรรมชาติ และเป็นวัคซีนที่ให้ผลผลิตสูงในระยะเวลาสั้นเหมาะกับการใช้เพื่อรองรับการระบาดใหญ่ที่ต้องมีการผลิตอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตวัคซีนเชื้อเป็นเพียง 3 รายเท่านั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอินเดียซึ่งวัคซีนนี้มีความปลอดภัยสูงสามารถใช้ได้ทั่วไป สำหรับใช้ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)”

โดยที่ผ่านมาองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นสำเร็จ 2 ชนิด คือ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 และวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก เป็นเชื้อชนิดอ่อนฤทธิ์ ใช้พ่นทางจมูก ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย อยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์เฟสที่สาม ถือว่ามีความคืบหน้าพอสมควร โดยทั้งส่วนของการก่อสร้าง การพัฒนาวัคซีน การขึ้นทะเบียนวัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการพัฒนาบุคลากรประจำโรงงานวัคซีนคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2562 คาดว่าปี 2563 จะสามารถผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้ และเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการอย่างทั่วถึง


การฉีดวัคซีนไวรัสไข้หวัดใหญ่ถือว่าเป็นการป้องกันได้ดีที่สุดโดยเฉพาะ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ผู้ป่วยหอบหืด เป็นโรคหัวใจหรือปอดเรื้อรัง และผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ไม่ควรปล่อยปละละเลยป้องกันไว้ดีกว่านะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon