เตือนระวัง! “ไวรัสโรตา” ระบาดหนักช่วงหน้าหนาว ทำพิษท้องร่วงระนาว

posted: 8 months ago
เตือนระวัง! “ไวรัสโรตา” ระบาดหนักช่วงหน้าหนาว ทำพิษท้องร่วงระนาว

comments

จากกรณีโรคท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรตาที่กำลังระบาดหนักในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาวที่มักจะแพร่เชื้อได้ง่าย ทำให้มีผู้ป่วยเกิดอาการท้องเสียเป็นจำนวนมาก แม้ว่าไวรัสดังกล่าวจะพบมากในเด็กอายุ 3 เดือนถึงอายุ 5 ปี แต่แนวโน้มในปัจจุบันเริ่มพบในผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งเมื่อ 2 – 3 วันที่ผ่านมา ดารา นักแสดง ที่มากความสามารถอย่าง “นุสบา ปุณณกันต์” ต้องถูกหามส่งด้วยอาการดังกลาวจากเชื้อไวรัสชนิดนี้



โดย “นุสบา” ได้โพสต์ภาพนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล กำลังให้สายเกลือแร่ทางเส้นเลือด และได้เขียนอธิบายไว้ว่า “ขออนุญาตแจ้งข่าวเรื่อง ขณะนี้โรคท้องเสียกำลังระบาดจาก เชื้อ Rotavirus อาการท้องเสียถ่ายเหลวรุนแรงมาก หลายครั้ง มีอาเจียนร่วมด้วย รวมทั้งมีไข้และปวดท้อง เสียน้ำและเกลือแร่กว่าจะหายใช้เวลา 5-10 วัน สัมผัสเชื้อได้ทั่วไปโดยที่เราไม่รู้ตัว อาจล้างมือไม่สะอาด ได้รับเชื้อโดยสัมผัสวัตถุปนเปื้อนหรือบริโภคอาหาร &เครื่องดื่มที่ติดเชื้อ หมอบอกว่าไม่มียาแก้ท้องเสียตัวนี้ ต้องให้น้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ อุจจาระถ่ายออกมาเรื่อยๆ จนกว่ามันจะหยุดเอง ป้องกันโดยล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ นะคะ อันตรายมากๆ ค่ะ ติดต่อทางสัมผัส อาหารปนเปื้อน ไม่สะอาด ดูแลสุขภาพนะคะ นุสร่วงไปคนหนึ่งแล้ว”

… ขออนุญาตแจ้งข่าวเรื่อง ขณะนี้โรคท้องเสียกำลังระบาดจาก เชื้อ Rotavirus (ไวรัสโรต้า) อาการท้องเสียถ่ายเหลวรุนแรงมาก หลายครั้ง มีอาเจียนร่วมด้วย รวมทั้งมีไข้และปวดท้อง เสียน้ำและเกลือแร่กว่าจะหายใช้เวลา5-10 วัน สัมผัสเชื้อได้ทั่วไปโดยที่เราไม่รู้ตัว อาจล้างมือไม่สะอาด ได้รับเชื้อโดยสัมผัสวัตถปนเปื้อนหรือบริโภคอาหาร&เครื่องดื่มที่ติดเชื้อ หมอบอกว่าไม่มียาแก้ท้องเสียตัวนี้ ต้องให้น้ำเกลือ อุจจาระถ่ายออกมาเรื่อยๆจนกว่ามันจะหยุดเอง ป้องกันโดยล้างมือให้สะอาดบ่อยๆนะคะ อันตรายมากๆค่ะ ติดต่อทางสัมผัส อาหารปนเปื้อน ไม่สะอาด ดูแลสุขภาพนะคะ นุสร่วงไปคนหนึ่งแล้ว 😨😰

A post shared by nusbapunnakanta (@nusbapunnakanta) on

สำหรับข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รายงานพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงตลอดปี 2560 จำนวน 985,544 ราย เสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นการป่วยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 226,909 ราย คิดเป็นร้อยละ 23 ของผู้ป่วยทั้งหมด และเสียชีวิต 3 ราย ซึ่งจากการสำรวจของกรมควบคุมโรคเมื่อปี 2544-2546 พบว่าการป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโรตาประมาณร้อยละ 43 และจะมีเด็กป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงที่เข้ารับการรักษาในคลินิกประมาณ 131,000 รายต่อปี และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 56,000 รายต่อปี

ขณะที่นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้ (10 มกราคม 2561) กรมควบคุมโรค เตรียมประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ของโรค และเสนอแนะแนวทาง มาตรการป้องกันโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พร้อมกำชับและเตรียมถ่ายทอดแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ทั้งนี้พบว่า ผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมีอยู่ในหลายพื้นที่ โดยพบผู้ป่วยเป็นเด็กและผู้สูงอายุค่อนข้างมาก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย อาทิ ไวรัสโรต้า โนโรไวรัส เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรคอุจจาระร่วง สามารถพบได้ในทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มที่กล่าวข้างต้นมีโอกาสพบผู้ป่วยและมีความรุนแรงของโรคมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ตลอดปี 2560 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเกือบ 1 ล้านราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุกและไม่สะอาด ในน้ำ น้ำแข็งที่มีการปนเปื้อน หรือการสัมผัสกับเครื่องใช้ เสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสอง หรือของเล่นที่มีเชื้ออยู่ ซึ่งเป็นช่องทางก่อให้เกิดโรคที่สำคัญ

การป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อต่างๆ สามารถป้องกันได้โดย

1. หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลล้างมือทั้งก่อนปรุงประกอบอาหาร และหลังการใช้ห้องน้ำ
2. กำจัดขยะมูลฝอย เศษอาหารเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน
3. รับประทานอาหารที่ปรุง “สุก ร้อน สะอาด” และไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์
4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่น และเสื้อผ้าของผู้ป่วย

ทั้งนี้ ผู้ปกครองหรือคนดูแลควรหมั่นสังเกตอาการของบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีอาการรุนแรงขึ้น เช่น อาเจียน ถ่ายมากผิดปกติ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ชีพจรเต้นเร็ว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะช็อกจากการขาดน้ำและการเสียชีวิต



สำหรับการป่วยด้วยโรคอุจจะร่วงในบางกรณี ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เพราะในกรณีที่เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถหายได้เองโดยธรรมชาติ ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรดื่มน้ำสะอาดที่ผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป หากอาการมากผิดปกติหรือเป็นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2-3 วัน ควรรีบพบแพทย์โดยทันที

ขอบคุณ IG : nusbapunnakanta


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon