10 ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ ที่ไม่น่ามีอยู่จริง

posted: 1 year ago
10 ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ ที่ไม่น่ามีอยู่จริง

comments

เบื่อหรือยังคะ กับการที่ต้องไปเที่ยวสถานที่เดิมๆอย่าง ทะเล ภูเขา น้ำตก ตลอดเวลา ถ้าคุณเริ่มรู้สึกจำเจแล้ว บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องออกไป พบเจอจุดหมายใหม่ๆ บนโลกอันสวยงามของเราแล้วละค่ะ

วันนี้ rabbit finance ได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวเหนือธรรมชาติ ที่มองยังไงมันก็ไม่น่ามีอยู่จริงได้ แต่มันก็มีอยู่จริงๆนั่นแหละค่ะ จะเป็นสถานที่แบบไหนบ้าง ตามไปเที่ยวกันเลยค่ะ


ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ1

10 ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ ที่ไม่น่ามีอยู่จริงได้

1. แม่น้ำร้อนเดือดปุดๆ Shanay-Timpishka

ใจกลางป่าอะเมซอน ของประเทศเปรู มีแม่น้ำยาวขนาด 4 ไมล์ ที่ชื่อว่า Shanay-Timpishka ซ่อนตัวอยู่ค่ะ ซึ่งความพิสดารของแม่น้ำแห่งนี้ คือ มันมีอุณหภูมิที่ร้อนจนเดือดอยู่ตลอดเวลา ชนิดที่ว่า ใครที่พลาดตกลงไป ก็โดนต้มสุกได้แบบทันทีเลยค่ะ

แม่น้ำ Shanay-Timpishka มีอุณหภูมิสูงลิ่วอยู่ที่ 91 องศาเซลเซียล ซึ่งในปัจจุบันนักวิทยาศาตร์เอง ก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมแม่น้ำสายนี้ถึงเดือดได้ขนาดนั้น ทั้งๆที่ข้างใต้ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ภูเขาไฟแต่อย่างใด

2. ถ้ำกำมะถัน Movile Cave

ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศโรมาเนีย มีถ้ำอายุเก่าแก่แห่งหนึ่ง ที่ถูกปิดตายจากแสงแดดมาเป็นเวลากว่า 5.5 ล้านปี ทำให้ภายในของถ้ำแห่งนี้ถูกปนเปื้อนด้วย สารกำมะถัน แบบรุนแรงและมีอันตรายกว่าสารคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 100 เท่า ทั้งบ่อน้ำภายในและอากาศในถ้ำต่างก็มีกำมะถันอยู่ทั้งนั้น ทำให้ทั้งถ้ำกลิ่นเหม็นเหมือนกับไข่เน่าเลยละค่ะ

แต่มันก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์อยู่ นั่นคือ ระบบนิเวศในถ้ำค่ะ ซึ่งนักวิทยาศาตร์ได้ค้นพบ สัตว์ประหลาดถึง 33 สายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยมีที่ไหนบนโลกนี้มาก่อน เรียกว่า แปลกแต่ก็น่าพิสมัยอยู่ลึกๆนะคะ

ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ2

3. น้ำตกที่เสกทุกอย่างเป็นหิน The Petrifying Well

เราก็นึกว่ามันมีแต่ในนิทาน แต่ที่ไหนได้ มันมี น้ำตก ที่สามารถเสกทุกอย่างเป็นหินได้จริงๆ เหมือนใช้เวทมนต์เลยค่ะ น้ำตกพิศวงแห่งนี้อยู่ที่ North Yorkshire ประเทศอังกฤษ ว่ากันว่า ไม่ว่าคุณจะนำสิ่งของอะไรก็ตามไปวางไว้ใต้น้ำตกที่ไหลออกมาจากหน้าผาแห่งนี้ พอผ่านไป 3-5 เดือน ทุกอย่างก็จะถูกสาปให้เป็นหินแข็งกันหมดเลยค่ะ

โดยความลับเบื้องหลังน้ำตกแห่งนี้ ก็ไม่ใช่เวทมนต์หรือคำสาปหรอกค่ะ เพราะ มีงานวิจัยบอกว่า แหล่งน้ำที่นี่มีแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อมันสัมผัสกับวัตถุใดๆ มันก็จะสร้างเกราะแข็งขึ้นมาล้อมรอบ ทำให้เหมือนสิ่งของทั้งหลายถูกสาปเป็นหินนั่นเองค่ะ


ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ3

4. ทะเลสาปที่มีกัมมันตภาพรังสีมากที่สุดในโลก Lake Karachay

ในอดีตทะเลสาป Lake Karachay แห่งนี้เคยเป็นโรงงานผลิตอาวุธของสหภาพโซเวียตค่ะ จึงไม่น่าแปลกที่ในเวลาต่อมามันจะถูกปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตภาพรังสีแบบรุนแรง ชนิดที่ว่า แค่ไปยื่นใกล้ๆเกิน 1 ชั่วโมง ก็ทำให้คุณเสียชีวิตได้เลยค่ะ

ในอดีตสถานที่แห่งนี้เรียกว่าเป็น ที่เที่ยวที่อันตรายมากๆ แต่ในปัจจุบันมันได้ถูกกลบด้วยคอนกรีตเกือบหมดแล้ว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นค่ะ

ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ4

5. สวนสาธารณะที่ต้องจมน้ำทุกๆปี Grüner See

ที่ประเทศออสเตรีย มีสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ที่บรรยากาศดีเหมาะสำหรับ การไปเดินผา หรือจะนั่งชมวิวแบบชิลๆที่สุด แต่มันก็ทำได้แค่ช่วงหน้าร้อนเท่านั้นค่ะ เพราะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สวนสาธารณะแห่งนี้จะจมอยู่ใต้น้ำแบบทันทีเลย

เนื่องจากสวนแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขา Hochschwab ซึ่งมีหิมะปกคลุมอย่างหนาแน่น ทำให้เมื่อไหร่ที่มันละลาย มันก็จะทำให้น้ำท่วมสวนแห่งนี้นั่นเอง ถ้าคุณมีโอกาสไปลองดำน้ำเล่นในช่วงนี้ คุณก็จะได้พบกับเหล่าดอกไม้ที่บานสวยอยู่ใต้น้ำหรือจะว่ายไปดูม้านั่งและสะพานในสวนแบบบรรยากาศใต้ทะเลก็เปลี่ยนบรรยากาศดีนะคะ

ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ5

6. ต้นไม้ซ้อน The Double Tree of Casorzo

แถบชานเมืองของ ประเทศอิตาลี มีต้นไม้ประหลาดอยู่ 1 ต้น เอ้ยย!!  ต้องบอกว่า 2 ต้นต่างหากค่ะ เพราะ มันคือต้นมัลเบอร์รี่ขนาดใหญ่แสนอุดมสมบูรณ์ ที่บนต้นของมันก็มีต้นเชอร์รี่ขนาดใหญ่เติบโตซ้อนอยู่ด้วยนั่นเอง

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมต้นไม้ทั้ง 2 จึงเติบโตซ้อนกันได้ขนาดนี้ แต่ก็มีชาวท้องถิ่นบอกว่า อาจจะเป็นเพราะนกน้อยบางตัว ได้นำเมล็ดของต้นเชอร์รี่มาทิ้งไว้ จึงทำให้มันเติบโตเคียงข้างกันและกันมาจนใหญ่โตและสวยงามขนาดนี้ค่ะ


ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ6

7. สายฟ้าที่ผ่าแบบไม่มีวันหยุด The Beacon of Maracaibo

เวลาฝนตกฟ้าผ่าครั้งนึง ก็ว่าน่ากลัวแล้วนะคะ แล้วลองคิดสภาพที่มีฟ้าผ่าตลอดทั้งคืนแบบ 260 วันต่อปีดูสิคะว่ามันจะเป็นยังไง ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ แม่น้ำ Catatumbo ในประเทศเวเนซูเอล่าแห่งนี้กันแน่ค่ะ จึงทำให้มันมีฟ้าฝ่าแบบหนักหน่วงแทบจะทุกคืนของปีเลยทีเดียว

แต่นักวิทยาศาตร์บางคนก็สันนิษฐานว่า อาจจะเพราะ ที่ตั้งของมันบวกกับแร่ธาตุบางอย่างที่อยู่ในน้ำ จึงทำให้มันมีสภาพคล้ายสายล่อฟ้าและทำให้ฟ้าผ่าไม่หยุดแบบนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งถ้ามองข้าม ความอันตราย ต่างๆไป การที่ได้ไปเห็นภาพพายุสายฟ้ากับตาสักครั้งในชีวิตก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ

ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ7

8. ทะเลสาปเปลี่ยนสี The Blue Pond of Hokkaido

ที่ ประเทศญี่ปุ่น มีทะเลสาปแห่งหนึ่งที่มีสีฟ้าเป็นประกายสวยงาม ไม่เหมือนกับที่อื่นบนโลกนี้ค่ะ แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือ มันสามารถเปลี่ยนสีเองได้ตามฤดูต่างๆอีกด้วย

ทะเลสาปแห่งนี้ ถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ และเนื่องจากในน้ำนั้นมีสารอะลูมิเนียมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อมันโดนแสงอาทิตย์ จะทำให้น้ำในทะเลสาปสะท้อนออกมาเป็นสีต่างๆ แล้วแต่มุมที่มองเข้าไปหรือความสว่างของดวงอาทิตย์นั่นเองค่ะ

9. ป่าหินเสียงฉาบ The Ringing Rocks of Pennsylvania

บนยอดเขา ของรัฐ Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา มีป่ากว้างแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยก้อนหินรูปร่างแปลกๆ ทั้งก้อนใหญ่ก้อนเล็กเรียงรายอยู่มากมาย

ซึ่งความประหลาดของมัน มาจากเสียงเวลาที่มันกระทบกับอะไรบางอย่าง โดยมันจะส่งเสียงดังเหมือนกับเสียงฉาบบนกลองชุดเลยละค่ะ และหินแต่ละก้อนก็จะมีเสียงที่แตกต่างกันไปตามขนาดของมันด้วย ถ้าได้ลองไปตีหินเล่นที่นี่สักครั้งคงสนุกไม่น้อยเลยนะคะ

ที่เที่ยวเหนือธรรมชาติ8

10. ลาวาสีฟ้า Kawah Ijen

ถ้าพูดถึงภูเขาไฟ ทุกคนก็คงต้องนึกถึงลาวาสีแดงฉานแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันมีลาวาสีฟ้านีออนสดใสอยู่บนโลกใบนี้จริงๆด้วย

ภูเขาไฟ Kawah Ijen ตั้งอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียค่ะ โดยจริงๆแล้ว เจ้าสารสีฟ้าที่ปะทุออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ มันไม่ใช่ลาวาหรอกค่ะ แต่มันเกิดจากก๊าซซัลเฟอร์ในภูเขาไฟ ซึ่งเมื่อมันเกิดความร้อนและปะทุออกมา เจ้าก๊าซตัวนี้จะกลายเป็นของเหลวสีฟ้านีออนและไหลลงมาจากภูเขาไฟเหมือนลาวา ทำให้ใครๆต่างก็เรียกมันว่า ลาวาสีฟ้า นั่นเองค่ะ

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าโลกของเราจะมีสถานที่ท่องเที่ยวเหนือธรรมชาติแบบนี้อยู่จริงๆด้วย แล้วจะรออะไรอยู่ค่ะ รีบเก็บกระเป๋าและออกไปเดินทางสำรวจความน่าอัศจรรย์ของโลกใบนี้กันดีกว่า


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon