10 สิ่งที่ไม่ควรบอกฝ่าย HR ก่อนสัมภาษณ์งาน

posted: 1 year ago
10 สิ่งที่ไม่ควรบอกฝ่าย HR ก่อนสัมภาษณ์งาน

comments

สาเหตุของการสัมภาษณ์งานไม่ผ่านอาจไม่ได้อยู่ที่ เกรดเฉลี่ย ฝีมือ หรือประสบการณ์ เสมอไป แต่มันยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งบางปัจจัยเหล่านั้น โดยเฉพาะ 5 ฐานคะแนน ที่ HR มักใช้ในการเลือกคนเข้าทำงาน อาจเป็นสิ่งที่คุณเองก็นึกไม่ถึง และเคยพลาดอยู่บ่อยๆ อย่างเช่น 10 ข้อดังต่อไปนี้ ที่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อย่าเพิ่งไปบอก HR ก่อนที่เขาจะถามเลยดีกว่า



1. ระบายปัญหาที่ทำงานเก่า

ถึงแม้สาเหตุของการเปลี่ยนงานของคุณจะมันเลวร้ายขนาดไหน แต่สิ่งนั้นก็ไม่ควรที่จะนำมาพูดให้กับที่ทำงานใหม่รู้เป็นอันขาด โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายบุคคลถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงลาออกจากที่เก่า ก็ให้ตอบไปในแนวเนื้องาน และการพัฒนาในเรื่องงาน และเก็บความรู้สึกเกี่ยวกับที่ทำงานเก่าเอาไว้ก่อน เพราะไม่แน่ว่าคำถามนี้ สิ่งที่ฝ่ายบุคคลต้องการอาจไม่ใช่เรื่องสาเหตุจริงๆ แต่จะดูว่าคุณมีความสามารถเก็บความลับของบริษัท หรือการยับยั้งชั่งใจได้ดีแค่ไหน เพราะหากคุณลาออกจากที่ใหม่อีก บริษัทจะได้มั่นใจว่าคุณจะไม่ไปบอกข้อเสียของบริษัทให้คนอื่นรู้ยังไงล่ะ

2. ไม่ชอบก็เก็บไว้ในใจ

สัมภาษณ์งาน2

ปกติแล้ว HR มักจะถามว่าคุณชอบทำอะไร ซึ่งคำตอบถึงแม้ว่าจะดูไม่เข้ากับเนื้องานแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบเท่ากับถ้าคุณบอกไปว่าคุณไม่ชอบทำอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับงาน หรือภาระหน้าที่ต่างๆ เพราะหากวันหนึ่งคุณจะต้องรับหน้าที่ให้ทำสิ่งนั้น อาจเกิดปัญหาตามมาได้ HR เองก็จะนำจุดนี้ไปพิจารณาด้วย

3. เงินทองไม่เข้าใครออกใคร

เรื่องเงินเดือนถึงแม้ว่ายังไงก็หนีไม่พ้นที่จะคุยกับฝ่ายบุคคลที่สัมภาษณ์เราอยู่แล้ว แต่เรื่องของเรื่องก็คือการรอ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการคุยเท่านั้นเอง รอให้ฝ่ายสัมภาษณ์เป็นคนถาม และเสนอมาก่อน อย่าเผลอไปพูดถึงก่อน หรือถามถึงก่อนเป็นอันขาด

4. พรีเซนต์ตัวเองมากเกินไป

team of successful business people having a meeting in executive

จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเท่าไหร่หรอกหากเราจะพูดถึงข้อดี และความสามารถของตัวเอง แต่บางทีจุดแข็งอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองกลายเป็นจุดอ่อนได้ หากคนที่สัมภาษณ์เรายังไม่ถามก็อย่าเพิ่งไปพูดเสนอตัวล่วงหน้าไปก่อนดีกว่า เพราะมันอาจแสดงถึงความเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินกว่าที่บริษัทต้องการ เพราะบริษัทอาจต้องการคนที่เก่งแต่ก็สามารถยอมรับ และทำงานกับคนอื่นได้แบบปกติ

5. ยังภูมิใจในบริษัทเดิม

นอกจากการพูดในแง่ร้ายถึงที่ทำงานเก่าที่ไม่ดีแล้ว การภูมิใจและนำเสนอสรรพคุณของที่ทำงานเก่า โดยเฉพาะหากเป็นบริษัทใหญ่แล้วด้วยล่ะก็ มันก็จะทำให้คุณดูโอ้อวด และทัศนคติเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบกับต่อการทำงานด้วยหรือเปล่า ทางฝ่ายบุคคลก็จะเก็บไปพิจารณาได้เช่นเดียวกัน

6. คุณต้องการงานนี้จริงๆ

ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ถูกใจคุณทุกอย่าง แต่ก็ไม่ควรที่จะกล่าวคำอ้อนวอนว่าคุณต้องการงานนี้มาก เพราะมันอาจแสดงถึงว่าคุณไม่มีทางเลือก และไม่ได้พิถีพิถันกับการเลือกงานเท่าที่ควร และสิ่งเหล่านี้ฝ่ายบุคคลก็ไม่ได้นำเอามาเป็นคะแนนสักเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายการตัดสินใจก็อยู่ที่บริษัทมากกว่าการร้องขอของคุณอยู่ดี

7. ถามถึงวันหยุดพักผ่อน

สัมภาษณ์งาน

ลองคิดดูว่าแค่ยังไม่เริ่มงานเลย ก็เล่นถามถึงวันหยุดซะแล้ว แค่คำถามนี้คะแนนของคุณก็อาจโดนลบได้ เพราะบริษัทคงไม่อยากจ้างคนที่มาและตั้งใจจะใช้วันลาทันทีทันใด โดยถึงแม้ว่าจะทำได้มันก็บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ และความทุ่มเท่ให้กับหน้าที่ได้เลยนะ ยังไม่รวมถึงนิสัยใจคอ ความเกรงใจ ความรู้จักกาลเทศะ ซึ่งบางบริษัทเค้าก็ดูไปถึงนู่นเลยล่ะ

8. ตีซี้คนสัมภาษณ์มากเกินไป

การพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติกับ HR ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การสนทนาที่เกินขอบเขตชนิดที่ว่าถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ชีวิตความเป็นอยู่ที่บริษัทนั้นเพื่อจะได้รู้ว่าองค์กรเป็นอย่างไร มีปัญหาตรงไหน ก็ดูจะมากไปหน่อย เปลี่ยนเป็นการสนทนาเรื่องทั่วๆ ไป ก็ไม่เสียหายหรอกเนอะ

9. เผยจุดอ่อนของตัวเอง

Employee dilemma with question marks on blank paper

หากยังไม่โดนถามก็อย่าเพิ่งบอกไปก่อนเลยว่าตัวเองไม่ถนัดทำอะไร หรือทำอะไรไม่ได้บ้าง เพราะดีไม่ดีสิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งที่สักวันหนึ่งคุณต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ก็เช่นกัน มันแสดงถึงความไม่มั่นใจ และความไม่หนักแน่นว่าคุณจะกล้าเจอปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า

10. เล่าปัญหาส่วนตัว

เมื่อถึงเวลาของการแนะนำตัวเอง สิ่งที่บริษัทอยากรู้ไม่ได้ย้อนกลับไปถึงชีวิตสมัยมัธยม หรือเรื่องครอบครัว และปัญหาต่างๆ ในชีวิตคุณ ที่ดูแล้วอาจก่อปัญหาในการทำงานได้ ย้อนกลับแค่ประสบการณ์การทำงาน และผลงานที่โดดเด่นที่เคยมีส่วนร่วมก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับทำให้บริษัทรู้จักคุณมากขึ้น

ถึงแม้ว่า 10 ข้ออาจดูมากเกินไปว่าถ้าห้ามขนาดนี้ ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เลยน่ะสิ ซึ่งจริงๆ แล้ว 10 ข้อนี้เป็นเพียงข้อกำหนดแบบกลางๆ เท่านั้น เพราะปัจจุบันหลายบริษัทมีความหลากหลาย และเปิดกว้าง ที่ต้องการรับคนที่แตกต่างแหวกแนว และทันสมัย ต่างจากเมื่อก่อนมาก ทำให้อาจต้องดูเรื่องความเหมาะสมแทนว่าลักษณะองค์กรนั้นเป็นอย่างไร และควรจะเข้าสัมภาษณ์อย่างไรแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เช่นเดียวกับเรซูเม่ใบเปิดแรกก่อนการสัมภาษณ์ ด้วยเรซูเม่ในแบบต่างๆ


avatar
by DeepA

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon