ดีกรีระดับรางวัล กับ 11 เกมเนื้อเรื่องดีเยี่ยมเทียบชั้นได้กับภาพยนตร์!

posted: 2 years ago
8,536 views
ดีกรีระดับรางวัล กับ 11 เกมเนื้อเรื่องดีเยี่ยมเทียบชั้นได้กับภาพยนตร์!

comments

หากจะกล่าวกันถึงสื่อที่ชื่อว่า ‘วิดีโอเกม’ แล้วนั้น แม้มันจะผูกติดกับตำแหน่งแห่งที่ของการเป็น ‘ของเล่น’ ในความเข้าใจของใครต่อใครหลายคน แต่ระยะเวลาเกือบสามทศวรรษ ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาการของการสร้าง ได้ช่วยยกระดับให้มันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์แขนงต่างๆ ได้อย่างลุ่มลึก มีมิติ มากความหมาย

และในหลากมิติที่มีมาเหล่านั้นเอง ที่ เนื้อเรื่อง’ ได้กลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ได้รับความใส่ใจมาตามลำดับ ไม่ใช่เพียงแค่ระบบที่เล่นได้สนุก แต่ต้องมีเนื้อหาที่สามารถยึดโยงผู้รับชมให้ติดตรึงได้ตั้งแต่ต้น จนถึงวาระสุดท้าย และหลายชิ้นงานก็สร้างความประทับใจในแนวทางดังกล่าวมาแล้วนับไม่ถ้วน (รวมถึง ‘หักหลัง’ ผู้เล่นจนเงิบหงายมาแล้วไม่น้อย…)

ถัดจากนี้ คือ 11 ชิ้นงานเกม ที่ได้รับการการันตีว่ามี ‘เนื้อเรื่องดีเยี่ยม’ จนอาจจะเทียบชั้นได้กับภาพยนตร์เลยทีเดียว

Red Dead Redemption

Red_Dead_Redemption

ผลงานระดับขึ้นหิ้งจากสาขาหนึ่งของค่ายสุดเกรียน Rockstar Games ผู้สร้างเกมที่เกรียนยิ่งกว่าอย่าง Grand Theft Auto หรือ ‘GTA’ กับเรื่องราวการผจญภัยของ John Marston อดีตขุนโจรกลับใจ ที่โดนอดีตตามหลอกหลอนให้กลับมาชดใช้หนี้เก่า ภายใต้เรื่องราวของบุญคุณ ความแค้น และการไล่ล่าท่ามกลางบรรยากาศและวันเวลาแห่งต้นศตวรรษที่ 20 ที่เหล่า ‘คาวบอย’ และ ‘แดนเถื่อน’ กำลังจะสูญหาย เป็นสนธยาสุดท้ายแห่งลูกผู้ชายบนหลังม้า ด้วยการเล่นสุดมันส์เข้าใจง่าย ผสานเข้ากับบทตอนและเรื่องราวของ Marston และเหล่าตัวละครสมทบที่น่าจดจำได้อย่างกลมกลืนน่าติดตามยากจะหาเกมใดเทียบเคียง จนทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ได้เสียงตอบรับในทางที่ดีจากผู้เล่นและนักวิจารณ์ รวมถึงทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายของบริษัทไปในทันที

 

Spec Ops : The Line

Spec_Ops

เรื่องราวของทหารหาญสัญชาติอเมริกันผ่านชิ้นงานวิดีโอเกมส์คือสิ่งที่พบเห็นได้กันโดยทั่วไป แต่นั่นไม่ใช่กับ Spec Ops : The Line จากทีมโนเนม Yager Development ที่แม้ภายนอกนั้นแทบไม่แตกต่างอะไรกับเกมเดินหน้ายิงทางการทหารทั่วไป แต่ส่วนที่กระชากใจกลับเป็นเนื้อหา ที่เป็นขั้วตรงข้ามของทุกเกมแนวเดียวกันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพราะแม้จะเป็นเรื่องราวของ Nate Walker ตัวเอกในฐานะหัวหน้าหน่วย Delta Force ที่ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจที่ดูไบที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เกมนี้ไม่เชิดชูความสำเร็จเยี่ยงวีรบุรุษ ซ้ำยังตั้งคำถามกับความบ้าคลั่งโหดร้ายของสิ่งที่เรียกว่า ‘สงคราม’ และบอกเล่าสภาวะทางจิตของเหล่าทหารหลังการศึก (กับสภาพ Post Traumatic Stress Disorder เป็นรางวัล…) เมื่อเล่นจบ มุมมองที่ผู้เล่นมีต่อสิ่งต่างๆ จะต้องเปลี่ยนไป ในความย่อยยับอับปางและจุดต่ำสุดของความเป็นมนุษย์ในครั้งนี้

 

Final Fantasy VII

หนึ่งในผลงาน ‘เล่นใหญ่’ ข้ามยุคสมัยของ Squaresoft (หรือ Square-Enix ในปัจจุบัน) กับการนำเอาหนึ่งในซีรีส์อมตะตลอดกาลของบริษัท ให้เดินหน้าสู่ระบบ Playstation ด้วยความจุถึง 3 แผ่นซีดี (และ 4 แผ่นในเวอร์ชันพิเศษ) ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะเรียกได้ว่ารีดเค้นมันทุกหน่วยความจำ ทุกสิ่งไต่ไปสู่ระดับสูงสุด ทั้งเพลงประกอบ กราฟิก จนถึง ‘เนื้อหา’ ที่มีความลุ่มลึกซับซ้อน ยอกย้อน และตราตรึงด้วยจุดหักมุมสุดรวดร้าวใจ (ก็ใครจะไปคาดว่าพวกเขาจะส่งนางเอกให้ตายตั้งแต่กลางเกม…)

FFVII

ผลลัพธ์จากมหกรรมเล่นใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ Final Fantasy VII กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ขายดีที่สุดของบริษัท และขายดีตลอดกาลของระบบ Playstation สร้างรากฐานให้กับ Squaresoft ได้อย่างก้าวกระโดด (ก่อนจะเสียหลักไม่เป็นท่ากับภาพยนตร์คอมพิวเตอร์กราฟิก Final Fantasy : Spirit Within ในปีหลายปีถัดมา…) ส่วนใครที่เป็นแฟนภาคนี้สมัยวันวานยังหวานอยู่ รอคอยติดตามข่าวกันให้ดีๆ เพราะทาง Square-Enix ได้ประกาศมาอย่างชัดเจนแล้วว่า ภาค ‘รีเมค’ กำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้านี้ (ซึ่งก็คงจะเป็นเวลาอีกหลายปีเลยทีเดียว…)

 

Mass Effect

ก่อนหน้าที่เกมนี้จะวางจำหน่าย ชื่อของ Bioware นั้นแทบจะมีความหมายเดียวกับ Dungeons and Dragons กับซีรีส์เรือธง Buldur’s Gate ทั้งสองภาค ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะ ‘ทะยานอวกาศ’ ด้วยซีรีส์เกมสวมบทบาทผสมไซไฟที่ล้ำยุคล้ำสมัยได้อย่างเต็มภาคภูมิใจไปกับ Mass Effect ในการผจญภัยของ Commander Shepard กับเหล่าผองเพื่อนต่างดาว ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งมหันตภัยแห่งจักรวาลโดยเหล่าสิ่งมีชีวิตทรงภูมิโบราณที่กำลังจะกลับมาอีกครั้งในตลอดทั้งสามภาค

ME_001

แม้จะเป็นไซไฟ แม้จะแทรกบทแอ็คชันระทึกใจ แต่ความเฉียบคมในการสร้างสรรค์เนื้อหาของทีม Bioware ก็ยังคงโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร ตัวละครทุกคนทั้งหลักรองมีความน่าจดจำ พร้อมภารกิจปลีกย่อยที่จะทำให้ผู้ที่สัมผัสต้อง ‘รัก’ เหล่าลูกเรือแห่งยานอวกาศ Normandy ลำนี้ และการเล่นที่จะดึงให้ติดตรึงอยู่กับหน้าจออย่างที่ยากจะถ่ายถอน

 

Heavy Rain

หนึ่งในผลงานประกาศศักดาแห่งประสิทธิภาพของเครื่อง Playstation 3 จากทีมพัฒนาสายอาร์ทติสต์ตัวพ่อ Quantic Dreams ของหัวเรือใหญ่ David Cage กับสามชีวิต สามเรื่องราว ภายใต้สถานการณ์อันหม่นเศร้า และคดีฆาตกรรมของ ‘นักฆ่ากระดาษพับ (Origami Killer)’ ที่จะร้อยรัดทั้งสามชีวิต ไปสู่ปลายทางที่แตกต่างกันอย่างคาดไม่ถึง

Heavy_Rain

เนื้อหาที่เร้าใจ ถูกขยายจนสุดทางด้วยระบบการเล่นแบบ Interactive พร้อมกราฟิกและเพลงประกอบที่ราวกับรับชมภาพยนตร์ชั้นเยี่ยม ช่วยให้ประสบการณ์กว่า 6 ชั่วโมงนั้น เป็นความน่าประทับใจ และด้วยฉากจบที่แตกต่างกันตามการเลือกของแต่ละช่วง ก็ยิ่งทำให้ความน่านำกลับมาเล่นซ้ำนั้น สูงขึ้นชนิดติดเพดานบิน

 

L.A. Noire

การจะรังสรรค์เรื่องราวเชิงสืบสวนสอบสวนสไตล์ ‘Whodunit??’ นั้น เป็นสิ่งที่ยากลำบากในศาสตร์ทุกแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิดีโอเกมส์ ที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นแทบจะในทุกขั้นตอน แต่ L.A.Noire ของ Team Bondi ผู้พัฒนาสัญชาติออสเตรเลียนั้น กลับทำได้ และทำได้เป็นอย่างดี ด้วยบรรยากาศอึมครึมสไตล์หนังสืบสวนยุคทศวรรษที่ 30 กับระบบการสืบคดีของตัวละครหลักที่ยืดหยุ่น ส่งผลต่อเนื้อเรื่องที่จะเผยปมปริศนาการฆาตกรรมลึกลับที่ผูกโยงกับ 5 คดีหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ชั้นเยี่ยม ตั้งแต่ Naked City, Chinatown, L.A. Confidential และคดีฆาตกรรม ดอกรักเร่สีดำ (Black Dahlia)’ ที่ยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

LANoire

น่าเสียดายที่ความสำเร็จของ L.A.Noire ไม่สามารถหยุดยั้งความพินาศทางการเงินของทีมพัฒนา ที่จำต้องปิดตัวเองลงในปี 2011 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความพิเศษในผลงานของพวกเขานั้นลดน้อยลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว

 

The Witcher

Witcher_002

ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีทีมพัฒนาวิดีโอเกมส์ไร้ชื่อเสียงเรียงนามจากประเทศโปแลนด์ จะจับเอา ‘วรรณกรรมแฟนตาซีระดับชาติ’ มาดัดแปลงแล้วส่งออกจนดังเปรี้ยงไปทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นกับ The Witcher ซีรีส์เกมสวมบทบาทผจญภัยภายใต้ธีม Dark Fantasy สุดมืดหม่นของทีม CD Projekt RED ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง Wiedzmin (The Witcher) ของ Andrzej Sapkowski บรมครูนักเขียนแห่งประเทศโปแลนด์

Witcher

ถ้าถามว่าอะไรคือความพิเศษในตลอดทั้งสามภาคของ The Witcher นั้น ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเนื้อหาที่เต็มที่ด้วยวุฒิภาวะ ความมืดหม่น เซ็กส์ ความเลวร้ายของสงคราม และเกมอำนาจทางการเมืองที่เจือไปกับธีมแฟนตาซี สัตว์ร้าย และ ‘จอมดาบหมาป่าขาว Geralt’ หมอผีนักสู้ The Witcher แถวหน้า ผู้พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเงินค่าจ้างราคางาม และโดนลากเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจที่ตนเองไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วมด้วยแม้แต่นิดเดียว เกมนี้ดังถึงระดับที่ภาคสอง เคยถูกใช้เป็นของขวัญที่นายกรัฐมนตรีแห่งโปแลนด์ มอบให้กับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในช่วงที่มาเยี่ยมเยือนเลยเชียวนะ ขอแนะนำสำหรับใครที่ชอบ Dark Fantasy หม่นๆ แบบเดียวกับซีรีส์ Game of Thrones

 

Metal Gear Solid 3 : Snake Eater

MGS3_001

ซีรีส์ Metal Gear Solid คือหนึ่งในความสำเร็จขั้นสุดของปรมาจารย์นักสร้างเกม Hideo Kojima แห่ง Kojima Production ในระยะเวลาเกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีภาคไหนที่จะจัดเต็มครบเครื่อง และทรงคุณค่าความเป็นอมตะได้เท่ากับ Metal Gear Solid 3 : Snake Eater นี้อีกแล้ว

MGS3_002

แม้จั่วหัวว่าภาคสาม แต่วัดตามเวลา มันคือ ‘ปฐมบท’ ของเรื่องราวทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมาในภาคอื่นๆ การผจญภัยของ Naked Snake สายลับหนุ่มหน้าใหม่ ในประเทศสารขัณฑ์ส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตช่วงทศวรรษที่ 60 ที่ต้องหยุดยั้งแผนร้ายก่อนที่สงครามเย็นจะกลายเป็นวิกฤติการณ์นิวเคลียร์ล้างโลก ตัวเกมใส่ความเป็น Kojima-ism เข้าไปอย่างสุดเหวี่ยง มุขตลกเหลือร้าย การคารวะหนังสายลับโบราณมากมาย ไดอะล็อกตัวละครแสนคมสุดเฉียบ เพลงประกอบสุดไพเพราะ และกราฟิกที่รีดเอาประสิทธิภาพของเครื่อง Playstation 2 จนสุดปลายทาง ทั้งหมด ขมวดรวมด้วยการดำเนินเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม และวาง Settings ที่เป็นเหตุและผลของภาคอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้า และที่จะออกตามมาในอีกหลายปีให้หลังได้อย่างทรงพลังยากจะหาเกมใดในซีรีส์มาเทียบเคียงได้

 

Grim Fandango

อีกหนึ่งผลงานระดับเรือธงของยุคสมัยก่อนการเปลี่ยนผ่านสหัสวรรษใหม่ (ประมาณปี 1998) กับการผจญภัยในโลก ‘หลังความตาย’ ของทนายวิญญาณ Manuel ‘Manny’ Calavera ที่ต้องหาทางกอบกู้สถานการณ์ทำงานผิดพลาด (ส่งวิญญาณคนดีไปตายดาบหน้า…) กับชีวิตสี่ปีในโลกคนตาย ที่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก และมีกลิ่นอายแบบนิยายฟิล์มนัวร์แบบเดียวกับหนังคลาสสิค Casablanca และ Maltese Falcon

Grim

แม้จะมีระบบการเล่นที่เรียบง่ายแบบ Point and Click (เก็บไอเทมแก้ปริศนา) แต่ความเฉียบของประโยคสนทนาบุคลิกตัวละครที่โดดเด่น และการเล่นกับเทศกาล Day of the Dead หรือเชงเม้งคนตายแห่งเม็กซิโกนั้น ก็สนุกและตลกจนทำให้คนที่ได้สัมผัสนั้น จดจำจนไม่อาจลืมเลือนได้ลง ก่อนที่ยุคสมัยของเกมแนวดังกล่าว และบทสนทนา จะล้มหายไปจากสารบบวิดีโอเกมยาวนานเกือบสองทศวรรษ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงที่กระแสเกม Indie เริ่มเบ่งบานช่วงปี 2004-2005 (รวมถึงตัวเกมที่กลับมาทำใหม่เวอร์ชัน Remastered ช่วงปีที่ผ่านมา~)

 

Dark Souls

DS3

“เกมนี้มันมีเนื้อเรื่องด้วยหรือ?” หลายคนอาจจะคิดเมื่อเห็นชื่อของเกมนี้ติดโผเข้ามา อาจจะด้วยความยากที่พร้อมแจกความตายให้ได้ในทุกหัวโค้ง และการบอกเล่าที่น้อยจนแทบไม่มี ทำให้พาลคิดไปว่าเกมนี้น่าจะไม่มีอะไรมากกว่าที่เห็น แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกของสิ่งที่ทีม From Software นำเสนอออกไป เพราะทุกสิ่งที่ประกอบสร้างความเป็นไปในชิ้นงานทั้งหมดคือ ‘เนื้อหา’ ที่บอกเล่าด้วยเสียงอันแผ่วเบา ตั้งแต่คำบรรยายไอเทม ไดอะล็อกตัวละครที่เป็นปริศนา จนถึงงานสถาปัตยกรรมปลีกย่อย ทั้งหมดคือชิ้นส่วนที่ท้าทายให้ผู้เล่นได้ทำการปะติดปะต่อออกมาเป็นภาพใหญ่ ตัวเกมทั้งสามภาคเลือกใช้การ ‘ทำน้อย ได้มาก’ ที่สร้างความท้าทาย และกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้เล่นสายเรื่องราว (Lore-Based) ให้มาร่วมพูดคุย ถกเถียง และหาข้อสรุปด้วยตนเอง และนั่นทำให้โลกแห่งซีรีส์ Souls นั้น เฉียบคมและเป็นมากกว่ามหกรรมตายซ้ำซากอย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

The Last of Us

‘บทยอดเยี่ยมระดับเดียวกับ Citizen Kane’ คือคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลยสำหรับเกมแอ็คชันผจญภัยในโลกหลังหายนะจากทีมหมาซน Naughty Dog ที่รีบประสิทธิภาพการนำเสนอจนถึงระดับขีดสุด กับชีวิตติดดราม่าของ Joel หนุ่มใหญ่อารมณ์หม่น และ Ellie เด็กสาวผู้อาจจะไขปริศนาแห่งหายนะโลก การเล่นที่เร้าใจ ผสมการผจญภัยแบบเอาชีวิตรอด ผนวกเข้ากับเนื้อหาอันแยบคาย การถ่ายทำระดับภาพยนตร์ และบทสรุปตอนท้ายที่จะทำให้ต้องทอดถอนใจและเสียน้ำตา นี่คือหลักไมล์ใหม่ของศาสตร์ Interactive เช่นวิดีโอเกมส์จะสามารถไปถึง และคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ กว่าที่จะมีใครมาโค่นล้มลงได้

thelastofus

ที่กล่าวไปทั้งหมด คือหลักฐานความก้าวหน้าของสิ่งที่เรียกว่า ‘วิดีโอเกม’ ในมิติทางด้านเนื้อหา ซึ่งเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่า พลังแห่งศาสตร์แขนงนี้ กำลังถูกไข และเจาะลึกลงไป เพื่อรับใช้กับความสร้างสรรค์ที่มากยิ่งๆ ขึ้นไป อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ และถ้ามีโอกาส เราก็อยากให้คุณลองดูสักครั้ง มันอาจจะนำพาคุณไปสู่ประสบการณ์ใหม่ที่เป็นพิเศษก็ได้ ใครจะรู้?


avatar
by Sukrit Buranasun

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon