10 รถประหยัดน้ำมัน ที่วางจำหน่ายในไทยปี 2017

posted: 1 year ago
22,329 views
10 รถประหยัดน้ำมัน ที่วางจำหน่ายในไทยปี 2017

comments

คุณคิดว่าตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์หนึ่งคัน คุณต้องเสียเงินไปกับการเติมน้ำมันมากแค่ไหน? เพราะรถยนต์ทุกคันล้วนต้องขับเคลื่อนด้วยพลังงาน แต่น้ำมันที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าจะถูกๆ ซะเมื่อไหร่

คนส่วนใหญ่ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องความประหยัดน้ำมันเป็นลำดับแรกๆ ทุกครั้งที่พวกเขาต้องตัดสินใจซื้อรถยนต์ไว้ใช้งานสักคัน บรรดาค่ายรถชื่อดังจึงต่างพากันพัฒนาแข่งขัน สร้างระบบประหยัดน้ำมันของรถตัวเองให้ดีที่สุด จนเกิดเป็นนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อีโคคาร์ หรือ รถไฮบริด อย่างที่เรารู้จักกัน

เพื่อเป็นการเอาใจนักขับสายประหยัด เราจะพามาทำความรู้จักกับ 10 อันดับ รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันที่สุด ที่มีการจำหน่ายในประเทศไทยกันสักหน่อยดีกว่า


10 รถประหยัดน้ำมันปี 2017

Toyota yaris
(CC) www.whichcar.com.au

10. Toyota Yaris (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 20 กิโลเมตรต่อลิตร)

Yaris คือรถอีโคคาร์จากค่ายมหาชนอย่าง Toyota ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Dual VVT-I ขนาด 1.2 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-I สามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร

พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ด้วยระบบเบรก ABS/EBD เสริมแรงเบรกด้วย BA ถุงลมนิรภัยคู่หน้า รวมถึงระบบต่างๆ ของตัวรถ ที่เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไปของชาวเมืองเป็นอย่างดี โดยราคาของ Toyota Yaris จะอยู่ที่ 469,000 – 649,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ใครๆ ก็จับต้องได้ไม่ยาก


Nissan note
(CC) www.motortrend.com

9. Nissan note (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 20 กิโลเมตรต่อลิตร)

Nissan Note V 2017 ได้เปิดตัวในฐานะอีโคคาร์ 5 ประตู มาพร้อมกับเครื่องยนต์ HR12DE 1.2 ลิตร สามารถประหยัดน้ำสูงสุดที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ดูโฉบเฉี่ยวคล่องตัว ภายในมีความกว้างขวาง

พร้อมระบบอัจฉริยะมากมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบมาตรวัดพร้อมจอ Display อัจฉริยะ ระบบเครื่องเสียงเชื่อมต่อกับ Smart phone และระบบสตาร์ทรีโมทอัจฉริยะ Push start โดยราคาของ Nissan note จะอยู่ที่ 568,000 – 640,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับคุณสมบัติที่ได้รับแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว


Suzuki swift
(CC) www.whatcar.co.th

8. Suzuki Swift (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 20 – 21 กิโลเมตรต่อลิตร)

หนึ่งในรถอีโคคาร์ที่ทำยอดขายได้แบบถล่มทลาย เนื่องจากมีความโดดเด่นในด้านรูปทรง อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ และด้วยความที่เป็นรถแต่งขึ้นมากๆ จึงกลายเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวได้อย่างง่ายดาย โดยเจ้า Swift มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1,242 cc และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย

ตัวอย่างเช่นระบบ Keyless entry , ชุดเชื่อมต่อ USB และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีจากถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า , ระบบป้องกันล้อล็อค และระบบกระจายแรงเบรกแบบ EBD ช่วยให้คุณได้รับทั้งความประหยัดน้ำมัน ความดูดีมีสไตล์ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ในราคาเพียง 489,000 – 599,000 บาทเท่านั้น


Honda accord
(CC) www.motortrend.com

7. Honda Accord Hybrid (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร)

Honda Accord ได้ใช้เทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำสมัยสุดๆ จากฮอนด้า Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive(i-MMD) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เพิ่มความสนุกสนานให้เร้าใจด้วยโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต

สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในส่วนของราคาก็ไม่ได้สูงไปกว่ารถยนต์ขนาดใหญ่ทั่วไป โดยอยู่ที่ 1,659,000 – 1,849,000 บาท


Mitsubishi mirage
(CC) www.car.info

6. Mitsubishi Mirage (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร)

สำหรับ Mirage ถือเป็นหนึ่งในรถอีโคคาร์ ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดมากสุดๆ อีกรุ่นหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติของรถยนต์ขนาดเล็กที่โดนใจใครหลายคน ทั้งในด้านของรูปทรงที่น่ารัก ขนาดที่กะทัดรัดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองเป็นที่สุด

แถมเป็นรถที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ง่ายๆ ค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 383,000 – 567,000 บาท และช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างใช้งานได้ด้วย อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร


Suzuki celerio
(CC) performancedrive.com.au

5. Suzuki Celerio (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 25 กิโลเมตรต่อลิตร)

Celerio คือรถยนต์ขนาดเล็ก ที่มุ่งเน้นตอกย้ำความพึงพอใจในการขับขี่เป็นหลัก ด้วยการออกแบบให้มีความคล่องตัวในการขับขี่สูง อีกทั้งยังใช้เครื่องยนต์ K10B ความจุ 1 ลิตร ขนาดคอมแพ็คที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยให้มีพละกำลังและขีดความสามารถเหนือกว่ารถยนต์ขนาดเล็กโดยทั่วไป

แต่ยังคงเอกลักษณ์ของรถขนาดเล็ก ที่โดดเด่นในเรื่องของความประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดที่ 25 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว นอกจากนี้ Suzuki Celerio ยังถือว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ราคาถูกสุดๆ เพียง 359,000 – 488,000 บาทเท่านั้น


Mazda 2
(CC) www.autoevolution.com/

4. Mazda 2 Diesel (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร)

Mazda 2 Skyactiv ได้มาพร้อมกับตัวถัง 2 รูปแบบให้ได้เลือกใช้งาน ทั้งซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบ็ก 5 ประตู โดยมีความพิเศษตรงที่เป็นรถยนต์ญี่ปุ่นขนาดเล็กรุ่นแรกของโลก ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร ให้ความแรงเต็มสปีดจากเครื่องยนต์คอมมอนเรลเทอร์โบ 4 สูบ พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

แต่ยังคงเอกลักษณ์ของรถยนต์ขนาดเล็ก ในด้านความประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร โดยคุณสามารถเป็นเจ้าของ Mazda 2 ได้ในราคา 680,000 – 789,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่ได้สูงไปกว่าราคารถยนต์ขนาดกลางทั่วไปเลย


Lexus CT200H
(CC) www.cargurus.com

3. Lexus CT200H (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.32 ลิตร)

รถยนต์ประเภท Compact Premium 5 ประตู ที่มีการออกแบบสร้างสรรค์ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “Yet Philosophy” ซึ่งหมายถึง การประสานแนวคิดที่แตกต่างให้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนให้เห็นถึงความหรูหรา ความโฉบเฉี่ยวและความปลอดภัย

สร้างความรื่นรมย์ในขณะขับขี่ด้วยเทคโนโลยี รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับ First class แถมด้วยระบบ Lexus Hybrid Drive มาตรฐานระดับโลกของ Lexus ที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 26.32 กิโลเมตรต่อลิตร

โดยราคาของเจ้า Lexus CT200H ถือว่าไม่ได้สูงเกินไปสำหรับ Luxury car โดยเริ่มต้นที่ 1,999,000 – 3,040,000 บาท


BMW 320D Luxury
(CC) www.caranddriver.com

2. BMW 320D Luxury (ประหยัดน้ำมันสูงสุด 27 กิโลเมตรต่อลิตร)

รถยนต์จากค่าย BMW มักมีความโดดเด่นด้านยนตกรรมต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเจ้า BMW 320D Luxury ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์คอมมอนเรลขนาด 2.0 ลิตรแบบ TwinPower Turbo ระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

รวมถึงเทคโนโลยีการประหยัดน้ำมัน ที่ช่วยให้การขับขี่มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 27 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมลดอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือ 99 กรัมต่อกิโลเมตร จะเรียกว่าเป็นรถยนต์เพื่อประโยชน์ของผู้ขับขี่และสิ่งแวดล้อมก็คงไม่ผิด

โดยราคาของ BMW 320D Luxury จะอยู่ที่ 2,799,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม กับการได้ยอดนวัตกรรมมาไว้ในครอบครอง


BMW 3-series 330e
(CC) www.carmagazine.co.uk

1. BMW 330e M Sport (ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 41 กิโลเมตรต่อลิตร)

รถยนต์ที่มีควมครบเครื่องทั้งในเรื่องของการใช้สอยและความหรูหรา มาพร้อมกับเครื่องยนต์สุดแกร่งขนาด 2.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผสานกับเทคโนโลยี iPerformance ที่ช่วยในการประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 41 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เครื่องยนต์อัจฉริยะตัวนี้จะได้รับรางวัล International Engine of the year มาแล้วถึงสองครั้ง

ด้วยคุณสมบัติที่ว่ามานี้ จึงทำให้ BMW 330e M Sport เป็นยอดรถประหยัดน้ำมัน ที่เหมาะสมกับค่าตัว 3,099,000 บาทเป็นที่สุด


คงถูกใจนักขับสายประหยัดเลยใช่ไหมละครับ สำหรับอันดับรถประหยัดน้ำมันที่เราได้นำเสนอในวันนี้ แต่ถึงอย่างไรข้อมูลทั้งหมดก็อ้างอิงจาก Specification เท่านั้น กับการใช้งานจริงเราต้องคำนึงถึงปัจจัยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการขับขี่ สภาพแวดล้อม รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันและความปลอดภัยในการขับขี่ได้อีกด้วย

ยังไงก็ตาม ปลอดภัยไว้ก่อน นอกจากจะเช็กสภาพรถยนต์แล้ว อย่าลืมเช็กประกันรถยนต์ของตัวเองกันด้วยล่ะ!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Checkraka


avatar
by Satorn
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon