รัฐบาลอัดฉีดเต็มกำลัง ทุ่ม 6.5 แสนล้านบาท หนุน 4 โครงการ EEC

posted: 1 week ago
รัฐบาลอัดฉีดเต็มกำลัง ทุ่ม 6.5 แสนล้านบาท หนุน 4 โครงการ EEC

comments
  • ภายหลังจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ ที่จังหวัดเชียงราย มีมติอุมัติ โครงการที่เกี่ยวเนื่องกับ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จำนวน 4 โครงการ  วงเงินมูลค่าลงทุนกว่า 6.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้จะมีการเจรจานอกรอบระหว่างการประชุม G 20 วันที่ 30 พ.ย. – 1 ธ.ค. 2561 นี้ด้วย
  • ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา, ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุต

ครม.ไฟเขียว 4 โครงการใน EEC

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ประชุม ครม.อนุมัติวงเงินการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ได้เห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายของโครงการซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา

นอกจากนี้ยังต้องการผลักดันให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยร่วมลงทุนกับเอกชนและกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้มีมติเห็นชอบ

EEC

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ด้านขอบเขตงานที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ให้กองทัพเรือดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ให้เร่งดำเนินการจัดทำรายงาน ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้กองทัพเรือประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดการบูรณาการและทำให้การดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกและโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

EEC

ขณะที่การดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับระบบการขนส่งทางรางเพื่อรองรับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เช่น การจัดหาหัวรถจักร จัดเตรียมบุคลากรให้เพียงพอ เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการขนส่งตู้สินค้าผ่านทางรถไฟที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้การขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดให้ครอบคลุมพื้นที่ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ให้การนิคมอุตสาหกรรมจัดทำรายละเอียดการดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ก่อนที่จะดำเนินโครงการท่าเรือมาบตาพุดฯ ต่อไป

EEC

เงินลงทุนโครงการอีอีซี  ทั้ง 4 แบ่งออกเป็น

1.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าลงทุนรวม 290,000 ล้านบาท (ภาครัฐ 17,768 ล้านบาท ภาคเอกชน 272,232 ล้านบาท)

2.โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา มูลค่ารวม 10,588 ล้านบาท (ภาครัฐ 6,333 ล้านบาท ภาคเอกชน 4,255 ล้านบาท)

3.โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 มูลค่าลงทุน 114,047 ล้านบาท และ

4.โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุต ระยะที่ 3 มูลค่าลงทุน 55,4000 ล้านบาท

EEC

สำหรับนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (อีอีซี) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้ดึงดูดการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อใช้ขับเคลื่อนประเทศ นโยบายดังกล่าวเป็นการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของภาครัฐและกรอบในการพัฒนาพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

สาเหตุที่เริ่มจาก 3 จังหวัดข้างต้น ก็เพราะเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญของประเทศ อีกยังเป็นการดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งแบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนและมีการดำเนินการแล้วในปัจจุบันหรือกลุ่มอุตสาหกรรม First S-curve และ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือกลุ่มอุตสาหกรรม New S-curve ซึ่งจะสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อพัฒนาประเทศในอนาคต

เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะได้รับการสนับจากภาครัฐอย่างเต็มที่ อีกทั้งความร่วมมือจากภาคเอกชน และภาคประชาชน เรามาจับตาดูก้าวสำคัญก้าวใหม่ของประเทศไทยด้วยกันดีกว่าค่ะ

ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น , pptvhd36 , ธนาคารไทยพาณิชย์


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon