10 โรคสุดฮิต ที่มนุษย์ออฟฟิศ มักมองข้าม

posted: 1 year ago
1,318 views
10 โรคสุดฮิต ที่มนุษย์ออฟฟิศ มักมองข้าม

comments

มันต้องมีมนุษย์เงินเดือนสักคนที่รู้สึกว่า คนที่ไม่ต้องตื่นแต่ไก่โห่เพื่อมาสแกนนิ้วให้ทันเวลา หรืออยากไปเที่ยวต่างจังหวัด เที่ยวต่างประเทศก็ไม่ต้องทำเรื่องลาหยุด นี่มันน่าอิจฉาจริงๆ แหงละ คนที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ได้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือทำอาชีพอิสระ

ถ้าลองมองในมุมของคนมีธุรกิจบ้าง พวกเขาก็คงจะเถียงกลับว่า เป็นพนักงานออฟฟิศมันก็ดีอย่างนะ เจ็บป่วยมาก็ใช้ประกันกลุ่มของบริษัท มีโบนัสให้ปลายปี มีโอทีให้เวลาอยู่ดึก แล้วใช่ว่าทำธุรกิจมันจะง่าย ขอสินเชื่อทำธุรกิจกว่าจะผ่าน  ขาดทุนทีก็ต้องควักเนื้อ..

ถึงเวลาเลิกอิจฉาได้แล้วล่ะ เพราะทุกอาชีพมีความลำบากไม่ต่างกัน หันมาใส่ใจสุขภาพของชาวออฟฟิศแบบเราดีกว่า พนักงานออฟฟิศทั้งหลาย รู้กันบ้างไหมว่าตัวเองสุ่มเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง นอกจากความเครียดที่เกิดจากการทำงาน ที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นโรคเครียดหรือเปล่านั้น สุขภาพร่างกายกำลังย่ำแย่เข้าทุกวัน รู้ตัวกันบ้างไหมเนี่ย?

โรคยอดฮิตในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน

ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ต้องรับเงินเป็นเดือนๆ ทำงานรับเงิน ทำงานแล้วก็รับเงิน ใครมีหนี้สิ้นต้องจ่ายก็ควรเฉลี่ยเงินให้ดีๆ เดี๋ยวช็อต ไหนจะสภาพแวดล้อมการทำงานที่แสนน่าเบื่อ หันขวาก็เจอผนัง เงยหน้าทีก็อยู่แต่ในคอก มองตรงก็เจอแต่จอคอมพิวเตอร์ ต้นไม้ก็ไม่มี แสนอุดอู้จริงๆ

 

ดังนั้น “ออฟฟิศซินโดรม” จึงเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือน เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนที่ทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ มีสภาพแวดล้อมการทำงานไม่เหมาะสม และพฤติกรรมหลายๆ อย่างไปกระตุ้นโรคออฟฟิศซินโดรมโดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าการนั่งทำงานนานๆ มองจอคอมพิวเตอร์นานๆ วางข้อมือบนเมาส์ ขนาดของเมาส์ไม่เหมาะกับมือ นั่งหลังงอ นั่งไขว่ห้าง เท้าไม่วางแบนราบกับพื้น มีอาการปวดคอ ไม่รู้จักขยับตัวออกจากโต๊ะทำงาน มีความเครียดในการทำงาน ส่งผลให้ออฟฟิศซินโดรมกำเริบ นอกจากจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมแล้ว ยังเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ดังนี้

  • โรคอ้วน

การกินจุบจิบไปด้วยทำงานไปด้วยก่อให้เกิดโรคอ้วนง่ายมากๆ และพบบ่อยในพนักงานออฟฟิศ สาเหตุหลักที่ทุกคนรู้ดีคือ กินอย่างเดียวไม่ยอมออกกำลังกาย ซึ่งผู้หญิงเป็นได้ง่ายมากกว่าผู้ชายเพราะชอบกินจุบจิบนี่แหละ

สังเกตดูว่า ผู้ชายมักกินข้าวมื้อหนึ่งเยอะๆ แต่เมื้อเดียวจบ ต่างจากผู้หญิงที่เดี๋ยวก็มีขนม มีน้ำหวาน น้ำอัดลม แล้วเจ้าโรคอ้วนยังเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ อีกด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น

10 โรคสุดฮิต ที่มนุษย์ออฟฟิศ มักมองข้าม

  • กรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน มักมากับของกินจุบจิบที่มนุษย์ออฟฟิศกินบ่อยๆ คือ ชา กาแฟ ของมัน ของทอด อาหารพวกนี้เป็นตัวกระตุ้นกล้ามเนื้อหูรูดส่วนต่อระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหารให้คลายตัว หรือว่าการนอนดึกจนทำให้รู้สึกหิว การกินอาหารไม่ตรงเวลาทำให้ระบบน้ำย่อยปั่นป่วน เมื่อกินอาหารตอนดึกแล้วนอนทำให้น้ำย่อยถูกขังไว้ในกระเพาะ ยิ่งนอนราบก็ทำให้น้ำย่อยไหลขึ้นมาได้ง่าย ร่างกายจึงเกิดกรดไหลนย้อนนั่นเอง

  • นิ่วในถุงน้ำดี

การกินจุบจิบทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคอ้วนก่อให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี เนื่องจากความอ้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น มนุษย์เงินเดือนที่ชอบกินอาหารทอดๆ อมน้ำมัน หรือมีใยอาหารต่ำจะมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้ง่าย  ตับจะหลั่งคอเลสเตอรอลออกมามากขึ้น ถุงน้ำดีก็จะบีบตัวน้อยลง เมื่อน้ำดีคั่งและอยู่ในนั้นนานเกินไปก็จะตกตะกอน ระวังจะเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแบบไม่รู้ตัว 

  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อได้โอกาสก็จะขยายตัวมากกว่าส่วนที่ขับของเสียออกไป ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบขึ้นมา พนักงานออฟฟิศที่มีงานยุ่งมาก มีประชุมติดต่อกันเวลานาน ไม่ค่อยดื่มน้ำ ทำให้ปัสสาวะน้อย แบคทีเรียจึงตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ หรือคนที่ชอบอั้นปัสสาวะ เอาไว้จัดการทีเดียวเวลาว่างๆ เป็นเหตุผลให้เกิดโรคนี้

10 โรคสุดฮิต ที่มนุษย์ออฟฟิศ มักมองข้าม

  • โรคเครียด นอนไม่หลับ

คนบางคนมักพกงานกลับไปคิดที่บ้านด้วย รู้ไหมว่าก่อให้เกิดโรคเครียด และนอนไม่หลับได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มงานใหม่ๆ ต้องคอยปรับตัวกับระบบงาน สถานที่ เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่ทำงานมาเป็น 10 ปี อาจจะเป็นโรคเครียดโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ความเครียดนอกจากทำให้สูญเสียพลังงาน แต่ก็แถมโรคร้ายมาด้วยเหมือนกัน เช่นโรคซึมเศร้า ที่ก่อให้เกิดการฆ่าตัวตายในที่สุด หรือโรคต่อมหมวกไตล้าจากโรคเครียด

  • ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงจะส่งสัญญาณเตือนแต่มักไม่รู้ตัว เช่น ปวดมึนท้ายทอย วิงเวียนศีรษะ มีเลือดกำเดาไหล ใจสั่น มือชา และตรวจพบโดยบังเอิญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน นอกจากความเครียดแล้ว เรื่องอาหารการกินก็สำคัญ ถ้าคุณชอบกินรสเค็ม หวาน มัน กินอาหารที่มีกากใยน้อย (อย่างเช่นอาหารขยะ) ร้ายที่สุดอาจนำไปสู่เส้นเลือดในสมองแตก ก็ได้

  • ปวดหลัง อาการปวดคอเรื้อรัง

 

ทุกๆ บริษัทต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์หลักในการทำงานอยู่แล้ว ซึ่งคนที่จ้องอยู่หน้าคอมบ่อยๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนก็พนักงานออฟฟิศ การนั่งจ้องหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ มักมีอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนบน ไล่มาตั้งแต่คอ ไหล่ สะบัก หลัง เสี่ยงต่ออาการหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ถ้าหนักมากอาจจะต้องทำกายภาพบำบัดก็ได้ ดังนั้น ควรนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธีจะดีกว่า

  • ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรัง

คำว่าปวดหัวกินยาก็หายน่ะจริงอยู่ แต่ไมเกรนไม่ได้หายง่ายๆ น่ะสิ คำว่าไมเกรนเป็นอาการที่ได้บินบ่อยและเป็นอันดับหนึ่งของพนักงานออฟฟิศ มีต้นเหตุหลายปัจจัย เช่น มีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในระหว่างวัน หรือโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ในสมอง เช่น หลอดเลือดสมองตีบ เนื้องอกในสมอง ดังนั้น ไม่ควรนั่งตัวติดเก้าอี้เป็นเวลานาน ควรลุกออกไปผ่อนคลายความเครียดบ้าง

  • มือชา นิ้วล็อก

 

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ต้องจับเมาส์ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท และเส้นเอ็นจนอักเสบ จนเกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาทนิ้ว เกิดอาการนิ้วล็อก หรือข้อมือล็อก ได้

  • ต้อหิน ตาพร่ามัว

เป็นอีกหนึ่งโรคที่มันเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเหมือนกัน โดย 1 ใน 10  ของคนที่มีอายุ 40 ปี จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อหิน หรือเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว เมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้ตาบอดได้ เป็นเพราะว่าการใช้สายตาเป็นเวลานานๆ หรือการอักเสบ การติดเชื้อของกระจกตาจากคอนแทคเลนส์ ควรพักสายตาจากคอมเสียไปบ้าง

มนุษย์เงินเดือนเองก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้นได้ ถ้ายังกินจุบจิบ ไม่ออกกำลังกาย นำความเครียดจากงานมาใช้ที่บ้าน โรคที่ว่าพวกนี้มิวายถามหาแน่นอน แต่ถ้ารู้ตัวก็ยังเป็นข้อดีที่จะได้รักษาได้ทัน

ซึ่งเราสามารถใช้สิทธิจากประกันภัยที่ถือเอง หรือประกันกลุ่มจากบริษัทก็ได้ และเมื่อเหนื่อยก็รู้จักพักไม่ใช่ดันทุรังให้ร่างกายย่ำแย่กว่าเดิม อย่างการพักสายตา หรือลุกออกไปเดินสูดอากาศดีๆ บางทีก็น่าคิดนะ ว่าทำไมพวกเราต้องใช้เวลาเหนื่อยไม่เท่านอนด้วย


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon