กาลายแทง! ชี้เป้า 3 ร้านเด็ดต้องโดน ที่ The Street รัชดา

posted: 2 years ago
4,026 views
กาลายแทง! ชี้เป้า 3 ร้านเด็ดต้องโดน ที่ The Street รัชดา

comments

ต้องโดนจริงๆ นะครับ คุณผู้อ่าน กับ 3 ร้าน 3 สไตล์ที่เราคัดสรรมายั่วน่ำลายในบทความนี้ การันตีเลยว่า เด็ดน่าลองจริงๆ แถมเดินทางก็ง่าย ใกล้ๆ ใจกลางเมือง ที่ The Street รัชดา แค่นี้เอง เตรียมท้องให้ว่าง ปากพร้อม ท้องพร้อมก็ตามน้องกระต่ายมาพิสูจน์กันได้เลย
So asean Restaurant

เริ่มที่ ‘SO asean’ แค่ร้านแรกก็มาแปลก และกระตุกต่อมน้ำลายนักชิมซะแล้ว กับจานเด็ดจาก 10 ประเทศอาเซียน ที่ขนขบวนกันมาให้ลองแบบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวครับ

ก้าวเข้าไปในร้านก็อดประทับใจการตกแต่งที่ลงตัวด้วยสไตล์โมเดิร์นในโทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ไม้ เข้ากันดีกับของประดับตกแต่งในร้านซึ่งใช้กิมมิคของความเป็นอาเซียน เช่น รวงข้าว และเครื่องจักรสานต่างๆได้อย่างพอดิบพอดี ภายในร้านจะแบ่งเป็น 2 โซนก็คือ โซนกาแฟ ซึ่งจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และ โซนร้านอาหาร เปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 4ทุ่ม

So asean restaurantและแล้วก็มาถึงสิ่งที่ทุกคนรอคอย โดยเริ่มต้นจานแรกแบบเบาๆ กันก่อนกับ ‘หล่าเผ็ด’ หรือ ยำสลัดใบชาสไตล์เมียนม่า ที่ให้กลิ่นและรสที่เป็นเอกลักษณ์จากใบชาหมักพิเศษ ทานกับเครื่องเคียงหลากชนิดทั้ง ถั่วต่างๆ, หอมเจียว, กุ้งแห้ง, งาคั่ว คล้ายๆ กับเมี่ยงคำของไทยครับ เครื่องเคียงที่หลากหลายและกลิ่นของใบชาให้รสชาติ กลิ่น และ รสสัมผัสที่หลากหลายในคำเดียว นอกจากนี้ใบชายังดีกับสุขภาพ ทานแล้วสดชื่น แถมยังช่วยดักจับคอเลสเตอรอลทำให้ไม่อ้วนอีกด้วย

หล่าเผ็ด ยำสลัดใบชาพม่าต่อกันที่จานที่สองอย่าให้ขาดช่วงครับ กับเมนูเด็ดจากหลวงพระบางอย่าง ‘สลัดหลวงพระบางหมูย่าง’ เมนูเลิศรสที่ยังเอาใจสาวๆที่รักสุขภาพด้วยผักสดกรอบนานาชนิด ที่มากับสันคอหมูย่างนุ่มๆ ไข่ต้ม และมะเขือเทศ คลุกเคล้าเข้ากันอย่างดีกับน้ำสลัดจากไข่แดง ได้ดูแลตัวเองไปด้วย แถมยังอร่อยฟินไปด้วย จานนี้แนะนำสาวๆ เลยจ้ะ

สลัดหลวงพระบางหมูย่างและปิดท้ายกันด้วยเมนูขึนชื่อจากมาเลเซียที่ต้องบอกกันว่า ไปมาเลฯ แล้วไม่ทานคือไปไม่ถึง ‘นาซีเลอมัก ข้า-วอัญชัญ’ ที่หอมเตะจมูกมาตั้งแต่ยังไม่ยกออกจากครัว เพราะมีการนำข้าวหอมมะลิแท้ไปหุงสุกพร้อมกับดอกอัญชัญและน้ำกะทิ จนได้ข้าวสีน้ำเงินอ่อนที่หอมมัน ทานกับไก่ทอดที่ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มในเฉยๆก็อร่อย แต่เราแนะนำให้คลุกเคล้าไปกับเครื่องเคียงซึ่งได้แก่ ถั่วทอด ไข่ต้ม ข้าวเกรียบปลากรอบ และซอสซัมบัคอย่างละนิดละหน่อย พร้อมกันในคำเดียว รับรองได้รสชาติแบบชาวมาเลเซียแท้ๆ แน่นอน

นาซีเลอมัก ข้าวอัญชัญแต่เดี๋ยวก่อนจ้ะ อย่าเพิ่งรีบร้อนไปทานขนาดนั้น รู้ว่าหิว เราเองก็หิวเหมือนกัน แต่มาฟังโปรโมชั่นกันก่อน เพราะทางร้านกระซิบมาว่าตอนนี้จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะมื้อกลางวันด้วยนะ โดยโปรโมชั่น ‘Weekday Lunch Special’ ให้คุณอิ่มอร่อยกับชุดเมนูอาหารจานเดียวพร้อมเครื่องดื่มสมุนไพรและไอศกรีม เริ่มต้นเพียงแค่ 135 บาทเท่านั้น คุ้มมากๆ โปรโมชั่นนี้สำหรับวันธรรมดา จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 10.00 – 16.00 น. เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ร้านได้เลย ตามที่อยู่ด้านล่างครับ

SO asean cafe’ & restaurant
FB : SO asean Cafe & Restaurant
หมายเลขโทรศัพท์ 02-121- 1909


ไปต่อกันที่ร้านที่2กันเลย ยังไหวใช่มั้ยครับ เชื่อเราเถอะนะว่าอ่านให้จบรับรองคุ้มแน่นอน ไม่พูดมากกันแล้ว ไปรู้จักอีก 2 ร้านที่เหลือกันเลย

ร้านที่2 นี้เอาใจสาวกพิซซ่ากันบ้างกับพิซซาเรียสัญชาติเกาหลี MR.PIZZA นั่นเอง ทำความรู้จักกับร้านนี้คร่าวๆ กันก่อนนะว่าเค้าไม่ใช่ธรรมดาเลย เพราะนี่คือแบรนด์หมายเลข 1 ของดินแดนแห่งอปป้าและออนนี่ มีสาขามากกว่า 500 แห่ง แต่วันนี้ ไม่ต้องลากพุงขึ้นเครื่องไปถึงเกาหลีก็สามารถลิ้มลองอปป้าพิซซ่า MR.PIZZA สาขาแรกในไทยได่แล้ว ที่ The Street นี่เอง เย้

Mr. Pizza The Street สาขาแรกในไทยเคล็ดลับที่ทำให้ MR.PIZZA แตกต่างจากร้านพิซซ่าอื่นๆ และครองใจชาวเกาหลีมาโดยตลอดก็คือ ‘หลักปรัชญา 300%’ ซึ่งได้แก่ ‘การนวดแป้งด้วยมือ 100%’ ที่ MR.PIZZA เชฟจะใช้แป้งสดไม่แช่แข็ง และโชว์ทักษะการนวดแป้งดั้งเดิมสไตล์พิซซาเรียที่อิตาลี่โดยไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆ ช่วย ซึ่งนอกจากจะมั่นใจได้ว่าพิซซ่าทุกถาดของ MR.PIZZA ทำมาจากแป้งสดจริงแล้ว การดูเชฟนวดแป้ง โยนแป้งก็ยังเพลินตามากๆ อีกด้วย

เซฟเกาหลีกำลังร่อนแป้งโดว์ MR.PIZZA100% ที่สอง ก็คือ ท๊อปปิ้งเยอะ จัดหนักจัดเต็ม 100% ด้วยการค่อยๆจัดท๊อปปิ้งบนหน้าให้เต็มทั้งพิ้นที่อย่างใส่ใจ และ 100% สุดท้ายคือ การใช้ตะแกรงอบพิซซ่า 100% เต็ม เพื่อรักษาความสดของแป้งโดและหน้าพิซซ่าให้ยังคงสดกรอบ และแตกต่างไม่ซ้ำใคร

ก่อนจะไปฟินกับพิซซ่าหน้าเยอะทะลุ 100% ที่ทางร้านภูมิใจเสนอ ระหว่างรออาหารก็เพลิดเพลินกับบรรยากาศและอาหารตา (อุ้ย) เพราะที่กลางร้านเป็นที่ตั้งของครัวซึ่งออกแบบมาให้เป็นกระจกโปร่งใส มองเห็นเชฟอปป้านวดแป้งโดว์กันขยันขันแข็งเพลินจริงๆ ครับ

Potato Gold Pizza @ MR.PIZZAเสิร์ฟจานแรกด้วยเมนูขึ้นชื่อที่ขายดีที่สุดของร้าน ‘Potato Gold’ จากแนวคิดที่ว่าทำอย่างไรคนไทยจึงจะกินขอบพิซซ่า ไม่เหลือทิ้งเอาไว้ จนกลายมาเป็นพิซซ่าขอบ Gold Crust ในตำนานที่ผสมกันด้วยมันญี่ปุ่นหวานๆ และเชดด้าร์ชีส เข้ากั๊น เข้ากัน กับท๊อปปิ่งหน้าเบค่อน มันฝรั่ง และชีสเยิ้มๆ แหม่ อร่อย หน้าตาน่าทาน แถมยังใส่ใจลูกค้าแบบนี้ จะไม้ให้รักได้ไงครับเชฟ เอ้ย พิซซ่า

Crab Party @MR. PIZZAจานแรกว่าเด็ดแล้ว เจอจานที่สองเข้าไปถึงกับต้องร้องว้าว โดยเฉพาะสาวกปู เพราะเนื้อปูที่จัดหนักจัดเต็ม อัดแน่นมาในพิซซ่าหน้า ‘Crab Party’ นี่มันแน่นจริงๆ แถมยังอบมาบนพิซซ่าแป้งบางจนเรียกได้ว่ากัดตรงไหนก็เจอแต่ไส้ปูทะลักล้น ปิดท้ายด้วยพิซซ่าขวัญใจคนไทยอีกหน้าหนึ่ง ‘Hawaiian Delight’ นั่นเอง ซึ่งฮาวาเอี้ยนที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ จะใช้สับปะรดสดเท่านั้น สดขนาดไหน? ก็ถึงกับที่ว่าถ้าไม่สั่ง Hawaiian Delight ก็ไม่หั่นเลยล่ะ สดกรอบหวานฉ่ำอมเปรี้ยว ตัดกับแฮม และ มอสซาเรลล่าชีส แบบฉบับฮาวาเอี้ยนแท้ๆ ขนาดนี้ จานเดียวไม่พอแน่นอนครับ

Hawaiian Delight @MR. PIZZAสำหรับโปรโมชั่นก็มีกันทุกวันครับ ในวันธรรมดา จันทร์ ถึง ศุกร์ ตั้งแต่เวลา10.00 น. ถึง 17.00น. อิ่มคุ้มกับโปรโมชั่น ‘Weekly Lunch Set Special’ กับ 3 เซทสุดคุ้มClassic Set’ ราคาเต็ม 900 บาท เหลือเพียง 649 บาท ‘Smarty Set’ ราคาเต็ม 954 บาท เหลือเพียง 599 บาท และ ‘Premium Set’ จากราคาเต็ม 1,012 บาท เหลือเพียง 699 บาทเท่านั้น

สำหรับวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ก็ยังมีโปรโมชั่นยั่วน้ำลาย ไม่ทำร้ายกระเป๋า จัดไปกับ 3 เซตพิเศษ เริ่มที่ ‘Daehan Set’ สำหรับ 2 ท่าน จากราคาปกติ 646 บาท เหลือเพียง 500 บาท, ‘Minguk Set’ สำหรับ 3 ท่าน จากราคาปกติ 1,075 บาท เหลือเพียง 840 บาท และ ‘Manse Set’ สำหรับ 4 ท่าน จากปกติ 1,562 บาท เหลือเพียง 1,200 บาทเท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆได้ที่ FacebookMr.Pizza Thailand ได้เลยครับ


Shrimp Hausปิดท้ายกันด้วยมื้อหนักๆกับอาหารทะเลสดๆ จากร้าน Shrimp Haus ในสไตล์เปิบมือเปล่าๆ รสชาติอาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ความมันในการรับประทานนั้นการันตีได้แน่นอน

Shrimp Hausเกริ่นมาขนาดนี้แน่นอนว่าจานหลักที่ไม่สั่งไม่ได้สำหรับที่นี่ก็คือ ‘ทะเลรวม’ ที่มีทั้ง กุ้ง หอยเชลส์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก ปะการัง ทราย โขดหิน นางเงือก (เดี๋ยวๆ 4 อย่างหลังนั่นไม่มีนะครับ) เอาเป็นว่ามากันทั้งทะเลเลยที่กินได้ อัดแน่นเต็มโต๊ะ เทลงบนกระดาษไข แล้วราดด้วยซอส Cajun ของทางร้านอลังการมาก ซึงสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ถึงสี่ระดับ ทั้งเผ็ดมาก เผ็ดปานกลาง เผ็ดน้อย จนไม่เผ็ดเลย แต่ถ้าสั่งไม่เผ็ดเลยแล้วยังเผ็ดเกินไปอีก จะเปลี่ยนเป็นซอสกระเทียมผัดเนยหวานๆ หอมๆ ก็เลือกได้ตามชอบครับ

ทะเลรวม @Shrimp Hausนอกจากทะเลรวมที่แห่กันมาแบบอลังการงานสร้างแล้ว หากอยากจะลองรสชาติแบบไทยๆ ขอแนะนำ ‘สปาเกตตี้ขี้เมากุุ้ง’ ที่ผัดสปาเกตตี้ลงไปกับมันกุ้งและเครื่องเทศ กลิ่นหอมของเครืองขี้เมา และรสชาติเข้าเครื่อง แซ่บมากๆ ครับ จบมื้อนี้ด้วย กุ้งหิมะ ที่ใช้กุ้งน๊อคน้ำแข็ง เสิร์ฟกับน้ำแข็งเย็นๆ จิ้มทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดของร้าน กุ้งสดหวานๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดเค็มปนเปรี้ยว ทานแล้วเรียกน้ำลาย กินคู่กับอะไรๆ ก็อร่อยไปหมดเลยครับ

สปาเกตตี้ขี้เมากุุ้ง @Shrimp Haus

กุ้งหิมะ @Shrimp Hausเฮ้อ จบลงแล้วครับ กับ 3 ร้านเด็ดที่ต้องโดนจริงๆ อยากรู้ว่าเด็ดจริงไหม น่าโดนขนาดไหน พิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลยวันนี้ทั้ง 3 ร้าน ที่ The Street รัชดา ศูนย์การค้าแนวใหม่ เปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ The Street Ratchada และทาง Facebook กันได้เลยครับ ส่วนตอนนี้ทีมกระต่ายต้องขอตัวไปหาอะไรยาไส้ก่อนแล้วนะครับ เขียนไป หิวไป แล้วเจอกันในบทความแนะนำร้านอื่นๆได้ในโอกาสหน้าครับผม

ขอบคุณเรื่องและภาพจาก : wongnai


avatar
by ณพ วณช
จริงๆแล้วเป็นคนบ้าครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon