4 เหตุผลที่เงินไม่พอใช้ตอนเกษียณ

posted: 1 year ago
1,102 views
4 เหตุผลที่เงินไม่พอใช้ตอนเกษียณ

comments

สมัยที่ร่างกายแข็งแรง มีพละกำลังเหลือเฟือ ก็เร่งทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเงินให้ได้มากๆ หรือใช้วิธีหารายได้เสริม ระหว่างที่ทำงานประจำไปด้วย เพราะหวังเอาไว้ว่าแก้ตัวไปจะได้มีเงินใช้โดยไม่ต้องเดือนร้อน

 

พอโตขึ้นมาหน่อยก็มีสังคมเพื่อน หรือเริ่มสร้างครอบครัว อยากมีอสังหาริมทรัพย์ หรือกู้เงินมาทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงิน เงินที่ตั้งใจเก็บไว้ก็ถูกหยิบออกมาใช้ เพราะหวังให้ความฝันนั้นผ่านไปด้วยดี แต่ลืมคิดไปว่าไม่ได้ใช้ตัวช่วยการออมเงินในรูปแบบอื่นเลย

 

วัยเกษียณกับรายได้เสริม

 

พอวันที่ร่างกายแก่เฒ่ามาถึง สมรรถภาพทางร่างกายถูกลดทอนพลังลงอย่างรวดเร็ว ครั้นจะหาเงินมาใช้มากๆ เหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว จะหามรุ่งหามค่ำหารายได้เสริมร่างกายก็พาลจะแย่กันไปหมด เมื่อร่างกายไม่ไหวแต่เงินยังอยากได้อยู่

อาชีพหลังเกษียณ อย่างธุรกิจส่วนตัวจึงเป็นสิ่งเดียวที่วัยเกษียณจะพอทำได้ ถ้าโชคดีกับการธุรกิจส่วนตัวก็ถือว่าดีไป แต่มีวัยเกษียณหลายคนที่ต้องขาดทุนกับธุรกิจส่วนตัวที่หวังหารายได้เสริมให้ตัวเองตอนแก่ หรือเก็บเงินให้มากๆ ไว้เป็นมรดกต่อลูกหลาน 

เหตุผลก็เพราะหลายสิบปีที่ผ่านหมกตัวทำแต่งานที่ได้รับมอบหมาย ชินกับการทำหน้าที่นั้น แต่พอมาจับธุรกิจส่วนตัวมันก็กลายเป็นอีกทักษะหนึ่ง เพราะว่ามีหลายอย่างที่ต้องบริหารจัดการด้วยตัวเอง เก๋าเกมในงานประจำแต่ไม่ช่ำชองในเรื่องธุรกิจ

อยากเกษียณแต่เงินไม่พอเพราะอะไร?

 

หลายคนเริ่มไหวตัวทัน และคิดเอาไว้ว่า ถ้าเกิดแก่ตัวไปแล้วเงินใช้ไม่พอ ตอนนั้นจะต้องทำอะไร คงจะเครียดจนปวดหัว เพราะไม่รู้ว่าหลังเกษียณจะทำอะไรดี หาเงินจากไหนมาเอาไว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิต ซึ่งเหตุผลที่ไม่มีเงินพอนั่นก็เพราะ

  • เริ่มเก็บเงินเพื่อการเกษียณช้าไป

วัยทำงานบางคนเริ่มเก็บเงินตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นคือข้อดี แต่ข้อเสียคือ เมื่อมีเงินเยอะก็ใช้อย่างฟุ่มเฟือย และคิดว่าไม่เป็นไรยังมีเวลาอีกมาก รู้ตัวอีกทีก็เก็บเงินช้าไปซะแล้ว ลองคิดดูว่าอายุ 40 ต้นๆ เหลือเวลาเก็บเงินหรือลงทุนอีกเพียง 20 ปีก่อนถึงเวลาเกษียณ

สมมติไปอีกว่าอายุขัยคนเรามากสุดที่ 80 ปี เท่ากับว่าภายใน 20 ปีต้องเร่งหาเงินให้เหลือเฟือถึงอายุ 80 ปี เมื่อต้องเร่งลงทุนหรือเร่งออมเงิน การใช้จ่ายในปัจจุบันที่อายุ 40 ต้นๆ ก็เป็นปัญหาแน่ๆ เพราะอาจหมุนเวียนไม่คล่อง

  • คิดไปเองว่าตอนเกษียณใช้เงินไม่เท่าไหร่หรอก

นอกจากรายได้เสริมอย่างธุรกิจส่วนตัวแล้ว อาชีพหลังเกษียณคงจะไม่มีอะไรมาก เพราะเมื่อลุยทำงานไปในช่วงวัยรุ่น ทำอาชีพที่ตัวเองสนใจ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยชราก็อยากจะใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่างดูนก ตกปลา เลี้ยงหลาน เรียกได้ว่าเป็นความสุขบั้นปลายชีวิต

เพราะค่าใช้จ่ายของความชอบส่วนตัวนี่แหละ ทำให้หลายคนนั้น คำนวณเงินค่าใช้จ่ายตอนเกษียณผิดเพี้ยนไป คิดแต่ค่าอยู่ค่ากินไม่คิดถึงค่าเที่ยว หรือกิจกรรมต่างๆ ที่อยากจะทำ อาจจะโชคร้ายเพิ่มขึ้นไปอีก หากเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ขึ้นมาแล้วดันต้องควักเงินเอง เพราะไม่มีประกันสักชิ้นไว้คอยกระจายความเสี่ยง และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่เงินไม่พอ

  • ออมเงินน้อยเกินไป

ออมเงินน้อยเกินไปเรียกได้ว่าเป็นผลมาจากข้อข้างบน เพราะคิดถึงค่ากินค่าอยู่แต่ไม่คิดถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ แถมเข้าโรงพยาบาลทีไรก็ต้องจ่ายเองทุกที จึงไม่แปลกใจในช่วงที่คึกออมเงินนั้นใส่ใจน้อยเกินไป ส่งผลให้ไม่มีมรดกทิ้งไว้ให้ลูกหลาน หรือลำพังตัวเองอาจจะเดือดร้อนไปเลย จำนวนเงินที่เหมาะสมแก่การออมควรอยู่ที่ 15% ต่อรายได้ปัจจุบันจะดีที่สุด

  • การลงทุนคือความเสี่ยง

อาจเป็นเพราะว่าการลงทุนอะไรก็แล้วแต่คือความเสี่ยงทั้งหมด เลยเลือกเก็บออมด้วยตัวเองมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นหุ้นก็กลัวเงินเฟ้อ ทำธุรกิจก็กลัวขาดทุน (แต่ก็คิดทำตอนแก่เนี่ยนะ?) หรือใจกล้าบ้าบิ่นลุยให้ตายกันไปข้าง 


อีกหนึ่งวิธีที่ทำให้วัยเกษียณมีเงินเหลือเฟือ

 

การซื้อประกันนี่ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง เพราะต้องนำเงินไปจ่ายให้กับบริษัทประกัน แต่ถ้ามองข้อดี ก็เป็นการลงทุนที่ได้รับการคุ้มครองความเสี่ยงด้วย หลายคนมองว่า หรือมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันบำนาญว่า

  1. เป็นภาระทางการเงินระยะยาว ต้องคอยจ่ายเบี้ยประกันเรื่อยๆ
  2. ฉุกเฉินขึ้นมาก็เอาเงินมาใช้ไม่ได้เพราะผิดกับระบบที่ถูกวางไว้
  3. โดนผูกมัดเรื่องเงิน ต้องจ่ายให้ตรงเวลา

 

โอเค มันอาจจะดูผูกมัดไปบ้าง แต่หากคิดคำนวนเงินที่จ่ายค่าเบี้ยประกันไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา แต่สิ่งที่ได้มาคือความคุ้มครองชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะเสี่ยงอันตรายแค่ไหน แถมยังมีเงินก้อนไว้ใช้ตอนเกษียณ หรือเป็นมรดกตกทอด แล้วที่สำคัญระหว่างนั้นก็นำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

เอาเข้าจริงแล้ว ถ้าวัยเกษียณสามารถ คำนวนเงินที่ต้องใช้จ่ายตอนแก่ตัว ไปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดก็คงจะดีไม่น้อย เพราะว่าในระหว่างที่ออมเงิน เร่งหารายได้เสริม จะได้แบ่งเงินเป็นส่วนๆ ออกไปให้พอดีกับวันข้างหน้า เพราะอาชีพหลังเกษียณมีให้เลือกไม่มา การเลือกซื้อประกันอาจเป็น การลงทุนที่มีความเสี่ยง (ในความคิด) แต่ถ้ามองถึงผลตอบรับที่จะได้มากก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสียงอยู่ไม่น้อย 😀


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon