3 แบบการนวดบำบัดเพื่อสุขภาพดี แถมผ่อนคลายอีกต่างหาก

posted: 1 year ago
3 แบบการนวดบำบัดเพื่อสุขภาพดี แถมผ่อนคลายอีกต่างหาก

comments

ปัจจุบันการนวดมีหลากหลายรูปแบบ เพราะสามารถช่วยเรื่องสุขภาพแบบครบครัน แถมยังให้ความผ่อนคลาย สบายเนื้อสบายตัวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทย นวดแผนปัจจุบัน หรือนวดแบบญี่ปุ่น แต่เคยสงสัยมั้ยว่า การนวดเหล่านี้มีความแตกต่างและมีข้อดีอย่างไร  วันนี้ Rabbit Daily มีคำตอบคะ



1. การนวดแผนไทย

ในสมัยโบราณการนวดแผนไทย เพื่อรักษาความเจ็บปวด รักษาโรค และดูแลสุขภาพร่างกาย ตามวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนไทยสมัยก่อน จนมากระทั่งถึงปัจจุบันก็ยังเป็นที่ยอมรับจากผู้คนรวมถึงชาวต่างชาติด้วย ซึ่งการนวดแผนไทย มีลักษณะ 2 แบบ คือ

นวดแบบราชสำนัก คือ หมอนวดจะใช้เฉพาะมือ นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่นๆ ในการนวดเท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึงในขณะกด หรือนวด ไม่ใช้การดัด หรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยกำลังแรง และกริยาการนวดจะดูเรียบร้อยกว่าการนวดแบบเชลยศักดิ์

นวดแบบเชลยศักดิ์ คือ หมอนวดจะใช้ฝ่ามือ นิ้วมือ ศอก หรือเข่า ในการนวด และจะใกล้ชิดกับผู้ถูกนวดมากกว่า มีการยืด ดัด

โดยวิธีการนวดทั้ง 2 แบบเพื่อยืด ดัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ให้ยืดคลาย รวมถึงการนวดจับเส้น ซึ่งจะใช้น้ำหนักกดลงตลอดลำเส้นไปตามอวัยวะต่างๆ การนวดชนิดนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้นวด และนวดแบบกดจุด ลักษณะ การนวดคือ การใช้น้ำหนักกดลงไปบนจุดของร่างกาย ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าร่างกายมีแนวสะท้อนอยู่บนส่วนต่างๆ และเราสามารถกระตุ้นการทำงานของอวัยวะนั้นโดยการกระตุ้นจุดสะท้อนที่อยู่บนส่วนต่างๆ บนร่างกาย


2. การนวดแผนปัจจุบัน

ไม่ได้มีความแตกต่างจากการนวดแผนโบราณ เพราะเป็นการนวดกดจุดเหมือนกัน เพื่อลดอาการปวด โดยใช้นิ้วโป้ง หรือนิ้วชี้ กดลงบนร่างกายตามจุดต่างๆ เพื่อให้พังผืดที่มีการเกาะรั้งในตำแหน่งของมัดกล้ามเนื้อข้างๆ ให้มีการคลายตัว การกดค้างไว้สักครู่แล้วปล่อยนิ้ว จะทำให้จุดที่กดขาดเลือดชั่วคราว แต่เมื่อปล่อยนิ้วเลือดจะวิ่งกลับมามากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณที่กด เมื่อกล้ามเนื้อมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ก็จะช่วยลดอาการปวดจากการขาดเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ซึ่งการกดจุดโดยทั่วไปจะเป็นการกดที่จุดปวดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นพังผืด เช่น ที่คอ หลัง สะโพก


3. การนวดแบบญี่ปุ่น (Shiatsu Massage)

ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าในร่างกายเรามีช่องพลังงานอยู่ 12 ช่องทาง เพื่อทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล หากเราเครียดหรือเจ็บไข้ได้ป่วย เมื่อยล้ากล้ามเนื้อ แบกของหนัก ภาวะอารมณ์ไม่ปกติ ช่องพลังงานต่างๆ อาจตึงเครียด ทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก ดังนั้นการนวดกดจุดถือว่าเป็นการบำบัด หรือ Shiatsu (ชิอะทสึ) ที่นวดกดด้วยนิ้วมือและฝ่ามือ เป็นการนวดโดยการกดไล่นิ้วมือลงไปนวดคลึง กระตุ้นคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มสร้างความสมดุลให้ร่างกาย แต่ไม่ได้เป็นการนวดเพื่อรักษา

การนวดแบบ Shiatsu ทุกครั้งที่เริ่มกดจุดจะเริ่มจากด้านหลังข้างซ้ายก่อนเสมอ เพื่อเป็นการวอร์มผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คล้ายการนวดแผนไทยโดยจะกดไล่เส้น แต่ญี่ปุ่นไม่เน้นนวดจุดเยอะเหมือนการนวดแผนไทย บางจุดทวนเข็มนาฬิกา บางจุดนวดตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากแผ่นหลังด้านซ้ายตรงจุดศูนย์กลาง ด้านหลัง ก้นกบ บั้นเอว ทำให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย แต่ละจุดจะนวดประมาณ 20 ครั้ง หรือยิ่งนานเท่าไหร่ก็จะช่วยผ่อนคลายได้มากขึ้น จากทางซ้ายวนไปขวา เหมือนเป็นการขับเลือดดีเข้าไปสู่หัวใจ ตามระบบของการไหลเวียนเลือด


การนวดไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ให้หายขาดได้ อีกทั้งเวลานวดกดจุดต้องเลือกผู้ที่มีความชำนาญเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายเราได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องหมั่นดูแลร่างกายสุขภาพของเราให้ดีด้วยการตรวจเช็คสุขภาพอยู่เป็นประจำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แค่นี้ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon