3 Checklist ว่าเราพร้อมจะมีบ้านแล้วหรือยัง?

posted: 1 year ago
3 Checklist ว่าเราพร้อมจะมีบ้านแล้วหรือยัง?

comments

ถ้าพูดถึงสินทรัพย์ที่ทำให้เราเป็น “หนี้” ได้เยอะและยาวนานที่สุด ต้องยอมรับเลยว่าสินทรัพย์นั้นก็คือ “บ้าน” นั่นเอง อาจจะเพราะบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่เป็นสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้วก็ว่าได้ ทำให้แทบจะทุกคนมีความต้องการที่อยากจะเป็นเข้าของบ้านกันสักหลังทั้งนั้น

แต่อย่างที่รู้กันว่าบ้านหนึ่งหลังราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ที่จะเก็บเงินแค่ 1-2 ปีแล้วซื้อได้ ดังนั้นคำแนะนำให้เบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อบ้านสักหลังก็คือให้ “วางแผน” ให้ดีก่อนเสมอ ทีนี้เรามาดูกันว่าก่อนจะมีบ้านสักหลังเราต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้างล่ะ?

Toy house and calculator on the table

1. ต้องเข้าใจเรื่อง “หนี้บ้าน” ก่อน

หนี้บ้านเป็น “หนี้” ที่มีภาระยาวนานที่สุดตัวนึงเลยก็ว่าได้ เพราะมีระยะที่เราต้องผ่อนชำระ 20-30 ปี นั่นความหมายว่าเราต้องผ่อนชำระบ้านหลังนี้ระยะยาวนั้นเอง “รายจ่ายคงที่ (Fixed Cost)” ต้องเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือนนับตั้งแต่ที่เราซื้อบ้านเป็นต้นไป ดังนั้นเราอาจจะจับจ่ายใช้สอยเงินได้ไม่ถนัดมือตามเดิมและที่สำคัญต้องรู้ตัวเองว่ารายได้เราต้องมั่นคงเพียงพอหรือเราต้องมีเงินสดสำรองพอที่จะผ่อนชำระในช่วงที่เราหยุดชะงักลงด้วย


2. จำเป็นต้องซื้อเลยมั้ย?

อย่าลืมว่าการซื้อบ้านสักหลังต้องมั่นใจในระดับนึงว่า เราจะลงหลักปักฐานและใช้ชีวิต ณ บ้านหลังนี้ได้เป็นเวลานาน เพราะถ้าเราจัดสินใจซื้อแล้ว อยู่ๆ เกิดอยากย้ายบ้านขึ้นมาจะทำได้ยากลำบากมากๆ เพราะ “อสังหาริมทรัพย์” ก็เป็นที่รู้ดีว่า “สภาพคล่อง” ในการซื้อขายต่ำมาก ถ้าเกิดเรายังมีโอกาสย้ายงานไปทำที่อื่นที่หลากหลายหรือมีการต้องไปทำงานต่างจังหวัดแล้วล่ะก็ บางทีการ “เช่า” อยู่ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเพราะค่าใช้จ่ายเรื่องเช่ากับค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยในช่วงปีแรกแทบไม่แตกต่างกันเท่าไหร่เลย เป็นรายจ่ายทิ้งเช่นเดียวกัน (สามารถดูตัวอย่างการคำนวณได้ที่ซื้ออยู่ดีกว่าเช่าคอนโด…ชัวร์หรือมั่วนิ่ม พิสูจน์ที่นี่)
Buy or rent real estate property concept

3. บ้านที่เราหมายปองต้องใช้ “งบประมาณ” เท่าไหร่

หลังจากที่เรารู้แล้วว่า “หนี้บ้าน” มีลักษณะเป็นอย่างไร แล้วเรามีความพร้อมและความจำเป็นที่ต้องซื้อบ้านจริงๆ เราก็มีดูกันว่าบ้านที่เราต้องการนั้น “ราคา” เท่าไหร่ เพราะราคายิ่งสูงก็จะยิ่งผ่อนชำระในแต่ละเดือนสูงขึ้น โดยตัวเลขที่ใช้คำนวณได้อย่างคร่าวๆ ก็คือ ถ้าเรากู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้าน 1,000,000 บาท เราจะต้องผ่อนชำระธนาคาร 7,000 บาทไปตลอด 30 ปี ส่วนตัวแล้วจะแนะนำเสมอว่ารายจ่ายเรื่องการผ่อนชำระบ้านในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ครอบครัว (อาจจะเอารายได้ของเราและสามี/ภรรยา มารวมคำนวณได้) ให้เต็มที่ไม่เกิน 25% เพราะถ้ามากกว่านี้โอกาสที่จะมีปัญหาด้านการเงินในอนาคตจะมีสูงมาก
ดังนั้นถ้าพอเราคำนวณดูแล้วรายจ่ายทีผ่อนชำระให้กับธนาคารเกิน 25% ขึ้นมาจริงๆ เราควรที่จะ “วางดาวน์” ในมากขึ้นเพื่อที่จะลดภาระเรื่องการผ่อนชำระ สิ่งที่เราสามารถเตรียมได้ก็คือเราควรที่จะเก็บเงินวางดาวน์ให้ได้ตามจำนวน เราลองมาดูตัวอย่างการคำนวณกัน


สมมติว่ารายได้ครอบครัวเราเท่ากับ 50,000 บาท 25% ของ 50,000 บาทเท่ากับ 12,500 บาทนั่นแปลว่าเราจะกู้ธนาคารได้ทั้งหมดประมาณ 1,780,000 บาท แล้วถ้าบ้านที่เราสนใจราคา 2,500,000 บาท ดังนั้นเราควรเก็บเงินดาวน์ให้ได้อย่างน้อย 700,000 – 800,000 บาทเพื่อให้ยอดเงินที่เราต้องไปกู้ธนาคารเหลือ 1,700,000-1,800,000 บาท เราก็จะผ่อนชำระให้แต่ละเดือนไม่เกิน 25% ของรายได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่จำเป็นต้องผ่อนชำระกันเต็ม 25% ยิ่งผ่อนชำระต่ำยิ่งดี ยิ่งเราวางดาวน์เท่าไหร่ยิ่งดี เพราะดอกเบี้ยของธนาคารตอนนี้ถ้าเราไปกู้ (ไม่นับช่วงโปรโมชั่น) ก็จะอยู่แถวๆ 6-8% แล้วแต่ธนาคาร ซึ่งเป็นดอกเบี้ยจ่ายที่จ่ายชัวร์ๆ แล้วถ้าเปรียบเทียบเงินที่เราฝากธนาคารไว้เฉยๆได้ดอกเบี้ย 0.5-1% เท่านั้น ก็จะทำให้ความมั่งคั่งเราลดลงเรื่อยนั่นเอง


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon