24 อันดับ สุดยอดมหาเศรษฐีแห่งประเทศไทย! Part 1

posted: 2 years ago
1,620 views
24 อันดับ สุดยอดมหาเศรษฐีแห่งประเทศไทย! Part 1

comments

คุณเคยสงสัยบ้างรึเปล่าว่า ใคร ที่รวยมากที่สุดในประเทศไทย? ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปแล้ว เพราะในวันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชมการจัดลำดับ 24 บุคคล ที่ได้ชื่อว่า ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีแห่งเมืองไทย ซึ่งจัดลำดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ ประจำปี 2016

โดยพาร์ทแรกนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับเหล่าอันดับเศรษฐีที่ 13 – 24 และคุณจะต้องร้อง อ้อ ออกมาแน่ เพราะแต่ละแบรนด์นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนไทยมากแค่ไหน ว่าแต่จะมีใครบ้างนะ? เราไปดูกันเลยดีกว่า

 

24.สมโภชน์ อาหุนัย : 1 พันล้านบาท

สมโภชน์ อาหุนัย

อดีตกรรมการผู้จัดการ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด  จากนั้น เขาได้ผันตัวไปเป็นเจ้าของกิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในชื่อ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA)

โดยธุรกิจนี้ คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งประกอบด้วยสินค้าหลัก 3 ชนิด ไบโอดีเซล(B100), น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว, กลีเซอรีนบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังผลิตวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่ได้จากการผลิต ได้แก่ กลีเซอรีนดิบ(Crude Glycerine) และ กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid : FFA)

และยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ ได้ลงทุนผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานพลังงานทดแทน ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 4 โครงการ ที่จังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ ลำปาง และ จังหวัดพิษณุโลก, โรงไฟ้าพลังงานลม จำนวน 8 โครงการ ที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และจังหวัดชัยภูมิ

ซึ่งอย่างที่รู้ๆ กันว่า ทั่วโลกต่างตื่นตัวเรื่องพลังงานบริสุทธิ์ และด้วยการบริหารของสมโภชน์ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้อันดับที่ 24 ไปครอง

 

23. ครอบครัวโอสถานุเคราะห์ : 1.01 พันล้านบาท

ครอบครัวโอสถานุเคราะห์

ตระกูลโอสถานุเคราะห์ หนึ่งในตระกูลนักธุรกิจคนดังของประเทศที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี และถือเป็นบริษัทเก่าแก่อยู่คู่คนไทยมาช้านานเลยก็ว่าได้

โดยเฉพาะกับกิจการ บริษัท โอสถสภา (เต็กเฮงหยู) จำกัด นอกจากนี้ ครอบครัวโอสถานุเคราะห์ยังมีกลุ่มบริษัทในเครือโอสถสภาอีกมากมย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท โอสถสภา ไทโช จำกัด, บริษัท โอสถสภา ประกันภัย จำกัด, บริษัท ชิเซโด้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทย ฮาคูโฮโด จำกัด และบริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด

ซึ่งสินค้าหลักๆ ที่หลายคนต้องร้องอ้อ อย่าง ยาแก้ปวดทัมใจ, ยากฤษณากลั่นตรากิเลน, ยาธาตุ ๔ ตรากิเลน, ยาอมโบตัน, ลูกอมโอเล่, ลูกอมโบตันมินท์บอล, เครื่องดื่มเอ็ม-150, เครื่องดื่มลิโพวิตัน-ดี, เครื่องดื่มฉลาม, เครื่องดื่มเกลือแร่ เอ็ม-สปอร์ต, เครื่องดื่ม.357 แม็กนั่ม, เครื่องดื่ม ชาร์ค คูลไบต์, เครื่องดื่ม เอ็ม-แม็กซ์, ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทเวลฟ์พลัส, ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายเอ็กซิท และ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เบบี้มายด์ สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการริเริ่มต้นของครอบครัวนี้ทั้งนั้น ซึ่งแน่นอน ธุรกิจของครอบครัวนี้ก็ได้ดำเนินกิจการมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว!

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าทายาทรุ่นหลังๆ จะพัฒนาบริษัทไปในทิศทางใด แต่ที่แน่ๆ การพัฒนา และแตกแขนงสาขาของธุรกิจของโอสถานุเคราะห์คงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน

 

22. บัณฑูร ล่ำซำ และครอบครัว : 1.02 พันล้านบาท

บัณฑูร ล่ำซำ

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักธนาคารสีเขียวยอดนิยมอย่าง ธนาคารกสิกรเป็นแน่ โดยธนาคารกสิกรนี้ อยู่ภายใต้การบริหารของ บัณฑูร ล่ำซำ

เขาเป็นที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มนำคำว่ารื้อปรับระบบองค์กร (re-engineering) มาใช้ในประเทศไทย แต่ภายหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจ ตระกูลล่ำซำกลายเป็นแต่เพียงผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของธนาคารกสิกรไทย เช่นเดียวกับตระกูลเจ้าของธนาคารไทยอื่นๆ

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ปรับเปลี่ยนโลโก้ธนาคารกสิกรไทยเป็นแบบที่ 3 จากที่เคยมีมาในรอบ 66 ปี โดยใช้อักษรจีนนำหน้าอักษรภาษาอังกฤษที่มีอยู่เดิมอีกด้วย

 

21. คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล : 1.04 พันล้านบาท

คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล

คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ประธานกรรมการ บริษัท วัชรพล จำกัด และได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ มูลนิธิไทยรัฐ ภรรยาของ นายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งภายหลังคุณหญิงประณีตศิลป์ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารแทน เนื่องจากนายกำพลเสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยสาเหตุจากโรคร้าย

และเมื่อพูดถึง ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ที่มียอดขายสูงที่สุดในไทย คงไม่มีข้อกังขาแน่ และถึงแม้จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล ไทยรัฐก็ยังคงพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ใช่เฉพาะแค่สิ่งพิมพ์ และข่าวเท่านั้น แต่ได้ขยายตัว พัฒนาตามยุคสมัย นี่เองที่ทำให้ไทยรัฐยังคงได้เปรียบ และไม่น้อยหน้าสื่อเจ้าอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่แม้แต่น้อย

 

20. อิสระ ว่องกุศลกิจ : 1.09 พันล้านบาท

อิสระ ว่องกุศลกิจ

อิสระ ว่องกุศลกิจ หรือเจ้าของ กลุ่มมิตรผล ที่เข้ามารับกิจการช่วงต่อจากครอบครัว ที่อยู่คู่กับอุตสาหกรรมน้ำตาลมาช้านาน

บริษัท มิตรผล จำกัด นี้ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล โดยแรกเริ่มจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนขนาดเล็ก ที่ผลิตน้ำเชื่อมส่งขายให้โรงงานผลิตน้ำตาลทราย จนกระทั่งพัฒนาเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้เอง  ต่อมาได้ขยายกิจการโรงงานเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น จนกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลอันดับหนึ่งของประเทศได้ในที่สุด และมิตรผลยังได้ขยายธุรกิจต่างๆ ไปยัง จีน และลาว ด้วย

 

19. ฮาราลด์ ลิ้งค์ : 1.1 พันล้านบาท

ฮาราลด์ ลิ้งค์

ฮาราลด์ ลิ้งค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม กลุ่มธุรกิจสัญชาติเยอรมันยักษ์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 136 ปี โดยเริ่มจากธุรกิจขายยา ‘สยาม ดิสเป็นซารี่’ ของ มร.แบร์นฮาร์ด กริม เภสัชกรชาวเยอรมัน และหุ้นส่วนชาวออสเตรียน มร.แอร์วิน มุลเลอร์ ทั้งสองได้มีโอกาสทำงานในราชสำนักรัชกาลที่ 4 ด้านเภสัชตะวันตก ที่ต่อมาได้รับพระราชทานตราครุฑ และเป็นร้านขายยาที่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากราชวงศ์

โดยภายหลัง บริษัท บี กริม เป็นบริษัทที่มีการบริหาร และจัดการกลุ่มธุรกิจชั้นนำหลายด้านภายในประเทศไทยด้วยกัน  อย่าง ด้านพลังงาน, เครื่องปรับอากาศ, สุขภาพ, ไลฟ์สไตล์ และอสังหาริมทรัพย์

ภายหลังได้จับมือ ร่วมทุนกับอีกหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น อมตะ คอร์ปอเรชั่น, เบเยอร์, ซีพี กรุ๊ป, ซูมิโตโม, ซีเมนส์, ฮามอน, เคเอสบี, มาเคท์, เมอร์ค และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งอีกมากมาย

 

18. ประยุทธ มหากิจศิริ : 1.15 พันล้านบาท

ประยุทธ มหากิจศิริ

ประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจชาวไทย ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท พีเอ็มส์ กรุ๊ปส์ เจ้าของบริษัทไทยน็อคซ์ สเตนเลส และไทย คอปเปอร์ นอกจากนี้ ประยุทธยังเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟเลควูดอีกด้วย

จากฉายา ‘เจ้าพ่อเนสกาแฟ‘ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า เขาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ และบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แต่ความจริงแล้ว ประยุทธเป็นเพียงผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตเนสกาแฟ โดยถือหุ้นอยู่ 50% ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ หรือบริษัท เนสท์เล่(ไทย) จำกัด โดยตรงแต่อย่างใด และด้วยการที่ถือครองหุ้นมากมายขนาดนี้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม มูลค่าทรัพย์สินของเขาถึงมีมากพอที่จะอยู่ในลำดับที่ 18 ได้

 

17. ฤทธิ์ ธีระโกเมน : 1.3 พันล้านบาท

ฤทธิ์ ธีระโกเมน

ฤทธิ์ ธีระโกเมน เป็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และวิศวกรชาวไทย ฤทธิ์เป็นประธานกรรมการบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านสุกี้เอ็มเคและร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ที่ใครหลายๆ คน คุ้นเคยกันดี

โดยจุดเริ่มต้นของสุกี้เอ็มเคนี้ แต่เดิมร้านอาหารของครอบครัวของเขา ซึ่งตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ชื่อร้าน เอ็มเค คาเฟ่ ต่อมาจึงได้เปิดร้านในเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว และเปลี่ยนรูปแบบของร้านอาหารให้เป็นร้านสุกี้เต็มตัว

ในการพัฒนาธุรกิจร้านอาหารนั้น ฤทธิ์ได้ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์พัฒนาหม้อสุกี้ไฟฟ้าโดยใช้การเหนี่ยวนำไฟฟ้า ตู้เย็น และถาดเสิร์ฟอาหารแบบใหม่ที่เหมาะสำหรับการใช้ในร้านอาหารซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ฤทธิ์ยังได้นำระบบการบริหารองค์กรแบบตะวันตกมาใช้โดยเพิ่มมาตรฐานการจัดการจนเป็นระบบ และพัฒนาการรับออร์เดอร์ด้วย PDA (คอมพิวเตอร์ผู้ช่วยส่วนบุคคล) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายสาขาไปยังเวียดนาม และญี่ปุ่น โดยนำระบบแฟรนไชส์เข้ามาช่วย

 

16. ชาติศิริ โสภณพนิช : 1.35 พันล้านบาท

ชาติศิริ โสภณพนิช

ธนาคารกรุงเทพ ภายใต้การบริหารงานของนายชาติศิริ มีการดำเนินงานที่เติบโตก้าวหน้า โดยปัจจุบันมีเครือข่ายสาขากว่า 1,100 แห่ง และสำนักธุรกิจอีก 230 แห่งทั่วประเทศ มีบัญชีเงินฝากประมาณ 17 ล้านบัญชี และมีเครือข่ายสาขาต่างประเทศ 26 แห่ง รวมถึงธนาคารในเครือที่ธนาคารถือหุ้นทั้งหมดในประเทศจีนและมาเลเซีย รวมถึงมีสำนักงานตัวแทนอีกหนึ่งแห่งในประเทศเมียนมาร์

นอกจากนี้ ชาติศิริยังดำรงตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการในคณะกรรมการระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งกรรมการ บมจ.โพสต์ พับลิชชิ่ง และกรรมการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ Singapore Management University อีกด้วย

 

15. อาลก โลเฮีย : 1.36 พันล้านบาท

อาลก โลเฮีย

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ และรองประธานกรรมการ กลุ่มอินโดรามา ซึ่งอินโดรามาเวนเจอร์ส เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเส้นใยโพลิเอสเตอร์รายยักษ์ ที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก และมีธุรกิจเกี่ยวกับ ปิโตรเคมี มีการผลิต เส้นใยสังเคราะห์, โพลีไธลีน เทเรฟธาเลท (พีอีที), บริสุทธิ์กรด terphthalic (PTA) และขนแกะ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แม้จะเป็นชาวอินเดียที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในไทย แต่ อาลก ก็ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยกว่า 20 ปี จนเข้าถึงวิถีชีวิต การตลาดของคนไทยได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้นักธุรกิจไทยคนอื่นๆ เลย

 

14. ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ : 1.4 พันล้านบาท

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์

ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และตลาดหุ้นแล้ว น้อยคนไม่มีใครไม่รู้จัก ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เจ้าของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตทฯ หรือที่รับรู้กันทั่วประเทศ เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้แบรนด์ ‘บ้านพฤกษา’

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) คือ บริษัทผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทบ้านทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และอาคารชุด โดยเน้นทำเลทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในการบริหารและการดำเนินการ พฤกษาได้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยต่างๆ มาใช้ เช่น Pruksa Precast เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยจากยุโรปมาพัฒนาใช้ในการก่อสร้าง และมีการพัฒนาแบรนด์ต่างๆ มากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกสไตล์ และได้ขยายการลงทุนธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปยังต่างประเทศ เช่น อินเดีย, เวียดนาม และสาธารณรัฐมัลดีฟส์

 

13. คีรี กาญจนพาสน์ : 1.45 พันล้านบาท

คีรี กาญจนพาสน์

คีรี กาญจนพาสน์ หรืออีกนามที่รู้จักในวงธุรกิจอย่าง เจ้าพ่อบีทีเอส นักธุรกิจที่ถือหุ้นสูงที่สุดของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันดีในนามผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS

โดยนอกจากการดำนเนินการเรื่องรถไฟฟ้าแล้ว กลุ่มของบริษัทย่อย และบริษัทร่วม ต่างประกอบธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจสื่อโฆษณา, ธุรกิจให้บริการ และธุรกิจระบบขนส่งมวลชน โดยประกอบธุรกิจระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก จากเดิมซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจหลัก

แหม ก็จบกันไปแล้วกับ 12 อันดับแรก ของรายชื่อเหล่ามหาเศรษฐีแห่งเมืองไทย แน่นอนว่าหลายต่อหลายแบรนด์ ใครๆ ต่างก็ต้องรู้จักดี และยังไม่มีหมดเเพียงแค่นี้แน่นอน ในครั้งหน้า เราจะพาไปรู้จักกับอีก 12 อันดับที่เหลือกัน ห้ามพลาดเชียวล่ะ! และเราก็เชื่อว่าหลายคนอ่านแล้วคงแอบมีอิจฉา อยากเป็นเศรษฐีตัวน้อยๆ บ้าง ลองอ่านนี่ดูซิ


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon