10 เทคนิคสุดเจ๋ง คุยกับคนไม่สนิทได้ไม่ติดขัด

posted: 2 years ago
2,317 views
10 เทคนิคสุดเจ๋ง คุยกับคนไม่สนิทได้ไม่ติดขัด

comments

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะสนทนาพาทีกับคนไม่รู้จักหรือไม่สนิทด้วย แต่บางครั้งด้วยสถานการณ์ตรงหน้า การชวนคนรอบข้างคุยก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้บรรยากาศไม่กระอักกระอ่วน และเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดี เราจึงขอเสนอเทคนิค 10 ข้อสำหรับการพูดคุยสัพเพเหระกับคนรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น หรือสานความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดขึ้น ทั้ง 10 ข้อนี้ก็เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่นำไปใช้ได้ทุกเมื่อ

1 1. เลือกเข้าหาคนที่อยู่คนเดียวก่อน
คนที่ยืนอยู่คนเดียวเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าไปพูดคุยด้วย ส่วนตัวเลือกที่ดีรองลงมาจะเป็นกลุ่มคนที่ยืนล้อมแบบเปิดช่องว่างไว้ให้คนนอกวงเข้ามาได้ง่าย สำหรับคู่สนทนาที่หันหน้าเข้าหากันตรงๆ และกลุ่มคนที่คุยกันแบบล้อมเป็นวงปิดนั้นมีโอกาสสูงที่จะไม่เปิดรับคนนอกวงสนทนา

2 2. ฝึกด้วยการพูดคุยกับพนักงาน
หากสิ่งที่คุณกังวลที่สุดคือการถูกเมินเฉยและทำให้คุณหมดความมั่นใจในการชวนคนอื่นคุย ลองทดสอบด้วยการชวนพนักงานบริการร้านอาหาร หรือคนชงกาแฟคุยดู งานของพวกเขาคือการทำให้คุณสนใจและสร้างความสุขให้ลูกค้าอยู่แล้ว ดังนั้นมีโอกาสไม่มากนักหรอกที่คุณจะโดนเมินใส่หรือดูแคลน (แม้จะมีกรณีแบบนี้อยู่บ้างก็ตาม)

3 3. บอกชื่อของคุณ และพยายามพูดชื่อฝ่ายตรงข้าม
เดล คาร์เนกี นักเขียนชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและผู้พัฒนาหลักสูตรด้านจิตวิทยาต่างๆ ที่โด่งดังมาจนปัจจุบันเคยเขียนไว้ในหนังสือเรื่อง “คู่มือสู่ความสำเร็จ” ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1937 ว่า “จงจำไว้ว่าสำหรับคนผู้นั้น ชื่อของเขาคือคำที่ไพเราะและมีคุณค่าที่สุดไม่ว่าในภาษาใดๆ” คำแนะนำนี้ยังคงใช้ได้จริงจริงจวบจนปัจจุบัน ให้เริ่มบทสนทนาด้วยความแน่วแน่และการแนะนำตัวอย่างมั่นใจ เช่น “สวัสดี ผมชื่อ A คุณล่ะครับ?” และเมื่อเขาตอบกลับมา พยายามพูดชื่ออีกฝ่ายกลับด้วย เช่น “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณ B”

4 4. แนะนำตัวเองว่าเคยพบคู่สนทนามาก่อน
หากคุณเคยพบคู่สนทนามาก่อน (แม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม) ให้แนะนำตัวเองอีกครั้งและบอกว่าคุณทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อนที่ไหน เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องยืนอยู่ต่อหน้าคุณในขณะที่จำชื่อของคุณไม่ได้ คุณควรจะเป็นฝ่ายเสนอชื่อเพื่อช่วยเหลือคู่สนทนา ลองใช้ประโยคประมาณว่า “สวัสดีครับ ผมไม่แน่ใจว่าคุณจำผมได้ไหม แต่ผมคือ A เราเคยพบกันที่งานแต่งานของคุณ C” แล้วตามด้วยการไถ่ถามความเป็นไปของเขา เช่น “หลังจากงานนั้นคุณได้ไปไหนต่อหรือเปล่า?” ไม่สำคัญว่าเขาจะจำคุณได้หรือไม่ อย่างไรเขาต้องรู้สึกยินดีอย่างแน่นอนที่อย่างน้อยคุณก็จำเขาได้

5 5. นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกับคู่สนทนาได้
หลังจากผ่านช่วงเวลายุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องชื่อไปแล้ว ให้เริ่มบทสนทนาที่สามารถเชื่อมโยงคุณและอีกฝ่ายเข้าด้วยกัน หากคุณอยู่ในงานแต่งงาน ให้ลองถามถึงที่มาที่ไปว่าเพื่อนใหม่ของคุณคนนี้รู้จักเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้อย่างไร หรือหากอยู่ในงานอีเวนท์ ลองถามว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับเจ้าภาพอย่างไร หรือมีงานอีเวนท์ไหนที่คล้ายๆ กันซึ่งพวกเขาเคยเข้าร่วมมาก่อนหน้านี้บ้าง อย่าเริ่มบทสนทนาด้วยการพร่ำบ่น เช่น “เครื่องดื่มรสชาติไม่ได้เรื่องเลย! เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเขารู้จักใครบ้าง และคุณคงไม่อยากให้คู่สนทนาคิดไปก่อนว่าคุณเป็นคนขี้หงุดหงิดและคุยด้วยยาก

6 6. ระมัดระวังท่าทางของคุณ
เพื่อให้ดูผ่อนคลาย ควรประสานนิ้วมือไว้ด้านหน้าตัวเอง อย่าไขว้แขนไว้ด้านหลังเพราะจะทำให้คุณดูค่อนข้างเกร็ง พยายามโน้มตัวเข้าหาคู่สนทนาในระยะที่เหมาะสมเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าคุณกำลังเปิดเผยสิ่งสำคัญเกี่ยวกับตัวเองอย่างจริงใจ

7 7. เปิดโอกาสให้คู่สนทนาตั้งคำถาม
ควรบอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณให้คู่สนทนารู้อย่างพอสมควร เพื่อให้เขาสามารถถามสิ่งที่อยากรู้ได้แบบสบายๆ อย่าเล่าเรื่องของตัวเองมากเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็อย่าตอบแบบห้วนๆ สั้นๆ เพราะจะทำให้อีกฝ่ายไม่รู้จะถามอะไรเพิ่ม เช่น “ผมกำลังเตรียมตัวไปเที่ยวยุโรปกับลูกทั้ง 2 คนของผม” เป็นการบอกทั้งเรื่องที่คุณกำลังจะไปเที่ยวและเรื่องที่คุณมีลูก 2 คน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีเพราะจะทำให้คู่สนทนาสามารถต่อยอดคำถามต่อได้ หากเริ่มรู้สึกว่าในบทสนทนานี้มีแต่คุณที่เป็นฝ่ายถาม อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนคู่สนทนาแล้ว

8 8. โยงบทสนทนาไปยังสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจ
แม้ว่าคุณจะไม่อยากเป็นฝ่ายเดียวที่คอยตั้งคำถาม แต่อย่ากลัวที่จะถามข้อมูลเพิ่มเช่น “ทำไมครับ” หรือ “คุณมาเริ่มงานนี้ได้อย่างไร” หากคุณยิงคำถามโดนจุดที่คู่สนทนาสนใจเป็นพิเศษแล้ว ควรเพิ่มความมั่นใจให้เขาต่อด้วยการตอบรับที่เข้าใจ เช่น แสดงสีหน้าสนใจ พยักหน้า หรือตอบรับสั้นๆ ด้วยคำว่า “อ๋อ” หรือ “งั้นหรือครับ” เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักชอบคุยเรื่องที่ตัวเองสนใจและเกี่ยวข้อง

9 9. ถามคำถามที่มีสาระให้ขบคิด
หากคุณนั่งอยู่ในวงสนทนาที่มีสมาชิกหลายคน ลองตั้งคำถามในเรื่องเฉพาะทางที่น่าสนใจเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อาจนำหัวข้อมาจากสิ่งที่คุณได้ยินในวิทยุ หรือยกเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาถามทุกคนว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนั้น พยายามทำให้หัวข้อเรื่องดูมีสาระและเหมาะสม แต่ก็ควรพยายามทำให้ดูสนุกสนานและเป็นเรื่องไม่ซีเรียสนัก

10 10. จบบทสนทนาให้สวยงาม
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนาเฉื่อยชาลงแล้ว ให้จบบทสนทนาอย่างสวยงามให้ได้ ปลุกความกร่อยด้วยความกระตือรือร้นและรอยยิ้ม ที่สำคัญคืออย่างลืมย้ำชื่อของฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง เช่น “ผมสนุกมากที่ได้ฟังเรื่องราวการเดินทางของคุณ มันทำให้ผมอยากวางแผนเดินทางบ้าง ดีใจที่ได้คุยด้วยนะครับ คุณ B!”


avatar
by ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon