2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี มีเวลานิดเดียวก็เที่ยวได้

posted: 5 months ago
2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี มีเวลานิดเดียวก็เที่ยวได้

comments

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ นอกจากชลบุรี สระบุรี และอยุธยาแล้วก็ยังมี “กาญจนบุรี” อีกจังหวัดหนึ่งที่ใกล้กรุงเทพฯ และสวยงามไม่แพ้กัน จังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งที่เที่ยวเชิงธรรมชาติและเชิงประวัติศาสตร์ มาจังหวัดเดียวก็สัมผัสการท่องเที่ยวได้ครบทุกรสชาติ ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แถมยังได้ชาร์จแบต เติมความสุขกลับมาเต็มกระเป๋า Expedia เลยมีโปรแกรมท่องเที่ยวในกาญจนบุรีฉบับคนเวลาน้อยมานำเสนอ เผื่อใครอยากลอกการบ้านตามรอยไปบ้างก็ทำได้เลย

วันที่ 1

การเดินทางท่องเที่ยวมาจังหวัดกาญจนบุรีนั้นทำได้หลายวิธีตั้งแต่การขึ้นรถตู้ ค่าโดยสารประมาณ 160 บาท การขึ้นรถทัวร์ ค่าโดยสารประมาณ 160 บาท การขึ้นรถไฟ ค่าโดยสารประมาณ 120 บาท ตลอดจนการขับรถไปเอง แต่เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ในแพลนของเรานั้นอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก Expedia ขอแนะนำให้ขับรถไปเองดีกว่า เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง และแนะนำว่าให้ออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อหลีกหนีการจราจรแออัด ใช้เวลาเพียง 2 – 3 ชั่วโมงก็ถึงกาญจนบุรีแล้ว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี


สถานที่ท่องเที่ยวแรกเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการมาเที่ยวกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแควนั่นเอง นอกจากจะสวยงามและเป็นเส้นทางเดินรถไฟแล้วยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย โดยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์เหล่าเชลยศึกหลากหลายเชื้อชาติกว่า 60,000 ชีวิตมาสร้างทางรถไฟสายนี้เพื่อเดินทางไปยังประเทศพม่า เหล่าเชลยศึกถูกทหารญี่ปุ่นทารุณให้ทำงานหนักจนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก นับเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญที่ยากจะลืมลง เมื่อสงครามเสร็จสิ้นรัฐบาลและหน่วยงานราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้บูรณะสะพานแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงความโหดร้ายของสงครามและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
ที่อยู่ : สะพานแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี

หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควเสร็จแล้ว เราก็เดินทางต่อไปที่ถนนปากแพรก ย่านชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีกัน

ถนนปากแพรก

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี
Credit Photo : https://www.facebook.com/baansittisang

ถนนปากแพรกเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 180 ปี โดยมีชาวจีนและญวนพากันเข้ามาตั้งรกรากเป็นกลุ่มแรก ทำให้อาคารบ้านเรือนในถนนสายนี้มีสถาปัตยกรรมแบบกึ่งตะวันตกกึ่งจีน อีกทั้งยังเป็นถนสายแรกในจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับการปูพื้นให้เป็นถนนคอนกรีตอีกด้วย ปัจจุบันถึงแม้ว่าอาคารบ้านเรือนโบราณบนถนนสายนี้จะเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังมีบ้านบางหลังที่ได้รับการบูรณะและยังรักษาสภาพเดิมไว้อย่างครบถ้วน เช่น บ้านสุทธิสังข์ที่ถูกสร้างขึ้นตามสไตล์ชิโน – โปรตุกีสอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยปูนปั้นลวดลายก้านขดและเครือเถาฉลุลายอ่อนช้อยเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันได้เปิดเป็นร้านกาแฟ เป็นแลนด์มาร์คที่ขาดไม่ได้เมื่อมาเดินเล่นที่ถนนปากแพรก นอกจากนี้ในทุกๆ เย็นวันเสาร์ถนนปากแพรกยังเปิดเป็นถนนคนเดินอีกด้วย
ที่อยู่ : ถนนปากแพรก ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อยู่ใกล้กับศาลหลักเมืองและสถานีขนส่งประจำจังหวัดกาญจนบุรี
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 08.00 – 18.00 น. ถนนคนเดินวันเสาร์ 16.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี

แวะเดินเที่ยว เติมพลังด้วยกาแฟและของหวานกันเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปที่ต้นจามจุรียักษ์ เพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่และสวยงามของธรรมชาติ

ต้นจามจุรียักษ์

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี


ต้นจามจุรียักษ์ตั้งอยู่ในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) ของกรมการสัตว์ทหารบก เป็นต้นไม้ใหญ่ขนาด 10 คนโอบ มีอายุมากกว่า 100 ปีที่ตั้งตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขาออกมากว่า 25 เมตร ทั้งยิ่งใหญ่และสวยงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการมาเที่ยวกาญจนบุรี
ที่อยู่ : บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ตำบลเกาะสำโรง อำเภอด่านมะขามเตี้ย
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี

ถ้ำกระแซ

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี


จวนบ่ายคล้อยใกล้จะได้เวลาไฮไลท์ของเส้นทางรถไฟสายมรณะแล้ว เรารีบมาดักรอการมาเยือนของรถไฟที่สถานีรถไฟถ้ำกระแซ จุดชมวิวที่สวยที่สุดและอันตรายที่สุดในเวลาเดียวกันดีกว่า ด้วยทางเดินรถไฟที่สร้างเลียบริมหน้าผาจนมาถึงหน้าสถานีที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าทางรถไฟแห่งนี้จะถูกสร้างด้วยเรี่ยวแรงของเหล่าเชลยศึกที่มีแค่มือ สิ่ว และจอบติดตัวในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดรถไฟสายพิเศษขึ้นเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการที่จะพาเราลัดเลาะเลียบหน้าผามาถึงถ้ำกระแซ เพื่อนๆ จะลองนั่งรถไฟสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองหรือจะมาดักรอการมาเยือนของรถไฟที่สถานีถ้ำกระแซแห่งนี้ก็ได้
ที่อยู่ : ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค
เวลาเปิด – ปิด : เฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยรถไฟจะเดินทางมาถึงสถานีถ้ำกระแซในเวลา 13.30น.
ค่าเข้าชม : ฟรี

วันที่ 2

หลังจากที่ขับรถตะลอนเที่ยวกันมาตลอดทั้งวันในวันที่ 1 แล้ว เราก็เริ่มต้นวันที่ 2 ด้วยการมานอนแช่น้ำแร่ ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการขับรถที่ Rock valley Hot spring and fish spa

Rock valley Hot spring and fish spa

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี
Credit Photo : https://www.facebook.com/riverkwaivillagehotel

สปากลางแจ้งที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำแควในเครือโรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่นสวยงาม ช่วยให้คุณผ่อนคลายในราคาสบายกระเป๋า โดยน้ำแร่ของที่นี่นั้นมีให้เลือกแช่มากถึง 15 บ่อ ตั้งแต่น้ำแร่ธรรมดาตลอดจนน้ำแร่ต้มสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ เช่น บ่อน้ำแร่เปลือกส้มที่มีกลิ่นของส้มอ่อนๆ พาให้รู้สึกสดชื่น บ่อน้ำแร่ผสมน้ำนมที่จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังมีสปาปลาและโคลนพอกไว้คอยบริการด้วย
ที่อยู่ : 74/12 ถนนกาญจนบุรี – ไทรโยค อำเภอไทรโยค
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 09.00 – 14.00 น.
ค่าเข้า : 650 บาท

หลังจากที่พากันแช่น้ำแร่ผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันแล้ว เราก็พากันมาแต่งตัวย้อนยุค ดื่มด่ำสมัยกรุงเก่าที่เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 กัน

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี
Credit Photo : https://www.facebook.com/MallikaR.E.124

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้จัดสร้างต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ลองสัมผัสบรรยากาศความอยู่ดีกินดีของประชาชนในสมัยนั้น โดยด้านในจัดแบ่งเป็นโซนมากมายให้เราได้เลือกเดิน เช่น โซนการค้าอย่าง “ถนนแพร่งนรา” ที่จำลองบรรยากาศย่านการค้าที่เกิดขึ้นในยุคแรกๆ “โรงครัว” ที่มีทั้งโรงสี ยุ้งฉาง เพื่อแสดงกรรมวิธีการฝัดข้าว สีข้าว และตำข้าวแบบโบราณไว้ให้เราได้ชมกัน นอกจากนี้ที่เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ยังมีชุดไทยให้เช่าไว้คอยบริการ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป เอาไว้ใส่ถ่ายรูปกับแก๊งค์เพื่อนๆ เป็นที่ระลึกอีกด้วย
ที่อยู่ : 168 หมู่ 5 ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 09.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม : 250 บาท

ได้เดินเล่น ถ่ายรูปสนุกสนานที่เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 กันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาฝากท้องไว้ที่ร้านน้องใหม่มาแรงอย่าง The Village Farm To Cafe’ ก่อนเดินทางกลับ

The Village Farm To Cafe’

2 วัน 1 คืนที่กาญจนบุรี
Credit Photo : https://www.facebook.com/TheVillageFarmToCafe

The Village Farm To Cafe’ เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ด้วยการออกแบบร้านให้มีเพดานสูง รับกันได้ดีกับกระจกใสโดยรอบที่ทำให้มองเห็นวิวภูเขาที่โอบล้อมอยู่เบื้องหลัง ภายในร้านถูกตกแต่งแบบเรียบง่าย ดูโปร่ง โล่งสบาย พาให้อยากเอนกายนั่งชื่นชมบรรยากาศนี้ไปนานๆ เมนูที่เราอยากแนะนำคือ The Village BBQ Texas สเต๊กซี่โครงหมู่เนื้อนุ่มชุ่มซอสรสเยี่ยมและของหวานอย่างเต่าปังลุยสวน ขนมปังรูปเต่าน้อยเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมเมล่อนและผลเมลอนสดๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
ที่ตั้ง : ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ – ศุกร์ 10.30 – 21.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 9.30 – 21.00 น.

และนี่ก็คือทริปเที่ยวกาญจนบุรีแบบ 2 วัน 1 คืนที่เอ็กซ์พีเดียเอามาฝาก แม้เวลาจะน้อยแต่ก็ได้ทั้งเที่ยว กิน และพักผ่อนนอนโรงแรมที่แสนสบายในราคาประหยัด เพียงจองผ่าน Expedia เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณจองโรงแรม เที่ยวบิน ไปจนถึงเช่ารถได้อย่างสะดวกรวดเร็วในราคาคุ้มค่า ลองจองและจัดทริปดู เพื่อนๆ จะได้รู้ว่ามีเวลาแค่ 2 วันก็เที่ยวมันๆ สนุกๆ ได้ง่ายๆ สบายมาก!

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก 


avatar
by Wanwara Sutthisak

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon