เปิดโผ 10 อภิมหาเศรษฐีไทย ปี 60 ตระกูลเจียรวนนท์ ครองแชมป์

posted: 1 year ago
28,227 views
เปิดโผ 10 อภิมหาเศรษฐีไทย ปี 60 ตระกูลเจียรวนนท์ ครองแชมป์

comments

ในแต่ละปีนิตยสารฟอร์บส์ จะมีการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลก และจัดอันดับแยกตามแต่ละประเทศ ซึ่งในปีนี้บ้านเรามีการจัดอันดับกันไว้ถึง 50 อันดับ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นหน้าเดิม ๆ โดยเฉพาะ 5 อันดับแรก มีทรัพย์สินรวมกันแล้วสูงถึง 4.26 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16 เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา (2559)



และในวันนี้ แรบบิทเดลี่จะพาไปดู 10 อันดับแรกของอภิมหาเศรษฐีไทย ว่าจะมีสินทรัพย์รวมแล้วมากขนาดไหน และทำธุรกิจอะไรกันบ้าง เริ่มกันที่…


อันดับ 1 ตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 21,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7.3 แสนล้านบาท โดยนายธนินทร์ เจียรวนนท์ ดำรงตำแหน่งประธานใหญ่และผู้บริหารสูงสุดยาวนานกว่า 48 ปี ได้ส่งไม้ต่อธุรกิจให้แก่บุตรชายคนโตคือ นายศุภกิจ เจียรวนนท์ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายคนเล็กดำรงตำแหน่งบริษัทในเครือตามลำดับ

นายธนินทร์ เจียรวนนท์
นายธนินทร์ เจียรวนนท์

อันดับ 2 เจ้าสัวเจริญ หรือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเบอร์ลี่ บุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ, เจ้าของกิจการโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ฯลฯ ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่า 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.24 แสนล้านบาท ซึ่งในปีนี้ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มูลค่ากว่า 1.21 แสนล้านบาท โดยให้นายปณต สิริวัฒนภักดี ซึ่งเป็นลูกชายคนสุดท้อง มาบริหารงานโครงการดังกล่าว

นายเจริญ สิริวัฒนภักดี (จอบคุณภาพ OKnation)
นายเจริญ สิริวัฒนภักดี (จอบคุณภาพ OKnation)

อันดับ 3 ตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของกิจการห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเครือเซ็นทรัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า โรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร เป็นต้น ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่า 15,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.2 แสนล้านบาท

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ (ขอบคุณภาพจากกรุงเทพธุรกิจ)
นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ (ขอบคุณภาพจากกรุงเทพธุรกิจ)

อันดับ 4 นายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดง และบริษัทในเครืออย่าง สยาม ไวเนอรี่ เทรดดิ้งพลัส ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มสปายไวน์คูลเลอร์ เจ้าของไวน์ยี่ห้อ มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley) และเครื่องดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ภายใต้แบรนด์ มูส (MOOSE) และบริหารกิจการ Red Bull ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 12,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.25 แสนล้านบาท

นายเฉลิม อยู่วิทยา
นายเฉลิม อยู่วิทยา

อันดับ 5 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ (เจ้าพ่อ King Power) รวมถึงเป็นนายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และประธานสโมสรฯ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 4,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.59 แสนล้านบาท

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (ขอบคุณภาพจาก Goal.com)
นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (ขอบคุณภาพจาก Goal.com)

อันดับ 6 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และเป็นประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 อีกทั้งยังถือหุ้นใหญ่หลายบริษัท อาทิ บริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ และบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง โดยมีทรัพย์สินรวม 3,900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.32 แสนล้านบาท

นายกฤตย์ รัตนรักษ์ (ขอบคุณภาพจาก www.247friend.net)
นายกฤตย์ รัตนรักษ์ (ขอบคุณภาพจาก www.247friend.net)

อันดับ 7 นายวานิช ไชยวรรณ ประธานกรรมการ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ซึ่งถือเป็นบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของเมืองไทย มีอายุกว่า 85 ปี ปัจจุบันได้ถ่ายทอดวิชาธุรกิจให้แก่เหล่าทายาทสานต่อ มูลค่าทรัพย์สินรวม 3,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.29 แสนล้านบาท

นายวานิช ไชยวรรณ (ขอบคุณภาพ plus.google.com)
นายวานิช ไชยวรรณ (ขอบคุณภาพ plus.google.com)

อันดับ 8 นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นเจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ นอกจากนี้เมื่อปี 2559 ได้ซื้อกิจการโรงแรมปาร์คนายเลิศ มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8.8 หมื่นล้านบาท

นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (ขอบคุณภาพจากไทยรัฐ)
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (ขอบคุณภาพจากไทยรัฐ)

อันดับ 9 นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด หรือที่คุ้นหูกันก็คือ ธุรกิจเบียร์สิงห์ มีมูลลค่าทรัพย์สินรวม 2,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.8 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันได้ให้บุตรชาย ภูริต (เต้) และ ปิติ (ต๊อด) ภิรมย์ภักดี ให้เข้ามาร่วมดูแลธุรกิจด้วย

นายสันติ ภิรมย์ภักดี (ขอบคุณภาพจาก kumtalk.blogspot.com)
นายสันติ ภิรมย์ภักดี (ขอบคุณภาพจาก kumtalk.blogspot.com)

อันดับ 10 นายอาลก โลเฮีย (Aloke Lohia) ชาวอินเดียผู้อาศัยในประเทศไทย เจ้าของธุรกิจกลุ่มบริษัทอินโดรามาเวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (Indorama Ventures) เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ของโลกและเป็นผู้ผลิตเส้นด้ายขนสัตว์ชั้นนำของโลก มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 1,750 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.9 หมื่นล้านบาท

นายอาลก โลเฮีย (ขอบคุณภาพจาก www.pawawit.com)
นายอาลก โลเฮีย (ขอบคุณภาพจาก www.pawawit.com)

นอกจากนี้ เศรษฐีของไทยในปีนี้ (2560) มีเศรษฐีหน้าใหม่ 3 คน ได้แก่
1. นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ จากเถ้าแก่น้อย (TKN) ที่เพิ่งนำธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อไม่นาน และนับเป็นมหาเศรษฐีผู้มีอายุน้อยที่สุดอายุเพียง 32 ปี ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ที่ 2.104 หมื่นล้านบาท

นายอิทธิพัทธ์-พีระเดชาพันธ์ (ขอบคุณภาพ Marketing Oops!)
นายอิทธิพัทธ์-พีระเดชาพันธ์ (ขอบคุณภาพ Marketing Oops!)

2. นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ผู้ก่อตั้ง ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) มีทรัพย์สิน 2.587 หมื่นล้านบาท

นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ (ขอบคุณภาพกรุงเทพธุรกิจ)
นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ (ขอบคุณภาพกรุงเทพธุรกิจ)

3. นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ แห่งคาราบาวแดง (CBG) มูลค่าทรัพย์สิน 2.035 หมื่นล้านบาท

นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ (ขอบคุณภาพกรุงเทพธุรกิจออนไลน์)
นางสาวณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ (ขอบคุณภาพกรุงเทพธุรกิจออนไลน์)

จะเห็นได้ว่าธุรกิจของมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและไม่ได้มีเพียงธุรกิจเดียว มีการกระจายไปหลากหลายธุรกิจด้วยกัน จึงทำให้มีการเติบโตและสามารถขยายกิจการหรือสาขาได้อย่างรวดเร็ว


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon