รีบบอกเลิกของหวาน ก่อนจะต้องทุกข์ทรมานกับ 10 อาการเหล่านี้

posted: 10 months ago
2,780 views
รีบบอกเลิกของหวาน ก่อนจะต้องทุกข์ทรมานกับ 10 อาการเหล่านี้

comments

ของหวานกับคนในยุคนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่คู่กันไปซะแล้ว เพราะอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแทบทุกชนิดในชีวิตประจำวันของเราต่างมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่ด้วย ไม่ว่ามากหรือน้อย และทุกครั้งที่ได้ทานของหวานมันทำให้เรารู้สึกชื่นใจ ซาบซ่า และหายเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูกเลย ไม่ว่าจะเป็นไอศครีมวานิลลาหอมๆ ละมุนๆ ชานมหวานมัน น้ำอัดลม หรือเค้กช้อคโกแลตชิ้นโปรดสุดเข้มข้น

shutterstock_412320808


การทานของหวานไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะคะ เพราะน้ำตาลในของหวานเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการอย่างหนึ่ง ถ้าเราทานแต่พอเหมาะพอดี น้ำตาลก็จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้โลดแล่น แถมให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ถ้ามันมากไปก็กลายเป็นว่าทำร้ายตัวเองซะงั้น ลองมาดูกันว่าถ้าเราทานน้ำตาลหรือของหวานๆ มากเกินไป ร่างกายที่เราหวงแหนมาทั้งชีวิตจะเป็นยังไงบ้าง

จริงๆ แล้วเราควรทานน้ำตาลวันละเท่าไหร่?

ข้อมูลจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่าปัจจุบันคนไทยบริโภคน้ำตาลจากอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม มากถึงวันละ 88 กรัม หรือประมาณ 22 ช้อนชา โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคร้ายจากการทานน้ำตาลสูงที่สุด

shutterstock_312143051


องค์การอนามัยโลกก็บอกว่าปริมาณที่เหมาะสมในการทานน้ำตาลแต่ละวันไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานทั้งหมดที่ได้รับ คือห้ามเกินวันละ 40 กรัม หรือ 10 ช้อนชา แต่สำหรับคนไทยกำหนดให้ทานไม่เกินวันละ 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา เพราะในอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดมีน้ำตาลมากอยู่แล้วแต่เราไม่รู้


ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มและผลไม้

เราจัดอันดับเครื่องดื่มและผลไม้ยอดฮิตในชีวิตประจำวันที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจนน่าตกใจมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน ต่อจากนี้อาจจะต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนที่จะเลือกทาน

shutterstock_448350010


        เครื่องดื่ม                                                             ผลไม้
แดงโซดา  15.5 ช้อนชา / แก้ว                            กล้วยหอม  5.6 ช้อนชา / ลูก
ชามะนาว  13 ช้อนชา / แก้ว                                สับปะรด  6 ช้อนชา / 5 ชิ้น
ชาเย็น  11 ช้อนชา / แก้ว                                    แตงโม  5 ช้อนชา / 6 ชิ้น
น้ำผักผลไม้  8 ช้อนชา / กล่อง                            ลิ้นจี่  4.5 ช้อนชา / 5 ลูก
น้ำอัดลม  8 ช้อนชา / ขวดเล็ก                             แอปเปิ้ลแดง  2.7 ช้อนชา / ลูก
ชาเขียว  7 ช้อนชา / กล่อง                                  มะละกอ  2.6 ช้อนชา / 6 ชิ้น
นมช้อคโกแลต  4.5 ช้อนชา / กล่อง                     แก้วมังกร  2.5 ช้อนชา / ครึ่งลูก


คนชอบทานของหวานเสี่ยงจะเป็นอะไรได้บ้าง

นี่คือ 10 อาการ แสนอันตรายที่คนชอบทานของหวานต้องระวัง และหากคุณยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หลีกเลี่ยง ลดของหวาน และดูแลสุขภาพจากภายใน คุณก็ต้องเตรียมรับมือให้ดี เพราะแต่ละอาการนี่น่ากลัวสุดๆเลย

โรคหัวใจ

อาหารที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เพราะน้ำตาลมีผลต่อกระบวนการสูบฉีดของหัวใจ เพิ่มระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ไขมันเลว กลูโคส และอินซูลินในกระแสเลือด

ตับทำงานหนัก

ก่อนที่น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือด จะผ่านไปที่ตับก่อนเพื่อย่อยสลายให้เป็นกลูโคสหรือฟรุกโตส และตับจะสังเคราะห์ให้กลายเป็นไกลโคเจน หากทานของหวานเยอะๆ ตับก็จะต้องทำงานเพิ่มขึ้นในระยะยาว อาจทำให้ตับทำงานหนักจนเกินไป

ไขมันพอกตับ

เมื่อตับสังเคราะห์ฟรุกโตสให้กลายเป็นไขมันแล้ว ก็จะถูกเก็บไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งที่ตับ และกลายเป็นเม็ดไขมันในเวลาต่อมา การสะสมของเม็ดไขมันเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับขึ้นได้

อินซูลินทำงานผิดปกติ

การรับประทานน้ำตาลมากเกินไป อาจทำให้อินซูลินทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์เกิดภาวะต้านอินซูลิน ที่ส่งผลถึงโรคอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวาน

shutterstock_310080710


โรคเบาหวาน

ภาวะต้านอินซูลินที่รุนแรงขึ้น ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถรับมือความต้องการอินซูลิน เพื่อใช้รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำลงได้ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

ไขมันในเลือดสูง

เมื่อคุณกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากๆ แน่นอนว่าร่างกายจะนำไขมันไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ไม่ทัน จึงทำให้เกิดการสะสมไตรกลีเซอไรด์ขึ้นในร่างกาย ทำให้ปริมาณไขมันในเลือดสูง ส่งผลต่อโรคอื่นๆ อีกมากมาย

 

ฟันผุ

น้ำตาลเป็นอะไรที่ย่อยได้ง่าย แบคทีเรียในช่องปากจึงสามารถกินน้ำตาลเป็นอาหาร และเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วจนเต็มช่องปาก จึงเป็นสาเหตุของปัญหาฟันต่างๆ อาทิ ฟันผุ เคลือบฟันกัดกร่อน โรคเหงือก และกลิ่นปาก

มะเร็ง

อินซูลินยังเป็นฮอร์โมนที่ใช้ควบคุมการเจริญเติบโต และการเพิ่มขึ้นของเซลล์มะเร็งแบบคูณสอง เพราะฉะนั้นการเพิ่มขึ้นของอินซูลิน และระดับอินซูลินที่ไม่คงที่ก็อาจทำให้เพื่อนๆ มีเซลล์มะเร็งเติบโตอยู่ในร่างกายได้

Peanut butter sandwiches


เสพติดรสหวาน

จริงๆ แล้วน้ำตาลก็เป็นเหมือนยาเสพติดชนิดหนึ่งเลยนะคะ เพราะสารให้ความหวานจะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งโดพามีน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้เกิดอาการเสพติด เราจะรู้สึกอยากทานของหวานอยู่ตลอด ถ้าไม่ได้ทานหรือขาดรสหวาน อาจทำให้อารมณ์เสีย และงุ่นง่านใจ

แก่ก่อนวัย

การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป จะไปขัดขวางการซ่อมแซมคอลลาเจนในร่างกาย รวมทั้งทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายทำงานหนักจนเสื่อมลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เราแก่ก่อนวัย ผิวหนังเกิดริ้วรอย เหี่ยวยน คล้ำโทรม หรืออาจจะรุนแรงไปถึงขั้นความจำเสื่อม


เพื่อนๆ เห็นไหมว่าการทานอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มที่หวานๆ มากจนเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรามากขนาดไหน ถึงความหวานมันจะช่วยทำให้อาหารทุกเมนูอร่อยขึ้นก็ตาม เพื่อนๆ ต้องเลือกทานให้พอเหมาะ พยายามทานอาหารให้ได้ 3 มื้อ และครบทั้ง 5 หมู่ อย่าหวานเกิน อย่าเค็มเกิน เอาแต่พอดีๆ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เต็มที่ ร่างกายจะได้เผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพนะจ๊ะ

 


avatar
by EYELINER
ดิฉันนี่แหละค่ะ ผู้หญิงเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะทำอาหาร ท่องเที่ยวทั่วโลก สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ รดน้ำต้นไม้ สร้างบ้าน ปลูกป่า หรือแม้แต่เดินสายสวย และล่าสุดดิฉันได้ผันตัวมาเป็นบิวตี้กูรูควบแฟชั่นนิสต้าคนใหม่ของเมืองไทย รอติดตามดีๆนะคะ ดิฉันกำลังจะกลายเป็นดาวจรัสแสง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon