เปิดกรุ 4 ลายแทง เก็บ ออมเงิน ไว้ใช้ยามแก่ชรา

posted: 4 months ago
เปิดกรุ 4 ลายแทง เก็บ ออมเงิน ไว้ใช้ยามแก่ชรา

comments

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยากจะเริ่มวางแผนออมเงิน ไว้ใช้ยามแก่เฒ่า จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน ถ้าเราจะต้องเกษียณในอีก 20 – 30 ปีข้างหน้านี้ ควรเก็บออมอย่างไรให้มีเงินไว้ใช้ได้อย่างมั่งคั่ง rabbit finance มีข้อมูลดีๆ มาฝากกันค่ะ 

ออมเงิน

วิธีง่ายๆ ออมเงิน ไว้ใช้ยามแก่ได้อย่างมั่งคั่ง

1.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund เป็นอีกรูปแบบของการออมที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่จะทำให้เรามีเงินก้อนไว้ใช้ยามเกษียณอายุ ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าที่สุด เพราะบริษัทหรือนายจ้างจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นสวัสดิการให้ลูกจ้างได้มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ ถือเป็นการส่งเสริมการออมระยะยาว เพื่อเป็นประโยชน์ในยามชราภาพของลูกจ้างนั่นเอง

แต่ละบริษัทจะมีนโยบายที่แตกต่างกันออกไป อาจจะให้ออมร้อยละ 3-5 ของเงินเดือนในแต่ละเดือน และเมื่อถึงกำหนดตามนโยบายนายจ้างจะสมทบเข้าไปให้อีก เสมือนได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้เป็นสวัสดิการเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อออกจากงานหรือเกษียณอายุ นอกจากนี้กองทุนดังกล่าวยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ออมเงิน

2.กองทุนรวม หรือ Mutual Fund เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่เป็นสมัครเล่นอย่างหนุ่มสาวออฟฟิตที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และไม่พร้อมจะรับความเสี่ยงมากนัก แต่อยากได้ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากประจำ เพื่อเก็บออมไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ

กองทุนรวมมีหลากหลายความเสี่ยงตั้งแต่เสี่ยงน้อยไปจนถึงเสี่ยงมาก ซึ่งถ้าเป็นมือสมัครเล่นควรเริ่มที่กองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ก่อน เพราะจะคล้ายๆ กับการฝากประจำ เมื่อมีความชำนาญเชี่ยวชาญมากพอแล้วค่อยปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นกองทุนต่างประเทศ กองทุนผสม กองทุนหุ้น หรือกองทุนสินค้าทางเลือก เป็นต้น

ออมเงิน

3.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutaul Fund (RMF) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ส่งเสริมการออมเงินในระยะยาว เพื่อไว้ใช้หลังเกษียณอายุเช่นกัน ซึ่งนโยบายการลงทุนคือ ผู้ที่ซื้อกองทุนนี้จะต้องถือไว้จนกระทั่งอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีครบถ้วน หมายความว่า ต้องถือกองทุน RMF จนครบกำหนดอายุ 55 ปี ถึงจะไม่โดนหักภาษี แต่ถ้าถอนเงินออกมาก่อนกำหนดจะมีการคิดภาษี เพราะถือว่าเป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมนั่นเอง

ในแต่ละปีเราสามารถซื้อกองทุน RMF ขั้นต่ำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี แต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

ออมเงิน

4.ประกันบำนาญ หรือ Pension insurance เป็นรูปแบบการออมเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มหาช่องทางการออมเพื่อวางแผนสร้างความมั่นคั่งทางการเงินในอนาคต อยากได้รับผลตอบแทนที่ดี และไม่ชอบลงทุนอะไรที่มีความเสี่ยง ซึ่งกองทุนนี้เป็นรูปแบบการออมในระยะยาว และสามารถนำสิทธิไปลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยประกันที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน

ทั้งนี้ประกันบำนาญ มีรูปแบบการจ่ายเบี้ยประกันแบบครั้งเดียวกับแบบกำหนดระยะเวลา เช่น 5 – 10 ปี เป็นต้น หลังจากนั้นจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดอายุ 55 ปี เมื่อครบกำหนดกรมธรรม์ ก็จะรับเป็นเงินก้อนใหญ่ หรือจะเลือกรับแบบคืนในระหว่างกรมธรรม์ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความจำเป็นของแต่ละคน

ออมเงิน

ประกันบำนาญที่ให้คุณออมเงินมากกว่าที่ไหนๆ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเตรียมความพร้อมยามแก่เฒ่าไปอย่างสดใส rabbit finance ขอแนะนำประกันบำนาญ ที่จะทำให้หลังเกษียณอายุของคุณก็ยังได้รับเงินบำนาญทุกปี สามารถเลือกให้ตรงตามความต้องการได้ ดังนี้

1.โครงการเมืองไทย Smile Retirement ของเมืองไทยประกันชีวิต จ่ายเบี้ยเริ่มต้นแค่ 300.80 บาทต่อเดือน ให้ความคุ้มครองชีวิตถึงก่อนครบอายุ 60 ปี และคุ้มครองชีวิตก่อนเกษียณสูงสุดถึง 250,000 บาท แถมยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ หลังเกษียณยังรับเงินบำนาญสูงสุดถึงร้อยละ 20 ต่อปี จนถึงอายุ 85 ปี

2.iRetire ประกันบำนาญ จากกรุงไทย-แอกซ่า เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 95 บาทต่อวัน
พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 200,000 บาท ให้คุ้มครองก่อนวัยเกษียณสูงถึง 200% ของจำนวนเงินเอาประกัน เมื่ออายุครบ 60 ปี รับเงินบำนาญสูงสุดร้อยละ 20 ต่อปี และจะรับเงินบำนาญเป็นรายเดือน หรือรายปีก็ทำได้ สามารถเลือกชำระเบี้ยได้แบบครั้งเดียวหรือ 5 ปี

มาเริ่มวางแผนในวัยหลังเกษียณด้วยประกันบำนาญกันดีกว่าค่ะ ได้ทั้งความคุ้มครองและยังได้ทั้งผลตอบแทนอีกด้วย หากสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ rabbit finance เจ้าหน้าที่คอยให้บริการคุณอยู่ทุก  24 ชม.


avatar
by Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon