สอบใบขับขี่เดี๋ยวนี้ใช้เวลานานเหมือนที่ลือกันจริงหรือ?

posted: 1 year ago
4,134 views
สอบใบขับขี่เดี๋ยวนี้ใช้เวลานานเหมือนที่ลือกันจริงหรือ?

comments

ข่าวการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอบใบขับขี่ในปี พ.ศ. 2560 เป็นหนึ่งในประเด็นยอดฮิต เพราะนอกจากจะยืดยาวกว่าเดิม ยังมีระบบที่ช้าขึ้น ยากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุผลเรื่องการลดอัตราอุบัติเหตุ เพิ่มมาตรฐานผู้ขับรถยนต์บนท้องถนน

แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีใบขับขี่ หรือกำลังอยากจะไปต่อใบเก่าที่หมดอายุ อย่าได้ตกใจหรือรำคาญไปล่ะ ลองอ่านดูให้จบเสียก่อน จะรู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้นหรอก


สอบใบขับขี่จำเป็นแค่ไหน? ไม่ทำได้ไหม?

ตามหลักการแล้ว ไม่มีใครบังคับคุณได้หรอกครับ หากคุณขับรถยนต์ได้และอยากจะโลดแล่นบนท้องถนนโดยไม่สอบใบขับขี่ก็ทำได้ ไม่มีใครว่า แต่ผิดกฏหมายครับ แถมบทลงโทษที่มีการเปลี่ยนแปลงในปีที่พึ่งผ่านมา ก็ปรับให้โทษแรงขึ้นด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • สำหรับคนที่ไม่สอบเลย จำคุกสามเดือน (จาก 1 เดือน) ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • สำหรับคนที่ไม่พกติดตัว ปรับ 5,000 – 10,000 บาท (จาก 1,000 บาท)

 


ขอบคุณภาพจาก http://genderbattle.net

สำหรับเรื่องประกันภัยรถยนต์ หากคุณไม่เคยทำใบขับขี่มาก่อนเลย บริษัทประกันภัยจะไม่รับผิดชอบใดใดทั้งสิ้น แต่หากคุณไม่ได้พกติดตัวเฉยๆ ทางบริษัทประกันเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธค่าสินไหมด้วยเช่นกัน

อ่านแบบนี้แล้วมาดูกันดีกว่าว่าการเสียเวลาไปสอบเอากระดาษหนึ่งใบกินเวลาขนาดไหน ต้องทำอะไรบ้าง


ขั้นตอนการสอบใบขับขี่

  • ยื่นเอกสารเพื่อเข้าสอบ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นเพื่อลงทะเบียนสอบใบขับขี่ประกอบไปด้วยเอกสารยืนยันตัวตนเบื้องต้นเช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และที่สำคัญคือ หลักฐานตรวจสุขภาพสำหรับใบขับขี่ (อายุ 1 เดือน)

  • ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เป็นการทดสอบทางด้านสายตา ว่ามีความบกพร่องจนทำร้ายสมรรถภาพในการขับขี่หรือไม่

  • อบรมกฏหมายจราจร

ช่วงอบรมสุดน่ากลัวที่ได้ยินกันมานั่นแหล่ะครับ การอบรมเรื่องจราจรเพื่อนำไปใช้ในการทดสอบข้อเขียนใช้เวลาทั้งหมด 5 ชั่วโมง (จากเดิมสี่ชั่วโมง) เป็นขั้นตอนที่กินเวลาที่สุด และมีรอบจองที่สร้างปัญหาให้ผู้สอบมาก (เพราะไม่เคยว่างเลย)

  • สอบข้อเขียน

สอบข้อเขียนต่อหลังจากอบรม มีโจทย์ทั้งหมด 60 ข้อ จากเดิม 50 ข้อ

  • สอบภาคปฏิบัติ

ขั้นตอนที่ดูเป็นการสอบจริงๆมาในตอนท้ายสุด โดยท่าสอบจะมีทั้งหมด 3 ท่า ได้แก่ ถอยตรง, เทียบข้าง และ ถอยเข้าซอง ซึ่งในอดีตใช้ระบบสายตาของอาจารย์ผู้คุมสอบ แต่ในอนาคต (และในปัจจุบัน บางที่ใช้แล้ว)มีเป้าหมายจะหันมาใช้เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีตรวจจับ เพื่อความเที่ยงตรง


ขอบคุณภาพจาก http://autobikes.vn

โดยขั้นตอนทั้งหมดไม่ใช่ทำหมดภายใน 1 วันได้ (อย่างน้อยสองวัน) หากคุณโชคดี ไปที่สอบตั้งแต่เช้าและมีที่อบรมว่าง ก็สามารถทำ 4 ขั้นตอนแรก และมาสอบในวันถัดไป

แต่โดยมากมักจะไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากพื้นที่อบรมนั้นมีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับปริมาณผู้ขับขี่ในประเทศของเรา สำหรับชาวกรุงเทพหลายๆคนมักจะมีปัญหาเรื่องนี้จนทำให้เกิดความขี้เกียจ เบื่อหน่ายที่จะไปสอบ

แต่จริงๆแล้วทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้ออกนโยบายมาโดยมาตรการรองรับแต่อย่างใด แม้ว่ากรมขนส่งทางบกทุกพื้นที่จะแน่นขนัด ไม่มีที่สอบที่อบรมสักที เสียเวลางานลาครึ่งวันไปจองแต่เช้า แต่คิวที่จะได้ดันยาวเป็นเดือนๆ เรื่องนี้มีทางออกครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพีบีเอส 


อบรมใบขับขี่ที่ไหน ไม่เสียเวลา

ด้วยความที่การสอบใบขับขี่กลายเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับประชาชน ทางกรมขนส่งมวลชนจึงได้จับมือกับหลากหลายหน่วยงานเอกชนเพื่อจัดอบรมเพื่อการสอบใบขับขี่ให้มาก หลากหลายขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของทุกคน

  • อบรบกับมหาวิทยาลัย

ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2558 รัฐบาลได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง รามคำแหง, ธรรมศาสตร์ หรือราชภัฏสวนดุสิต เพื่อเปิดอบรมกฏหมายจราจร ไม่จำเป็นต้องไปตามกรมเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อย และอาจจะกินเวลาเหมือนกัน แต่หากคุณเป็นคนที่รำคาญการนั่งในที่แออัด นับเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม

  • โรงเรียนสอนขับรถ

มีโรงเรียนสอนขับรถยนต์หลายที่ที่มีมาตรฐานได้ตามที่รัฐบาลกำหนด (จนถึงปัจจุบัน) สามารถเรียนขับรถแล้วอบรมต่อได้เลย ไม่ต้องจองคิว ไม่ต้องเสียเวลา ตัวอย่างเช่น Advance Driving School ที่แม้จะไม่ได้มีสาขามากในกรุงเทพ แต่ก็กระจายไปทั่วประเทศไทย

  • จองคิวออนไลน์

แม้จะต้องอบรมที่เดิม แต่ก็ประหยัดเวลาในการไปที่กรมขนส่งเพื่อฟังข่าวร้ายว่าการอบรมของคุณจะเกิดขึ้นในอีกสี่เดือนข้างหน้าแน่นอน การจองคิวออนไลน์นั้นอณุญาตสำหรับชนิดชั่วคราว (ขอใหม่) เท่านั้นครับ

ทั้งสองการร่วมมือกับขนส่งทางบกนั้นมีมากมายหลายสาขา ช่วยประหยัดเวลาและลดความน่าเบื่อของการไปนั่งรอที่กรมขนส่งได้มาก

ใบขับขี่ไม่ใช่สิ่งที่จะขี้เกียจทำกันได้นะครับ กฏหมาย ข้อบังคับนั้นถูกระบุไว้ชัดเจนใน พ.ร.บ. เหมือนกับ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ถึงแม้กฏระเบียบจะมากขึ้น ยุ่งยากซับซ้อนกว่าเดิม แต่ก็เพื่อความปลอดภัย เพื่อมาตรฐานเรื่องการจราจรที่ดีขึ้น วันหนึ่งสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจะต้องลดลง จากระเบียบการทำใบขับขี่ที่พัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon