ถึงผู้ประกันตน เชิญเช็คสิทธิ์ประกันสังคมใหม่ 12 ข้อได้เลย

posted: 1 year ago
8,256 views
ถึงผู้ประกันตน เชิญเช็คสิทธิ์ประกันสังคมใหม่ 12 ข้อได้เลย

comments

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย นอกจากการทำงานเพื่อหาเงินให้ล้นฟ้าแล้ว รู้ตัวไหมว่า บางครั้งกำลังละเลยสุขภาพของตัวเองอยู่ ยกตัวอย่างเช่น การไปเที่ยวสังสรรค์ กินของมันๆ ทอดๆ ดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงสูบบุหรี่ที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้น ถ้าเป็นโรคประจำตัวแล้วทำลายสุขภาพด้วย ยิ่งแย่ไปกันใหญ่

การคุ้มครองความเสี่ยงให้กับร่างกาย ด้วยการทำ ประกันสุขภาพ หรือประกันชนิดอื่นๆ ก็สำคัญ สมมติว่าเป็นโรคมะเร็งก่อนแล้วค่อยคิดทำ ประกันอาจไม่คุ้มครอง หรือคุ้มครองแต่ต้องต่อรองกันอีกยาว สำหรับมนุษย์เงินเดือนยังมีสิ่งหนึ่งบริษัทมอบให้คือ “ประกันสัง คม”​ ซึ่งประกันสังคมมีอะไรใหม่ๆ กัน หัดเช็คสิทธิ์ประกันสังคมกันบ้างเด้อ


ลาออกจากงาน ยัง เช็คสิทธิ์ประกันสังคม ได้เหมือนเดิมไหม

ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นลูกจ้างของบริษัท ก็จะได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคมโดยอัตโนมัติ (ทั้งนี้ ก็คือบริษัทยื่นเรื่องส่งไปสำนักประกันสังคมนั่นแหละ)​ โดยการคุ้มครองของประกันสังคม คือ การส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และการส่งเงินมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ บริษัทจะหักเงินเดือน 750 บาท เพื่อนำส่งเงินสมทบ และส่วนที่สองบริษัทจะออกให้ และเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวครึกโครมว่า ใครที่ส่ง เงินสมทบประกันสังคมเกินไปสามารถเรียกคืนได้แล้ว

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม

  • เช็คสิทธิ์ประกันสังคม ผู้ประกันตนในมาตรา 39

บางคนทำงานมานาน หรืออยากทำอาชีพฟรีแลนซ์ น่าจะมีคำถามว่า ลาออกจากงานประจำ ยังเช็คสิทธิ์ประกันสังคมได้เหมือนเดิมไหม คำตอบคือ ได้ เพราะการออกจากงานไม่ได้หมายความสิทธิ์ประกันสังคมจะหายไปไหน เพราะยังมีอายุอีก 6 เดือนหลังจากที่ออกจากงาน คำถามต่อมาคือ

และหลังจาก 6 เดือน ยังเช็คสิทธิ์ประกันสังคมได้ไหม คำตอบก็คือได้เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสถานะเป็น ผู้ประกันตนโดยสมัครใจมาตรา 39 แทน

ถ้ากลับเข้ามาทำงานก็ยังได้รับ ความคุ้มครอง 7 ประการ แต่คนที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะประกอบอาชีพอิสระ จะใช้สิทธิ์ประกันสังคมในมาตรา 39 ก็ย่อมได้ แต่สิทธิประโยชน์จะมีเพียง 6 กรณี ดังนี้

  • ได้รับอันตราย
  • ทุพพลภาพ
  • ตาย
  • คลอดบุตร
  • สงเคราะห์บุตร
  • ชราภาพ

หน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ก่อน เช็คสิทธิ์ประกันสังคม

เมื่อเลือกเป็นผู้ประกันตนด้วยความสมัครใจ หน้าที่หลักก็คือต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองแล้ว ไม่มีใครคอยยื่นเรื่อง หรือเตือนให้เช็คสิทธิ์ประกันสังคมอีกแล้ว ซึ่งเงินสมทบที่ผู้ประกันตนภาคสมัครใจต้องนำส่งให้กับกองทุนประกันสังคมมีจำนวนเงิน 432 บาท สามารถแบ่งจำนวนเงินออกได้ดังนี้

  • สิทธิประโยชน์ยามเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต จะถูกเฉลี่ยในเงิน 144 บาท
  • และอีก 288 บาท เป็นเงินออมกรณีชราภาพ ซึ่งจะได้รับเงินออมเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์​

หากไม่ส่งเงินสมบทตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ อาจไม่ใช่ผู้ประกันตนอีกต่อไป ซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 39 ห้ามขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกันเด็ดขาด


ประกันสังคม เพิ่ม 12 สิทธิในการรักษาพยาบาล

ผู้ประกันตนของสำนักประกันสังคม อาจจะร้องเฮดังๆ ออกมาแบบไม่รู้ตัว กับสิทธิในการรักษาพยาบาลที่ถูกเพิ่มมาใหม่ถึง 12 ข้อด้วยกัน แน่นอนแหละ ถูกหักเงินประกันสังคมไป นำเงินส่งเข้ากองทุน การได้สิทธิ์อะไรใหม่ๆ นับว่าเป็นข้อดีของผู้ประกันตนอยู่แล้ว

อีกทั้งรัฐธรรมนูญไทยก็ย้ำนักย้ำหนา ทั้งส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนเป็นผู้ประกันตนของสำนักประกันสังคม เพราะไม่ใช่มีสิทธิ์ยามเจ็บป่วยตอนทำงานเท่านั้น เพราะแก่ตัวไปเงินกองทุนที่ถูกสะสมมาก็จะกลายเป็นเงินก้อน เป็นเงินไว้ใช้ยามเกษียณเหมือนกัน นับว่าเป็นการวางแผนให้อนาคตของตัวเอง

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม 12 ข้อ

ซึ่งกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม แจงว่า การบริหารกองทุนประกันสังคมปี 2560 ยอดผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมมีจำนวนกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อที่จะได้รองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในปัจจุบันและอนาตต จึงพัฒนาและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ผู้ประกันให้มีสวัสดิการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยระหว่างปี 2558 – 2560 สำนักงานประกันสังคมเพิ่มบริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประกันตน มีอะไรกันบ้าง มาเช็คสิทธิ์ประกันสังคมทั้ง 12 ข้อกันเลย

  1. ปรับเงื่อนไขคุณสมบัติสถานพยาบาลที่ผ่าตัด ใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อเพิ่มจำนวนสถานพยาบาล
  2. เพิ่มวงเงินสำหรับการผ่าตัดเตรียมเส้นเลือด เพื่อการฟอกไต หรือวางท่อรับ-ส่งน้ำยาล้างช่องท้อง (เพิ่ม 10,000 บาท จากเดิม 20,000 ต่อ 2 ปี)
  3. เพิ่มการเข้าถึงยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยเพิ่มรายการยาจากเดิม 9 รายการเป็น 11 รายการ
  4. เพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ในระยะแรก เพื่อให้ผู้ประกันตนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถทำงานและใช้ชีวิตได้เช่นคนปกติ
  5. เพิ่มการเข้าถึงยาละลายลิ่มเลือด ในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน และผู้ป่วยในกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยจ่ายค่ายาให้แก่สถานพยาบาล
  6. การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรม กรณี อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน จากเดิม 600 บาท เป็น 900 บาทต่อคนต่อปี และให้ผู้ประกันสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมโดยไม่ต้องสำรองเงินจ่าย
  7. เพิ่มอัตราการผ่าตัดอวัยวะกระจกตา จากเดิม 25,000 บาท เป็น 50,000 บาท
  8. ปรับปรุงรายการอุปกรณ์อวัยวะเทียม เพิ่มจาก 31 รายการเป็น 95 รายการ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
  9. เพิ่มสิทธิประโยชน์เงินทดแทนการขาดรายได้ สำหรับผู้ประกันตนที่มีการสูญเสียอวัยวะตั้งแต่ร้อยละ 35 ขึ้นไป จากเดิมร้อยละ 50 ขึ้นไป
  10. การตรวจสุขภาพฟรี ในสถานพยาบาลตามบัตรประกันสังคม
  11. พิ่มสิทธิประโยชน์กรณีปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ให้ครอบคลุม ทั้งในกรณีใช้เนื้อเยื่อของตนเอง เนื้อเยื่อของพี่น้อง และเนื้อเยื่อของผู้บริจาค จาก 750,000 บาทเป็น 1,300,000 บาท
  12. กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิจากการเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวน

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม 12 ข้อ

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรงแรงงาน กล่าวว่า ตลอดเวลาสำนักประกันสังคม ไม่หยุดนิ่งในการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มค่าบริการทางแพทย์ และความคุ้มครองต่างๆ แก่ผู้ประกันตน เพราะอยากให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำธุรกิจส่วนตัว หากรู้จักกระจายความเสี่ยงให้ตัวเอง นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเจ็บป่วยขึ้นมาก็นำสิทธิต่างๆ ที่มีอยู่ไปรักษา ถึงแม้ประกันสังคมคนจะเยอะ รอคิวนาน ทำให้เบื่อหน่ายกับการบริการด้วยสิทธิประกันสังคม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ นี่เนอะ


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon