พลาดได้ไง! 10 ถ้ำสวย ในเมืองไทย เที่ยวปลอดภัยไม่มีหลง

posted: 4 months ago
พลาดได้ไง! 10 ถ้ำสวย ในเมืองไทย เที่ยวปลอดภัยไม่มีหลง

comments

เมืองไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยๆ และน่าไปเที่ยวชมให้เพลิดเพลินใจอยู่มากมายเต็มไปหมด ซึ่งนอกจากจะมีทะเล ภูเขา แม่น้ำ หรือป่าต่างๆ แล้ว หนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสายลุยและรักการผจญภัยชอบไปกันก็คือ ถ้ำ นั่นเอง

หากพูดถึงถ้ำ บ้านเราก็มีถ้ำอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แถมยังเป็นถ้ำที่มีความสวยสดงดงามตระการตา และหลายๆ ถ้ำก็เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยธรรมาชาติอีกต่างหาก แต่ถ้าจะพูดถึงถ้ำที่มีความอลังการและตรึงตราตรึงใจล่ะก็ วันนี้ rabbit finance มี 10 ถ้ำสวยในไทย ที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน

10 ถ้ำสวย ในเมืองไทย ที่คุณไม่ควรพลาด

ถ้ำสวย

1.ถ้ำมรกต

‘ถ้ำมรกต’ อยู่บนเกาะมุก อ.กันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานหาดเจ้าไหม เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศนิยมไปเยือนมากเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ทางเข้าถ้ำจะเป็นโพรงเล็กๆ พอให้เรือลอดผ่านได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะต้องจอดเรือไว้ปากถ้ำ จากนั้นก็ต้องใส่เสื้อชูชีพ แล้วเกาะเชือกกันเข้าไปในถ้ำด้วยระยะทาง 80 เมตร โดยการเข้าแถวเรียงหนึ่งตามคนนำทาง และเกาะคนข้างหน้าเอาไว้ ไม่งั้นอาจหลงทางได้

ทุกคนที่ไปเยือนถ้ำนี้จะได้เห็นแสงสะท้อนกับผืนน้ำทะเล กลายเป็นสีเขียวมรกตสวยสดงดงามมากๆ เวลาที่เหมาะจะเที่ยวถ้ำมรกต คือ 10.00 – 14.00 น. เพราะจะได้เห็นทะเลสาบสีมรกตงดงาม และแสงที่ลอดปากปล่องถ้ำมรกตลงมา ส่วนเดือนที่เหมาะกับการเที่ยวถ้ำแห่งนี้ คือ ระหว่างเดือนธันวาคม – ต้นเดือนพฤษภาคม

การเข้าไปในถ้ำแห่งนี้อาจต้องทำเวลากันสักหน่อย เพราะต้องคอยดูเรื่องน้ำขึ้นน้ำลง เนื่องจากถ้ำนี้จะเข้าได้เฉพาะตอนน้ำลงเท่านั้น

ถ้ำสวย

2.ถ้ำเลเขากอบ

‘ถ้ำเลเขากอบ’ อยู่ที่ อ.ห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดัง ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย การเที่ยวชมถ้ำแห่งนี้จะต้องนั่งเรือล่องไปตามลำน้ำที่ไหลผ่านเข้าไปในถ้ำ เพื่อชมความงดงามของหินงอกหินย้อยด้วยการนอนราบไปกับเรือเป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร ซึ่งเป็นความรู้สึกที่สนุกและตื่นเต้นไม่น้อย เพราะบางช่วงลำตัวของเราเกือบจะแนบติดกับผนังของถ้ำได้เลย 

ถ้ำเลเขากอบ มีโถงถ้ำอยู่มากมาย แต่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมได้จะมีอยู่ 5 ถ้ำ ได้แก่

ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำเจ้าสาว และ ถ้ำลอดหรือถ้ำมังกร

ซึ่งจะใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 30 นาที – 1 ชม. โดยค่าเรือพายเข้าถ้ำอยู่ที่ลำละ 300 บาท นั่งได้ 5 คน และถ้ำนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นในฤดูฝนบางช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก เพราะเรืออาจเข้าไปไม่ได้

ถ้ำสวย

3.ถ้ำภูผาเพชร

‘ถ้ำภูภาเพชร’ อยู่ที่ อ.มะนัง จังหวัดสตูล เป็นถ้ำที่มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งถือเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในถ้ำมีเพดานสูงโปร่งและเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยเปล่งประกายระยิบระยับแวววาว

จุดที่เป็นไฮไลต์ของถ้ำแห่งนี้คือ ห้องแสงมรกต เมื่อเดินเข้าไปจนสุดจะเห็นเพดานถ้ำโหว่ มีแสงส่องลงมากระทบกับหินสีเขียวก้อนใหญ่ตรงใจกลางห้อง กลายเป็นลานแสงมรกตดูแปลกตา

ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาหินปูนหรือเรียกกันว่าเทือกเขาบรรทัด อยู่ในเขตของทิวเขานครศรีธรรมราช ทางขึ้นไม่ค่อยชันเท่าไหร่ แต่ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 300 ขั้น โดยจะมีศาลาให้พัก 2 จุด ที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สามารถเห็นลำแสงลอดผ่านโพรงถ้ำในห้องแสงมรกตนั้นจะอยู่ในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน เวลาประมาณ 15.00 – 15.20 น. และควรนำไฟฉายไปด้วย เพื่อจะได้ส่องดูความงดงามภายในถ้ำได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ถ้ำสวย

4.ถ้ำพระยานคร

‘ถ้ำพระยานคร’ อยู่ที่ อ.สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากหาดแหลมศาลาไปประมาณ 500 เมตร ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบฯ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ที่นี่เป็นถ้ำขนาดใหญ่มีแสงลอดเข้ามาจากปล่องบนเพดานถ้ำ

ไฮไลต์ของถ้ำนี้คือ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ภายในถ้ำ เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดเด่นของถ้ำแห่งนี้แล้ว ยังเป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันด้วย

ถ้าจะเดินทางไปถ้ำพระยานครสามารถไปได้ทางเรือ โดยเช่าเรือจากหมู่บ้านบางปู ไปหาดแหลมศาลา ราคาไป-กลับ 300 บาทต่อลำ นั่งได้ 8 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที หรือจะเดินข้ามเขาเทียนประมาณ 500 เมตรไปยังชายหาดแหลมศาลา และเดินขึ้นเขาไปถ้ำพระยานครอีก 500 เมตร รวม 1 กิโล เพลินๆ ช่วงเวลาที่สวยที่สุดในการเที่ยวชมคือ 10 โมงครึ่ง – 11 โมงครึ่ง สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่แนะนำให้ไปคือช่วงฤดูหนาว-ฤดูร้อน ราวๆ เดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม

ถ้ำสวย

5.ถ้ำจอมพล

‘ถ้ำจอมพล’ อยู่ที่ อ.จอมบึง จังหวัดราชบุรี ห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 30 กม. มีชื่อเดิมว่า ถ้ำมุจรินทร์ เป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เคยเสด็จมาประทับบ่อยครั้ง มีสภาพแวดล้อมด้วยสวนรุกขชาติอันแสนร่มรื่นและสวยงาม อยู่ติดกับราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ภายในถ้ำมีความกว้างประมาณ 30 เมตร สูง 25 เมตร และยาวประมาณ 250 เมตร บริเวณกลางถ้ำจอมพลมีปล่องที่ช่วยให้อากาศถ่ายเท ทำให้อากาศภายในไม่ร้อนมาก แถมยังมีหินงอกหินย้อยสุดงดงาม

ด้านในสุดของถ้ำจะเป็นห้องโถงที่มีเพดานถ้ำทะลุเป็นช่องกว้าง มีแสงสว่างสอดส่องลงมากระทบเนินที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา และพระพุทธรูปปางไสยาสน์

ช่วงเวลาที่ลำแสงตกกระทบกับพระพุทธรูปพอดี คือประมาณ 13.00 – 15.00 น. นอกจากนี้ยังมีหินฤาษี และรูปปั้นฤาษีตั้งอยู่ด้วย ชาวบ้านเรียกกันว่า ฤาษีพ่อแก่ ถ้ำแห่งนี้สามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท

ถ้ำสวย
ขอบคุณภาพจาก : www.khobjaithailand.com

6.วัดถ้ำพุหว้า

‘วัดถ้ำพุหว้า’ อยู่ที่ ต.หนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดป่าที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา มีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบมากๆ ตัววัดเป็นศิลปะแบบขอมประยุกต์ที่สวยงาม มีถ้ำเป็นอุโบสถ ภายในอุโบสถเป็นปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติ และมีพระพุทธรูปหลายองค์ให้กราบไหว้บูชา นอกจากนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศพม่าประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะอีกด้วย

จุดเด่นของที่นี่คือ มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามากราบไหว้ อีกทั้งยังเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สามารถรองรับคนได้ถึง 500 คน มีทั้งอาคารที่พัก ห้องนอน โรงอาหาร ห้องน้ำ และฐานผจญภัย ต่างๆ แถมยังมีวิทยากรฝึกอบรมให้ด้วย

จึงทำให้วัดถ้ำแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองกาญฯ ที่ได้รับความนิยมมากๆ จากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเปิดให้เยี่ยมชมทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชมใดๆ ทั้งสิ้น


ถ้ำสวย

7.ถ้ำเขาหลวง

‘ถ้ำเขาหลวง’ อยู่ที่ อ.เมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี ภายในภ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมายหลายองค์ และมีปล่องขนาดใหญ่ที่แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามากระทบแนวหินทำให้เกิดความเจิดจรัสงดงามเป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของถ้ำนี้ด้วย ส่วนช่วงเวลาที่จะมีแสงส่องลงมาเยอะที่สุดคือประมาณ 9.30 – 11.00 น. และลักษณะของแสงจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศในแต่ละฤดู

ที่นี่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อถวายแด่รัชกาลที่ 4 ที่เคยเสด็จประพาสมายังถ้ำแห่งนี้ ปัจจุบันมีพระพุทธรูปอยู่ภายในถ้ำรวม 170 องค์ เจดีย์ 6 องค์ และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ (หลวงพ่อโต) มีความยาว 14 เมตร

ภายในจะแบ่งเป็นห้องๆ ตามธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมตามสบาย สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวชมความสวยงามของถ้ำแห่งนี้ สามารถมาได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น.

ถ้ำสวย

8.ถ้ำผานางคอย

‘ถ้ำผานางคอย’ อยู่ที่ อ.ร้องกวาง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 34 กม. เป็นเขาหินปูนที่ตั้งอยู่กลางป่า และถูกปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ตัวถ้ำจะอยู่บนหน้าผาสูง 50 เมตร เป็นอุโมงค์ลึกที่มีความยาว 150 เมตร กว้าง 10 เมตร

ภายในมีหินงอกหินย้อยลักษณะต่างๆ ที่เป็นประกายระยิบระยับ อีกทั้งยังมีการติดไฟ และป้ายบอกความเป็นมาของเรื่องเล่าตำนานผานางคอยให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ และจุดที่เป็นไฮไลต์ของถ้ำนี้คือ หินนางคอย นั่นเอง 

ถัดไปจากหินนางคอยจะมีปากถ้ำอีกด้านหนึ่งที่อยู่สูงขึ้นไป ซึ่งปากถ้ำด้านหลังนี้มีความ กว้างกว่าด้านหน้า 15 เมตร ทำให้แสงสว่างส่องลอดเข้ามาภายในถ้ำได้อย่างดี และก่อนถึงปากถ้ำด้านหลังยังมีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาก่อนเดินทางกลับ ถ้ำแห่งนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. โดยไม่มีค่าบริการในการเข้าชม และสามารถไปเที่ยวชมได้ทั้งปี นอกจากนี้ในวันที่ 13 -20 เมษายน ของทุกปี ยังมีการจัดงานประจำปีของถ้ำผานางคอยอีกด้วย 

ถ้ำสวย

9.ถ้ำเชียงดาว

‘ถ้ำเชียงดาว’ อยู่ที่ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปประมาณ 72 กม. เป็นอีกหนึ่งถ้ำที่น่าสนใจของจังหวัดนี้ ภายในมีความงดงามของหินงอกหินย้อยที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ เมื่อฉายไฟส่องไปจะเป็นแสงประกายระยิบระยับ

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของถ้ำคือ มีน้ำไหลจากในถ้ำออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำ ตลอดทั้งปีไม่เคยเหือดแห้ง และไหลมารวมกันเกิดเป็นบ่อน้ำที่มีปลาเล็กปลาน้อยแหวกว่ายเต็มไปหมด ให้บรรยากาศที่ร่มรื่นและสดชื่นเย็นฉ่ำหัวใจมากๆ

การเดินเที่ยวชมถ้ำแห่งนี้มีอยู่ 3 เส้นทาง ทางแรก คือ ถ้ำพระนอน ระยะทางยาวประมาณ 360 ม. ทางที่ 2 คือ ถ้ำแก้วและถ้ำน้ำ ระยะทางยาวประมาณ 734 ม. ทางที่ 3 คือ ถ้ำมืดและถ้ำม้า ระยะทางยาว 735 ม. ซึ่งเส้นทางที่ 2 กับ 3 นั้น ยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หากจะเดินชมจะมีไกด์นำทางและมีตะเกียงให้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมเล็กน้อย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 17.00 น. 

ถ้ำสวย

10.ถ้ำน้ำลอด

‘ถ้ำน้ำลอด’ อยู่ที่ อ.ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกหนึ่งแหล่งโบราณสถานสำคัญ ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 77 กม. อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย บริเวณรอบๆ ถ้ำนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่นของป่าเขา เป็นถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านตั้งแต่ทางเข้าถ้ำไปจนถึงถ้ำสุดท้ายที่อยู่ภายในโพรง มีความยาวกว่า 500 ม. กว้าง 20 ม. และ สูง 50 ม. ด่านด้านหน้าถ้ำจะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 350 ม. พร้อมคนนำทางและตะเกียงส่องทาง

ภายในจะแบ่งออกเป็น 3 ถ้ำใหญ่ๆ ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน แต่ละถ้ำจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป และเส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 3 ถ้ำจะต้องอาศัยการนั่งแพไม้ไผ่เข้าไป ราคาค่าแพ 550 บาท นั่งได้ 4 คน ค่าคนนำเที่ยว 150 บาท

การนำเที่ยวจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือการเที่ยวชมถ้ำเสาหินและถ้ำตุ๊กตา ช่วงที่สองเที่ยวชมถ้ำผีแมน รวมระยะทางประมาณ 1 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ถ้ำแห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และจะเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.


ถ้ำเหล่านี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีความสวยงามแปลกตา และน่าไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งจริงๆ และถ้าหากใครอยากลองเปลี่ยนจากทะเลหรือน้ำตก เป็นการไปเที่ยวถ้ำดูบ้างล่ะก็ 10 ถ้ำนี้ถือว่าไม่ควรพลาดเลยทีเดียว


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon