11 Checklists ที่คุณควรรู้ก่อนและหลัง ทำประกันชีวิต

posted: 1 year ago
11 Checklists ที่คุณควรรู้ก่อนและหลัง ทำประกันชีวิต

comments

กว่าจะตกลงใจทำประกันชีวิตสักฉบับหนึ่ง หลายคนคงคิดแล้วคิดอีก คิดไปห้าตลบหกตลบ ว่าเราได้ความคุ้มครองที่ต้องการแน่ๆหรือเปล่า แล้วประกันที่เราซื้อมา มันจะดีที่สุดแล้วหรือยัง?

ซึ่งวันนี้ rabbit finance ขอเสนอ  11 Checklists ก่อนและหลังทำประกันชีวิต ที่คุณควรตรวจสอบดูสักนิดเมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตค่ะ


ประกันชีวิต1

6 Checklists “ก่อนตกลงทำประกันชีวิต

  • เช็กที่ 1 : ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันให้เรียบร้อย

ขั้นแรกที่สำคัญสุดๆของการซื้อประกันชีวิต คือ เราควรจะซื้อประกันจาก ตัวแทนที่มีใบอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ถึงแม้เราจะรู้จักมักจีกับตัวแทนคนนั้นมาก่อน แต่ถ้าเขาไม่มีใบอนุญาตก็ห้ามซื้อประกันจากเขาเด็ดขาดนะคะ

เพราะ ถ้ากรมธรรม์มีปัญหาในภายหลัง หรือเราต้องการจะ เคลมประกันชีิวิต ขึ้นมา ถ้าเกิดเขาเป็นประกันเถื่อนขึ้นมา อาจจะเจอจ่ายเบี้ยฟรีแต่ไม่ได้รับการคุ้มครองก็เป็นได้นะคะ

  • เช็กที่ 2 : ต้องเข้าใจ ว่าเรากำลังจะซื้อประกันชีวิตแบบไหน

ประกันชีวิตนั้นมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีรายละเอียดและความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนจะตัดสินใจเลือกแบบไหน เราควรจะศึกษาข้อมูลของประกันชีวิตแต่ละแบบให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อน

โดยเราสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ง่ายๆ 4 แบบ คือ

1. ประกันแบบคุ้มครองชีวิต : จะให้ความคุ้มครองในการณีที่เสียชีวิต

2. ประกันสะสมทรัพย์ : ให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมรับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา

3. ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ : จ่ายค่าชดเชยเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

4. ประกันเกษียณ : ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต และมีเงินคืนเมื่ออายุครบ 55 หรือ 60 ปี

  • เช็กที่ 3 : รู้ลึกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ

นอกจากจะรู้ว่า ประกันตัวนั้นคุ้มครองอะไรบ้าง เรายังต้องรู้ว่า เราจะได้รับผลประโยชน์จากอะไรและเท่าไหร่บ้างด้วย เช่น เจ็บป่วยจ่ายเท่าไหร่ เงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลมากแค่ไหน เงินคืนระหว่างสัญญาจะได้เท่าไหร่ ซึ่งทั้งหมดสามารถดูได้จาก ตารางผลประโยชน์ในกรมธรรม์ นั่นเองค่ะ


ประกันชีวิต2

  • เช็กที่ 4 : รู้ว่าแต่ละปีเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าไหร่

การคำนวณเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายในแต่ปีมีความสำคัญมาก เพราะ ถ้าเราวางแผนการเงินไม่ดี เกิด ค้างชำระเบี้ยประกัน ขึ้นมา เราอาจจะโดนปิดกรมธรรม์และหมดความคุ้มครองไปโดยอัติโนมัติได้เลยค่ะ

นอกจากนั้น ประกันชีวิตแต่ละแบบก็จะมีค่าเบี้ยประกันและระยะเวลาจ่ายเบี้ยไม่เท่ากัน คุณจึงต้องเลือกวิธีและระยะเวลาจ่ายเบี้ยให้เหมาะสม กับสถานะทางการเงินของคุณด้วยนะคะ (แอบบอกว่าถ้าจ่ายเบี้ยเป็นรายปี จะถูกกว่าแบบรายเดือนด้วยนะเออ)

  • เช็กที่ 5 : ถ้าเป็นประกันสุขภาพ ต้องรู้ว่าเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าไหร่

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ จะแยกการเบิกค่ารักษาเป็นแบบ ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีเงื่อนไขในการเบิกค่ารักษาที่ไม่เหมือนกัน และวงเงินจ่ายยังไม่เท่ากันอีกด้วย

คุณจึงต้องรู้สิทธิ์การเบิกของคุณอย่างถี่ถ้วน เพื่อที่จะได้เบิกได้ครบตามสิทธิ์ที่คุณได้รับนั่นเอง

  • เช็ก 6 : เมื่อจ่ายเบี้ยประกัน อย่าลืมว่าต้องได้รับ “ใบรับเงินชั่วคราว”

ใบรับเงินชั่วคราว เป็นหลักฐานการชำระเงินค่าเบี้ยประกันให้กับตัวแทนประกันชีวิต โดยในเอกสารจะต้องระบุข้อมูลแบบประกันที่ซื้อ จำนวนเบี้ยประกันชีวิต และวันที่ชำระเงิน ให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรับความคุ้มครองนั่นเองค่ะ

ซึ่งถ้าใครยังไม่ได้ใบนี้ รีบทวงเลยนะคะ เพราะ ถ้าเกิดปัญหาในภายหลังเราจะได้มีหลักฐานไว้ยืนยันกับบริษัทประกันนั่นเองค่ะ


 

ประกันชีวิต3

5 Checklists  “ภายหลังการทำประกันชีวิต”

  • เช็กที่ 1 : ทำประกันแล้ว ต้องได้รับเล่มกรมธรรม์

เล่มกรมธรรม์ เปรียบเสมือนหลักฐานว่าเราได้ทำประกันแล้วนะ ซึ่งในนั้นก็จะมีข้อมูลทั้งหมดของกรรมธรรม์ประกันชีวิตของเรา ทั้งการคุ้มครอง ผลประโยชน์ และวิธีการเคลมต่างๆ

ซึ่งเมื่อเราได้รับเล่มกรมธรรม์มาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบด้วยนะคะว่า ข้อมูลส่วนตัว ชื่อผู้เอาประกัน แบบประกัน เบี้ยประกัน ทุนประกัน และชื่อผู้รับผลประโยชน์ถูกต้องหรือไม่ ถ้าเกิดมีข้อผิดพลาดแล้ว ต้องรีบแจ้งตัวแทนหรือปริษัทประกันทันทีเลยนะคะ

  • เช็กที่ 2 : อย่าลืมจ่ายเบี้ยประกันในปีถัดไป

การที่เราทำประกันชีวิต มันก็เท่ากับเราจะมี ความรับผิดชอบทางการเงิน เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะจ่ายเบี้ยประกันแค่ปีละครั้ง จึงทำให้อาจเกิดอาการหลงลืมได้โดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น คุณต้อง ห้ามลืมจ่ายเบี้ยประกันเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะถ้าจ่ายช้าอาจโดนค่าปรับหรือโดนปิดกรมธรรม์ได้เลยนะ แต่ถ้าใครกลัวลืมจริงๆ ก็สามารถแจ้งกับบริษัทประกันให้หักเงินผ่านบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตไว้ก็ได้ค่ะ

ประกันชีวิต4

  • เช็กที่ 3 : ตรวจสอบผลประโยชน์จากกรมธรรม์ตามเวลาที่กำหนด

ถ้าแบบประกันชีวิตของคุณ เป็นแบบประกันที่มีการคืนเงินระหว่างสัญญา เมื่อถึงเวลาก็อย่าลืมตรวจสอบนะคะ ว่าได้เงินคืนหรือได้รับผลประโยชน์อื่นๆครบตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์หรือไม่

ซึ่งถ้าได้ไม่ครบก็อย่านิ่งนอนใจค่ะ เข้าไป แจ้งบริษัทประกัน ได้เลย เพื่อรักษาสิทธิ์ของเรานั่นเอง

  • เช็กที่ 4 : ติดต่อบริษัทประกันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์

สำหรับใครที่ไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่ หรือมีความต้องการจะเปลี่ยนแบบประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันเด็ดขาดเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นถ้าถึงเวลาเคลมหรือรับผลประโชน์ขึ้นมา ข้อมูลไม่ตรงกับในกรมธรรม์ บริษัทก็ไม่สามารถให้ความคุ้มครองคุณได้นะคะ

  • เช็กที่ 5 : เก็บเอกสารสำคัญทุกอย่างให้เป็นระเบียบ และแจ้งคนในครอบครัวให้เรียบร้อย

จุดมุ่งหมายหลักของการทำประกันชีวิต คือ การมีเงินเหลือเป็น มรดก เล็กน้อยไว้ให้ลูกหลาน ซึ่งถ้าคุณไม่บอกพวกเขาว่าคุณทำประกันชีวิตไว้ เขาก็ไม่สามารถไปแจ้งรับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ของคุณได้ค่ะ

เพราะฉะนั้น อย่าลืมบอก ครอบครัว ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อที่วันไหนถึงเวลาเคลมมันจะได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้นนั่นเอง

และนี่ก็คือ 11 Checklist ก่อนและหลังทำประกันชีวิตที่คุณควรรู้ เพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ และได้รับความคุ้มครองอย่างสูงสุดนั่นเองค่ะ ทำประกันชีวิตครั้งหน้า อย่าลืมนำ  Checklists เหล่านี้ไปใช้กันนะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon