5 ขั้นตอนวิธีการคัดเลือกกองทุนรวมแบบมือโปร

posted: 2 years ago
5 ขั้นตอนวิธีการคัดเลือกกองทุนรวมแบบมือโปร

comments

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ‘กองทุนรวม’ ถือว่าเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจ  เพราะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาตามข่าวสาร ที่สำคัญ เราสามารถเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ได้หลากหลายทั้ง เงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ น้ำมัน

โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักเลือกลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ แต่คำถามยอดฮิตที่ทุกคนคงยังติดปัญหากันอยู่ก็คือ เราจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมไหนที่ดีสุด แล้วกองทุนรวมประเภทไหนที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดล่ะ เพราะกองทุนรวมที่มีอยู่ในตลาดก็มีมากกว่า 500 กองทุนเชียวนะ

งั้นเราลองมาดูกันว่าหลักทั้ง 5 ในการเลือกกองทุนสำหรับนักลงทุนมือโปรเค้าทำกันอย่างไรบ้าง?

1. สำรวจตัวเองกันก่อน

อย่างแรกที่เราต้องถามตัวเองก็คือต้องการอะไรจากการลงทุน ถามใจตัวเองเนี่ยแหละ ไม่ต้องไปถามคนอื่น คำถามหลักก็เช่น ต้องการปันผลมั้ย ความเสี่ยงที่รับได้ระดับเท่าไหร่ และระยะเวลาในการลงทุนจะลงนานแค่ไหน ต้องการลดหย่อนภาษีหรือไม่ เพราะคำตอบจากคำถามเหล่านี้จะเป็นตัววัดว่าตัวเราเหมาะกับกองทุนรวมประเภทใด สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ กองทุนรวมมีความเสี่ยงทั้งหมด 8 ระดับ ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้หันไปมองเงินฝากหรือตลาดเงิน หรือเสี่ยงระดับปานกลางควรพึ่งตราสารหนี้ แต่ถ้ารับความเสี่ยงสูงได้ก็จะเป็นพวกตลาดหุ้น รวมถึงการลงทุนทางเลือกแบบต่างๆ ทั้งในอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น


Graft1

2. ดูรายละเอียดกองทุนรวม

เราสามารถดูรายละเอียดได้จากสิ่งที่มีชื่อเรียกว่า “Fund Fact Sheet” เพราะใน Fund Fact Sheet จะบอกเราทุกอย่างว่ากองทุนรวมกองนี้เป็นยังไง ไม่ว่าจะนำเงินที่เราลงทุนไปลงทุนในอะไร จ่ายปันผลมั้ย ขั้นต่ำที่ซื้อได้ครั้งละเท่าไร รวมไปถึงขนาดกองทุนด้วย เพื่อที่เราจะได้เปรียบเทียบได้ว่ากองทุนรวมกองไหนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด แล้วก็พวกค่าธรรมเนียมต่างๆ บางกองทุนรวมมีผลประกอบการใกล้เคียงกันแต่ค่าธรรมเนียมเก็บไม่เท่ากัน ทำให้โดยสุทธิแล้วกองทุนไหนที่เก็บค่าธรรมเนียมต่ำกว่าก็จะได้ผลตอบแทนโดยรวมดีกว่า และโดยทั่วไปกองทุนรวมจะมีค่าธรรมเนียมทั้งหมด 3 ประเภท

1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า(Front-End Fee)
2. ค่าธรรมเนียมค่าดำเนินงาน (Management Fee)
3. ค่าธรรมเนียมการขายกองทุน (Back-End Fee)

เราต้องดูให้ครบทั้ง  3 ตัวนี้เพื่อที่จะเปรียบเทียบประสิทธิภาพกองทุนรวมได้ ซึ่งถ้ากองทุนรวมมีความเสี่ยงสูงมากๆ ค่าธรรมเนียมก็จะเก็บสูงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ‘อายุของกองทุน’ ก็ต้องดูประกอบด้วยทุกครั้ง ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแค่ไหน หรือแม้แต่สภาพคล่องของกองทุน บางกองก็ไม่สามารถขายได้ทันที ควรศึกษาให้ละเอียดหน่อย เพื่อสอดคล้องเป้าหมายการลงทุนของเรา ถ้ากองทุนให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกันให้เลือกกองทุนที่มีอายุกองทุนมากกว่า

ที่สำคัญพวกเอกสารก็โหลดได้เลยจากหน้า Website ของ บลจ. ที่ดูแลกองทุนนั้น ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะงงๆ หน่อย แต่พอเราเริ่มชินก็จะสามารถอ่านได้อย่างสบายๆ เพราะรูปแบบการเขียน Fund Fact Sheet เหมือนเดิมตลอดนั้นเอง

3. ความสม่ำเสมอของผลตอบแทน

เคยซื้อหวยแล้วถูกบ้างมั้ย ตอนที่เราถูกเราคงรู้สึกว่า เรานี่โชคดีจริงๆ โดยทั่วไปกองทุนรวมก็เหมือนกันนั่นแหละ บางปีผลตอบแทนมันอาจจะดีมากอยู่แค่ 1-2 ปี ซึ่งเราก็ไม่สามารถสรุปได้ว่ากองทุนรวมนี้มันเจ๋ง สิ่งที่ควรดูเสมอคือ ‘ผลตอบแทนย้อนหลัง’ ถ้าดีแบบสม่ำเสมอมาตลอด ก็สบายใจได้ระดับหนึ่งว่าไม่ได้ฟลุค แนะนำว่าถ้าเป็นกองทุนรวมที่ความเสี่ยงต่ำหรือเสียงปานกลางให้ดู Duration ของกองทุนนั้นๆ โดยสามารถดูได้ที่ Fund Fact Sheet แต่ถ้าเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นหรือความเสี่ยงตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป ให้ดูผลตอบแทนย้อนอย่างน้อย 7 ปี

iStock_83747791_MEDIUM-2

4. การลงทุนมีความเสี่ยง

สำหรับกองทุนแล้วเนี่ย ตัวเลขที่เราสามารถวัดค่าความเสี่ยงได้คือ ‘Standard Deviation’ หรือ ‘S.D.’

ค่ายิ่งสูงแปลว่ายิ่งเสี่ยง แล้วที่นี้จะดูได้อย่างไรว่ากองไหนดีกว่า เราต้องดูไปที่ ‘Sharp Ratio’ ง่ายๆ คือ ยิ่งสูงยิ่งดี หากดูกองทุนประเภทเดียวกัน แล้วกองทุนกองไหน Sharp Ratio สูงกว่าแสดงว่ากองทุนรวมนั้นดีกว่า เราสามารถดูค่า Sharp Ratio ของกองทุนต่างๆ ได้ที่ www.wealthmagik.com มีทั้งปัจจุบันและย้อนหลังเลย

iStock_62096218_MEDIUM-2

5. ใครดูแลเงินของเรากันนะ

การซื้อกองทุน คือการที่เราหยิบเงินของเราให้คนอื่นไปดูแล  หลักการคือเค้าจะเอาเงินของเราไปลงทุน แล้วนำผลตอบแทนมาให้เราแต่เค้าก็จะคิดค่าดำเนินการอะไรของเค้าก็ว่าไป ดังนั้นเราควรดูหน่อยว่าคนที่ดูเงินเรา หรือ ‘Fund Manager’ เค้าเป็นใคร เค้าเก่งหรือเปล่า

ประเด็นที่อยากให้ดูคือ กองทุนนี้เป็น ‘One Man Show’ หรือ ‘Team’ โดยกองทุนที่คนดูแลกองทุนมีคนเดียว ก็จะมีข้อควรระวังตรงที่ถ้าเค้าย้ายไปที่อื่นหรือไม่ได้ดูกองทุนเราแล้วเนี่ย มีผลกระทบแน่ๆ และจะมาถึงตัวเราแบบตรงๆ เลย

หลังจากที่เราเลือกกองทุนแล้ว หลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าสามารถซื้อกองทุนรวมได้ที่ไหน คำตอบนั้นง่ายมากๆ เวลาที่เราจะซื้อเราก็สามารถโทรหา บลจ. ที่ดูแลกองทุนรวมที่เราต้องการซื้อได้เลย ว่าเราสามารถซื้อกองทุนรวมกองนี้ได้ที่ไหนบ้าง เพราะแต่ละกองทุนรวมมีผู้ดูแลกองทุนที่แตกต่างกัน ทำให้แหล่งที่ซื้อก็จะแตกต่างกันนั่นแหละ ส่วนเรื่องเอกสารต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างก็สามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของ บลจ. นั้นได้เลย

เห็นแล้วใช่มั้ยว่าการลงทุนในกองทุนรวมไม่ได้ยากอย่างที่คิดใครๆ ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมได้ จริงๆมันไม่ใช่เรื่องยาก เชื่อเถอะคนเราแค่กลัวในสิ่งที่เราไม่รู้เท่านั้นเอง ถ้าเรารู้เราก็เลิกกลัวมันได้แล้วล่ะ


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon