5 เคส เหตุการณ์ทาง ธุรกิจ ชวนพังพินาศ และไม่ควรเอาอย่าง

posted: 2 years ago
5 เคส เหตุการณ์ทาง ธุรกิจ ชวนพังพินาศ และไม่ควรเอาอย่าง

comments

สำหรับเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะรายเล็ก หรือรายใหญ่ ล้วนแต่วาดหวังให้ธุรกิจของตนอยู่รอดได้ในเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างทุกวันนี้ และที่สำคัญ นอกจากจะอยู่รอดแล้ว ก็ต้องมีกำไรมากกว่าขาดทุน!

แน่นอนว่าในอดีตก็ต่างมีบทเรียนทางธุรกิจให้เราได้ศึกษากันอย่างมากมาย และนี่ คือ 5 เหตุการณ์ ทาง ธุรกิจ ชวนพังพินาศ จนคุณ และใครๆ ก็ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง ถ้าไม่อยากให้งานของคุณเจ๊งลงไปเสียก่อน!


1.ลด แลก แจก แถม มากเกินพอดี

จริงอยู่ ที่การ ลด แลก แจก แถม ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้เรียกลูกค้า และใช้ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของคุณได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่เปิดตัวใหม่ๆ หรือธุรกิจที่ต้องกระตุ้นเรียกลูกค้าอีกครั้ง แต่คุณควรระวังไว้ให้ดี เพราะกลยุทธ์แบบนี้ เมื่อทำนานครั้งเข้า สินค้า หรือธุรกิจของคุณจะกลับกลายเป็นไม่มีราคา ไม่มีค่า เพราะสักพักลูกค้าก็จะคิดว่า เดี๋ยวคงแจก คงแถมอีก จนหมดราคาสินค้าไปเสียอย่างงั้น!

01

หากให้ยกตัวอย่างให้เห็นชัดมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นกับข่าวโด่งดังของการปิดตัว อย่าง Ensogo ที่ทั้งแจก แถม จนบัญชีของตนตัวแดง แถมบริษัทคู่ค้าดีลอีกหลายๆ เจ้า เมื่อไม่เห็นผลกำไรก็ปรับลดคุณภาพ ทำให้ลูกค้าที่คอยซื้อคูปองหดหายเพิ่มเข้าไปอีก จึงกลายเป็นที่มาของการปิดกิจการไปในท้ายที่สุดนั้นเอง

Credit : http://www.newsgra.ph/2926/online-merchants-seek-nbi-help-vs-ensogo-for-10m-unpaid-goods-services/
Credit : http://www.newsgra.ph/2926/online-merchants-seek-nbi-help-vs-ensogo-for-10m-unpaid-goods-services/

2. มองไกลเกิ๊น จนหลงทาง

การทำธุรกิจนั้น ใครๆ ก็ต่างหวังสูง และตั้งเป้าหมายในกับทิศทางของธุรกิจทั้งนั้น แน่นอนว่าการตั้งเป้าหมายไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากคุณตั้งเป้าหมาย มองการณ์ไกลจนเกินไป รังแต่จะทำให้หลงทางเปล่าๆ นะสิ!

หากให้ยกตัวอย่าง ก็ต้องขอย้อนถึงเหตุการณ์ที่ โตชิบา บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักดีมามากกว่า 40 ปี ต้องมาเร่ขายหุ้นเพราะแบกสภาพขาดทุน แถมจำใจต้องปลดพนักงานมากกว่า 6,000 ตำแหน่ง ปิดโรงงาน และเปิดแถลงข่าวใหญ่โต

ซึ่งนี่ก็เป็นผลพ่วงมาจากการที่โตชิบามองการณ์ไกลในการรุกก้าวหน้าเข้ามาทำธุรกิจ ผลิตสินค้าอินฟราสตรัคเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า, รถไฟความเร็วสูง, เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์, การผลิตพลังงาน ที่กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศอุตสาหกรรมใหม่อย่างอินเดีย จีน รวมไปถึงที่ไทยด้วย เนื่องจากโตชิบาต้องการที่จะบุกเบิกตลาดใหม่ๆ เสียบ้าง

06

แต่ดูเหมือนโชคจะไม่ค่อยเข้าข้างนัก จากเหตุการณ์ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระเบิดที่ฟุคุชิมะในญี่ปุ่น ยิ่งทำให้ทั่วโลกกลับมาหวาดกลัวต่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง แทนที่จะขายออก ก็กลับขาดทุน แถมโตชิบายังดือเพ่ง เดินหน้าต่อไม่ยอมกลับมาตั้งหลัก หรือตั้งใจขายสินค้าคู่บุญแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ยิ่งเป็นผลให้นานวันเข้า บัญชีติดตัวแดงไปอีกราย แม้ว่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ตาม


3. ไม่ปรับตัวตามกระแสโลก

นี่คืออีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลายๆ บริษัท เกือบจะล้มไม่เป็นท่ามานักต่อนักแล้ว โดยเฉพาะกับบริษัทที่เริ่มมีชื่อเสียง หรืออยู่มาอย่างยาวนาน มักจะติดภาพว่า สินค้าของคุณคืออะไร ต้องประชาสัมพันธ์อย่างไร โดยทำแบบเดิมๆ ซ้ำๆ โดนไม่ปรับตัวตามกระแสโลก กระแสตลาดใดๆ ทั้งสิ้น จริงอยู่ที่มันทำให้สินค้า หรือบริษัทของคุณดูดี มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้สินค้า หรือบริษัทของคุณ ไม่สามารถพัฒนา หรือตามทันโลก ตามทันความต้องการของลูกค้าได้

5

ตัวอย่างง่ายๆ คงหนีไม่พ้น นินเทนโด ที่ ‘เกือบพลาด’ มาก่อนแล้ว โดยก่อนที่โปเกมอน โกจะฮิตเป็นพลุแตกขนาดนี้ นินเทนโดเองก็เคยประสบปัญหาหัวดื้อ ไม่ปรับตัวตามกระแสโลกเช่นกัน โดยเฉพาะกับเกมบนระบบมือถือ ที่เคยถูกมองว่าไม่จำเป็น และขาดจิตวิญญาณของเกมดั้งเดิม ทำให้ชั่วระยะเวลาหนึ่งนินเทนโดหุ้นเริ่มตกต่ำ เพราะเน้นผลิต พัฒนา ขายแต่เครื่องเล่นเกม และเกมของตัวเองในระบบนั้นเอง

แต่ดูเหมือนตัวนินเทนโดจะกลับลำได้ในช่วงท้าย โดยการยอมร่วมมือให้ Niantic สร้างโปเกมอนโกขึ้นมา ทำให้ทางนินเทนโดเองก็กลับมาเริ่มลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง แม้จะไม่ปัง เปรี้ยง เท่า Niantic ผู้สร้าง แต่ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอน ก็นับได้ว่าผลประโยชน์ที่หลั่งไหลเข้ามา มีไม่น้อยเลยทีเดียว!


4. ผสมผสานไม่เป็น

ข้อนี่เรียกได้ว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ข้อ 2 และ ข้อ 3 ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว เพราะหลายๆ เจ้ามักจะทำอะไรสุดโต่งมากเกินไป กล่าวคือ มองการณ์ไกล ก็ไกลเกินไป แต่ถ้าถามเรื่องการปรับตัว บางเจ้าก็แทบไม่ปรับตัวตามกระแสเลยก็มีอยู่เหมือนกัน เนื่องจากการที่ไม่มองสองมุม สองด้าน ทำให้ไม่สามารถวางแผนการตลาดได้อย่างลงตัว รวมถึงไม่สามารถผสมผสานทั้งสองความคิดได้อย่างพอดี ทำให้ธุรกิจที่มีอยู่ต่างสะดุดล้มนั้นเอง

เคสตัวอย่างดีๆ ที่เราขอยกตัวอย่างนี้ คงหนีไม่พ้น แบรนด์แป้งศรีจันทร์ ที่ภายหลังไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เริ่มต้นปรับรูปโฉมใหม่ จากภาพลักษณ์ของเครื่องแป้งที่มีมาแต่โบราณ ได้ปรับทั้งแพ็กเกจจิ้ง และรูปแบบโฆษณา แต่ยังคงเอกลักษณ์เกี่ยวกับแป้งเดิมๆ ของตนไว้ เพื่อเพิ่มฐานผู้ซื้อรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาแทนผู้ซื้อรุ่นเก่าๆ (จะเห็นได้ว่า มีสาวๆ บิวตี้บล็อกเกอร์หยิบจับมาใช้มากขึ้น รวมถึงโฆษณาที่ดูทันสมัย ไม่รู้สึกว่าเชย โบราณ)

03

ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ที่นอกจากจะเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ตัวเองได้แล้ว ยังสะท้อนให้เป็นถึงการผสมผสาน การปรับเปลี่ยนตามโลก ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ลองไปชมโฆษณาของศรีจันทร์ ที่ทั้งปังและเพิ่มยอดขายให้ได้อย่างมาก


5. ไม่โปร่งใส

เชื่อหรือไม่ ว่าการไม่โปร่งใส เพียงแค่ตบแต่งตัวเลขเล็กๆ น้อยๆ ให้ดูเหมือนจะมีกำไรนั้น เป็นผลพ่วงอันใหญ่หลวงที่ชวนให้ธุรกิจหลายเจ้าย่อยยับมานักต่อนักแล้ว เพราะเมื่อคุณได้ลองทำผิดสักหน สองหน ก็ยากที่จะกู่กลับ หลายๆ คนถลำลึกเสียจนกลับลำไม่ทัน แทนที่จะแก้ไขด้วยการปรับโครงสร้าง ลดขนาด เปลี่ยนยุทธศาสตร์ ให้คนอื่นๆ สามารถยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที กลับกลายเป็นตบแต่งบัญชี หลอกตา หรืออาจจะแกล้งมองไม่เห็นตัวเลขขาดทุนไปเสียอย่างนั้น

02

แต่ถ้าเมื่อความแตกเพราะไม่อาจปกปิดสภาพร่อแร่ทางการเงินได้อีกต่อไป การจะริเริ่มการปฏิรูปโครงสร้างภายในซึ่งดูเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้ว แถมเผลอๆ จะพาให้ตัวบริษัทพัง บัญชีติดตัวแดงอีกต่างหาก ดังนั้น เมื่อขาดทุน หรือมีปัญหาอะไร สิ่งที่ควรทำคือการเปิดเผยอย่างโปร่งใสในวงในเพื่อหาทางการปัญหาจะเป็นการดีที่สุด


อะไรดีก็ควรเอาอย่าง อะไรที่ไม่ดี ก็อย่าไปเอาอย่างจะดีที่สุดละเนอะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon