10 อันดับ เมืองโบราณ ที่อยู่มานานที่สุดในโลก

posted: 2 years ago
2,452 views
10 อันดับ เมืองโบราณ ที่อยู่มานานที่สุดในโลก

comments

เมืองโบราณ feature image

เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากกว่าพันปีไม่ได้มีแค่ความสวยงามทางสถาปัตกรรมหรือศิลปวัตถุอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นเสมือนตัวแทนแห่งยุคสมัยและอารยธรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงความดีงามและเกรี้ยวกราดของมนุษย์ เมืองโบราณ เหล่านี้อัดแน่นไปด้วยเรื่องเล่าและตำนาน เคลือบแฝงไว้ด้วยเสน่ห์เย้ายวนแก่นักสำรวจ เราลองไปดูกันว่า เมืองที่มีอายุเก่าแก่พอ ๆ กับผืนแผ่นดินที่มันตั้งอยู่นั้นมีที่ใดบ้าง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: มหัศจรรย์เมืองใต้ดินที่มีครบทุกอย่างเหมือนอยู่บนดิน

Viriyah Insurance

10. ดามัสกัส ซีเรีย

เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศซีเรีย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10,000 – 8,000 ปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปแอฟริกาและเอเชียพอดี กรุงดามัสกัสจึงเป็นเสมือนสี่แยกระหว่างตะวันออกและตะวันตก ทำให้ในอดีต กรุงดามัสกัสเคยเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การค้า และการปกครอง และเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าพ่อค้าและช่างฝีมือจากต่างชาติ ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เมืองโบราณ Damascus, Syria
Damascus, Syria

9. เอเธนส์ กรีซ

อู่อารยธรรมตะวันตกที่เป็นที่อยู่อาศัยของคนกว่า 3 ล้านคน และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปี ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมของจักรวรรดิออตโตมัน จักรวรรดิไบแซนไทน์ และจักรวรรดิโรมันที่เคยรุ่งเรืองในอดีต นอกจากนี้ ยังเป็นถิ่นกำเนิดของนักปรัชญา นักเขียน และศิลปินชื่อดังของโลกอีกหลายคน

ปัจจุบัน กรุงเอเธนส์เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งค้นคว้าทางโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และยังคงเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม การศึกษา การเมือง และอุตสาหกรรม โดยมีโบราณสถานที่สำคัญคือ วิหารอะโครโพลิสและวิหารพาร์เธนอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์

Athens, Greece
Athens, Greece

8. บีบลอส เลบานอน

แหล่งกำเนิดของหลากหลายอารยธรรมสำคัญ มีหลักฐานยืนยันถึงการตั้งรกรากเมื่อกว่า 5,000 ปีที่แล้วของพวกฟินิเชีย และเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตกระดาษปาปิรุส ที่น่าสนใจคือ ชื่อของคัมภีร์ไบเบิลก็มีที่มาจากชื่อเมืองบิบลอสแห่งนี้

ป้อมปราการและศาสนสถานเก่าแก่ ทัศนียภาพอันงดงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สถาปัตยกรรมโบราณ และท่าเรือ สิ่งเหล่านี้ทำให้บิบลอสกลายเป็นจุดหมายของนักเดินทางจำนวนมาก แม้ว่าในปัจจุบันจะพัฒนาไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงความเก๋าของประวัติศาสตร์อันยาวนานไว้ได้อย่างครบถ้วน

เมืองโบราณ-Byblos-Lebanon
Byblos, Lebanon

7. เยรูซาเลม อิสราเอล

เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกยิว คริสเตียน และมุสลิม มีประชากรอยู่กว่า 800,000 คน และกว่า 60% ในนั้นเป็นชาวยิว กรุงเยรูซาเล็มมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี แต่ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกที่อยู่ในพื้นที่อันตรายเมื่อปี ค.ศ. 1981

Jerusalem, Israel
Jerusalem, Israel

6. พาราณสี อินเดีย

กรุงพาราณสีตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคงคา คนอินเดียเชื่อกันว่าเมืองนี้ถูกสร้างโดยพระศิวะ ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ศตวรษก่อนคริสตศักราช พาราณสีมีชื่อเดิมว่า เบนาเรส อันเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้แสวงบุญ

Varanasi, India
Varanasi, India

 

Bangkok Insurance

 

5. โชลูลา เม็กซิโก

เมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน โชลูลาถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่กระจัดกระจายกันอยู่เป็นจำนวนมาก เคยเป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมละตินอเมริกันเช่นพวกโอลเมคส์ โทลเทค แอซเทกส์ ปัจจุบันเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรประมาณ 60,000 คน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ มหาพีระมิดแห่งโชลูลา

เมืองโบราณ Cholula, Mexico
Cholula, Mexico

4. เยรีโค ปาเลสไตน์

เมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรอยู่เพียง  20,000 กว่าคน ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาฮิบรูเรียกเมืองนี้ว่า เมืองแห่งต้นปาล์ม จากการขุดค้นทางโบราณคดีทำให้พบหลักฐานว่าพื้นที่แห่งนี้ เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่เมื่อเกือบ 11,000 ปีที่แล้วอย่างน้อย 20 ครัวเรือน

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางปาเลสไตน์ เยรีโคจึงเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าที่สำคัญในยุคนั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีเพื่อแย่งชิงดินแดน เยรีโคเคยอยู่ในเขตปกครองของประเทศจอร์แดนและอิสราเอล ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศปาเลสไตน์ในปี ค.ศ. 1994

Jericho, Palestine
Jericho, Palestine

3. อะเลปโป ซีเรีย

เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีเรีย เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกว่า 2 ล้านคน ที่ตั้งของเมืองมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อยู่มาก เพราะตั้งอยู่ตรงกลางของเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างทวีปเอเชียและฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในอดีต ดินแดนแห่งนี้เคยถูกปกครองโดยจักรวรรดิโรมัน ไบแซนไทน์ และออตโตมันตามลำดับ สถาปัตยกรรมในอะเลปโปแห่งนี้จึงมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างหลายอารยธรรม ในด้านความเก่าแก่ของเมืองใหญ่นี้ นักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานที่ทำให้สามารถเชื่อว่าเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อกว่า 13,000 ปีก่อน

Aleppo, Syria
Aleppo, Syria

2. พลอฟดิฟ บัลแกเรีย

ประวัติศาสตร์ของพลอฟดิฟเริ่มค้นเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสตศักราช ในอดีตเคยถูกปกครองโดยหลายอาณาจักร จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบัลแกเรียเมื่อปี ค.ศ. 1885 โดยเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของประเทศบัลแกเรียในปัจจุบัน

Plovdiv, Bulgaria
Plovdiv, Bulgaria

1. ลั่วหยาง จีน

ไม่มีเมืองไหนในประเทศจีนที่จะผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคสมัยการปกครองได้นานเท่าลั่วหยางอีกแล้ว เพราะลั่วหยางเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มากว่า 4,000 ปี และปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 7 ล้านคน ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้ลั่วหยางเป็นเป้าหมายของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ ถ้ำผาหลงเหมินซึ่งเต็มไปด้วยประติมากรรมพระพุทธรูป และวัดม้าขาวซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนาแห่งแรกของประเทศจีน

Luoyang, China
Luoyang, China

 

คงจะถูกใจใครหลาย ๆ คนที่ชอบเที่ยวเมืองเก่าใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าที่ไหนก็มีเรื่องราวของของตัวเองทั้งนั้นแหละเนอะ คราวหน้าเวลาไปเที่ยวเมืองไหนก็ลองสืบค้นประวัติดูก่อนสิ แล้วเราจะมองเห็นอีกมุมนึงที่มากกว่าแค่ตาเห็น และเบื้องลึกเบื้องเบื้องหลังของความสวยงามนั้นว่าผ่านอะไรมาบ้าง


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon