4 วิธี ดูแลผิวหน้าสวยใสแบบไร้ “สิว”

posted: 1 year ago
4 วิธี ดูแลผิวหน้าสวยใสแบบไร้ “สิว”

comments

“สิว” แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่ของใบหน้าที่หนุ่มๆ สาวๆ ไม่อยากให้ปรากฎบนใบหน้าอย่าแน่นอน และ “สิว” เกิดจากสาเหตุอะไรกัน วันนี้ Rabbit Daily จะพาไปไขข้อข้องใจกันให้หายสงสัยกัน



สิว คืออะไร


สิว คือการอุดตันของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งตามปกติแล้ว ไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันจะออกมาตามรูขุมขน หากมีการอุดตันของทางเดินก็จะทำให้เกิดสิวอุดตัน ซึ่งจะพบเป็นลักษณะตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นไตสีขาวๆ อยู่ข้างใน หากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย ก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบได้ และหากสิวอักเสบมากขึ้นแล้ว ก็จะกลายเป็นตุ่มหนอง เป็นสิวหัวช้าง และเป็นซีสต์ได้


ชนิดของสิว


สิวมีหลายชนิด แต่สามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 ชนิดตามลักษณะที่พบ ได้แก่ สิวอักเสบ และสิวที่ไม่อักเสบ
1. สิวที่มีการอักเสบ เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดง (สิวอักเสบ), สิวที่มีหนอง (สิวตุ่มหนอง), สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และสิวที่มีการทำลายของผิวข้างในจนเป็นโพรงคล้ายซีสต์
2. สิวที่ไม่มีการอักเสบ เช่น สิวอุดตันหัวขาว (สิวอุดตันหัวปิด), สิวอุดตันหัวดำ (สิวอุดตันหัวเปิด)


การเกิดสิว


สิว มักเกิดบริเวณใบหน้า หน้าอก หลังช่วงบน ไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานมาก ต่อมไขมันเป็นต่อมที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีหน้าที่สร้างน้ำมันและไขมัน น้ำมันและไขมันที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะถูกขับออกทางท่อน้ำมันซึ่งมีรูเปิดเดียว กับรูขุมขน เมื่อมีการกระตุ้นต่อมไขมัน น้ำมันและไขมันจะถูกสร้างมากขึ้น หากระบายออกจากท่อไขมันไม่ทัน จะเกิดการสะสมและค้างในรูขุมขน น้ำมันและไขมันก็จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณดังกล่าวสร้างสารเคราตินมากขึ้น สารเคราตินก็จะจับตัวแน่นกับน้ำมันและไขมัน เกิดเป็นสิวอุดตัน หรือที่เรียกว่า โคมิโดน ต่อมาการอุดตันนั้นทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในรูขุมขน แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว หรือโพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเน่ จะเจริญเติบโตได้ดี และทำให้เกิดการย่อยสลายไขมันและเป็นจุดเริ่มต้นของสิวอักเสบ


สาเหตุของการเกิดสิว

ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดสิวอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกายจะมีผลต่อการเกิดสิว และยังมีปัจจัยอื่นที่อาจมีผลต่อการเกิดสิว เช่น กรรมพันธุ์ อารมณ์ อาหาร อากาศ ยา โดยรวมแล้วสามารถแบ่งปัจจัยหลักได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่


1. ปัจจัยภายในร่างกาย คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ระดับฮอร์โมน การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน กรรมพันธุ์ โรคเรื้อรัง และผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด
2. ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา ครีม และเครื่องสำอางบางชนิด สภาพแวดล้อม แสงแดดและอุณหภูมิ และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ สำหรับฮอร์โมนแล้ว ร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นต่อมไขมันได้ โดยส่วนมากแล้วฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี จึงมักพบสิวได้มากในวัยนี้และอาจอยู่ได้นานหลายปี ส่วนอาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่มีผลจากงานวิจัยเบื้องต้นว่าอาหารที่หวาน และอาหารจำพวกแป้ง จะทำให้เกิดสิวได้ง่าย นอกจากนี้ปัจจัยด้านอากาศ ก็จะมีผลบ้าง ขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนเป็นสิวมากในฤดูหนาว บางคนเป็นสิวมากในหน้าร้อน


นอกจากนี้ การใช้เครื่องสำอาง เช่น แป้ง ครีมบางชนิด เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว เนื่องจากส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิดจะอุดตันรูขุมขนได้ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สามารถพบสิวได้ในคนที่เลยช่วงวัยรุ่นไปแล้ว การระคายผิวบนใบหน้า เช่น การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว รวมทั้งการใช้ยาบางชนิดก็ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้นได้ เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์


หลักการดูแลรักษาสิว

การรักษาสิวมีหลักการง่ายๆ 4 ข้อ ดังนี้
1. หยุดสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวรวมทั้งหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้สิวเป็นมากขึ้น เช่น หากเป็นสิวจากเครื่องสำอาง ควรงดใช้เครื่องสำอางที่ไม่จำเป็น ควรงดบีบสิวเนื่องจากจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้นและเป็นรอยดำและแผลเป็นมากขึ้นได้
2. การใช้ยา การเลือกยาสิวไม่ว่าจะเป็นยาทาหรือยารับประทาน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของสิว ซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามาใช้เองเนื่องจากจะทำให้ดื้อยาได้

Teenage girl squeeze acne


3. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมการรักษา เช่นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของซาลิซัยลิค แอซิด (Salicylic acid) และไฮดรอกซีแอซิด (Hydroxyacid) จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดสิว หรือที่มีเขียนข้างฉลากว่า “ไม่ทำให้เกิดสิว หรือ นอนโคมิโดเจนิก (Non-comedogenic)”
4. ต้องใจเย็นและเข้าใจในตัวโรคสิว การรักษาสิวส่วนมากใช้เวลาหลายสัปดาห์ สิวบางชนิดเมื่อหายแล้วอาจกลับเป็นซ้ำได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุของสิว



การรักษาสิว

สามารถแบ่งการรักษาสิวเป็น 2 ชนิด ได้แก่การรักษาหลักและการรักษาเสริม
1. การรักษาหลักได้แก่การใช้ยา ซึ่งมีทั้งชนิดทาและชนิดรับประทาน ส่วนมากต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีและลดโอกาสการดื้อยา สำหรับยาชนิดทาที่นิยมใช้ เช่น ยาทาที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ยาปฏิชีวนะ (เช่น คลินดามัยซิน อีรีโทรมัยซิน) ยาทาที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ (เช่น เตตริโนอิน ไอโซเตตริโนอิน อะดาพาลีน) และยาทาที่มีส่วนผสมของกรดอะเซเลอิค สำหรับยารับประทานที่นิยมใช้คือยากลุ่มปฏิชีวนะ ยากลุ่มฮอร์โมน และยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ การรับประทานยาสิวไม่ว่าจะเป็นยาตัวใดก็ตาม ควรรับประทานติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หากหยุดยาเร็ว สิวจะกลับมาเป็นใหม่ได้ง่าย


2. การรักษาเสริม
• การกดสิว เป็นการทำให้หัวสิวอุดตันที่มีอยู่ออกเร็วขึ้น เพราะหากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ การกดสิวควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่สะอาดปลอดเชื้อ หากสิวกดออกไม่หมด อาจจะทำให้เกิดการอักเสบภายหลังได้
• การฉีดยาสิว เป็นการฉีดยาเข้าที่เม็ดสิวเพื่อลดการอักเสบในกรณีที่สิวมีการอักเสบมาก มีข้อดีคือหยุดการอักเสบได้เร็ว แต่อาจมีผลข้างเคียงได้คือผิวยุบลงในกรณีที่ฉีดมากเกินไป ซึ่งผิวยุบลงมักจะค่อยๆ ดีขึ้นได้เอง
• การใช้เลเซอร์ มีการใช้เลเซอร์เสริมเพื่อลดสิวอุดตันและสิวอักเสบบางประเภท ทำให้เห็นผลการรักษาที่เร็วขึ้น


การดูแลรักษาสิวในเบื้องต้นอย่างที่คุณหมอกล่าวไว้คือ ต้องดูแลผิวหน้าอย่างใจเย็น ไม่แกะ แคะ บีบ หรือกดสิวโดยไม่จำเป็น ถ้าดูแลตัวเองอย่างดีแล้วแต่ก็ยังเกิดสิวขึ้นมา ก็ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างถูกวิธี


ขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์นายแพทย์วาสนภ วชิรมน แผนกผิวหนังและเลเซอร์
                              ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
                              มหาวิทยาลัยมหิดล


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon