5 ที่เที่ยวในไทย ไปเที่ยวฤดูไหนก็ฟิน

posted: 10 months ago
5 ที่เที่ยวในไทย ไปเที่ยวฤดูไหนก็ฟิน

comments

สำหรับผู้ที่มีใจรักการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะฤดูไหนก็คงแสวงหาที่เที่ยวเพื่อสนองความชอบของตัวเอง และประเทศไทยเองก็มีที่เที่ยวให้เพื่อนๆ เลือกเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าชีวิตนี้แค่เที่ยวในไทยก็เที่ยวไม่หมดแล้ว ซึ่งแต่ละสถานที่ก็จะมีความสวยงามและความเหมาะสมทางการท่องเที่ยวแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู Expedia ขอพาเพื่อนๆ ไปดู 5 ที่เที่ยวในไทยที่ไปเที่ยวในฤดูไหนก็ฟินก็สวยไปหมดมาเอาใจขาเที่ยวโดยเฉพาะ

1. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา


Credit Photo : https://www.facebook.com/ToscanaValley

คิดอะไรไม่ออกบอก “เขาใหญ่” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ ช่วงหน้าร้อนเขาใหญ่ก็ไม่ได้ร้อนมาก หรือถ้าร้อนก็ไปนอนแช่น้ำในพูลวิลล่าที่เขาใหญ่ มองวิวธรรมชาติสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์กันได้ ซึ่งที่เขาใหญ่ก็มีพูลวิลล่าให้เลือกพักจำนวนมากหรือจะไปเที่ยวสระน้ำผุด, ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ สถาปัตยกรรมเก๋ๆ ที่ปาลิโอ้, Toscana Valley หรือ Primo Piazza, เล่นเครื่องเล่นที่ Life Park เขาใหญ่, เที่ยวฟาร์มแกะ, หาของกินอร่อยๆ ทานที่ตลาดน้ำเขาใหญ่ ฯลฯ


ในช่วงหน้าฝนแน่นอนว่าเขาใหญ่จะอุดมสมบูรณ์และเขียวขจีไปทั่วทุกสารทิศด้วยต้นไม้และป่าเขา เพื่อนๆ สามารถไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เที่ยวน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ เดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติก็สามารถทำได้ ใครที่ชื่นชอบธรรมชาติต้องไม่พลาดมาเที่ยวเขาใหญ่ช่วงหน้าฝน เพราะจะได้รับความประทับใจกลับบ้านไปเต็มๆ

Credit Photo : https://www.facebook.com/PBValley.Khaoyai

ส่วนในช่วงหน้าหนาวนี่ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดเลย เพราะสามารถเที่ยวได้หลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นไร่องุ่นกรานมอนเต้, ไร่องุ่นพีบี วัลเล่ย์ เขาใหญ่ไวน์เนอรี่ ซึ่งสามารถไปเก็บองุ่น จิบไวน์ ทานอาหารอร่อยๆ ชมไร่องุ่นสวยๆ หรือจะไปชมทุ่งดอกทานตะวัน, ชมดอกไม้เมืองหนาว, เที่ยวเทศกาลดนตรีปลายปีที่มีให้เลือกไปเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเกือบทุกสถานที่ท่องเที่ยวในเขาใหญ่สามารถไปในช่วงหน้าหนาวได้หมด เพราะอากาศดีสุดๆ ใครอยากจะไปกางเต็นท์นอนก็แนะนำให้ไปในช่วงหน้าหนาวนี่ล่ะ
การเดินทาง : สามารถใช้เส้นถนนพหลโยธินผ่านรังสิตถึงสระบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพผ่านอำเภอมวกเหล็ก จากนั้นเลี้ยวขวาตรงทางแยกก่อนถึงอำเภอปากช่อง (กม.ที่ 58) เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์) และขับไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรจะถึงปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่


2. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์



หลายคนเข้าใจกันว่าเราสามารถไปเที่ยวภูทับเบิกได้เฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้น ขอบอกเลยว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะภูทับเบิกสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู ในช่วงฤดูร้อนก็แทบจะไม่ร้อนเลยและหน้าร้อนก็มีเพียงช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนเท่านั้น สาเหตุที่ภูทับเบิกอากาศไม่ร้อนก็เพราะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,768 เมตร


พอเข้าช่วงหน้าฝนหมอกก็จะลงจัดตัดกับสีเขียวของภูเขาเป็นภาพที่สวยงามมาก อากาศก็เย็นสบายกำลังดี พอเข้าช่วงหน้าหนาวบอกเลยว่าหนาวสุดๆ แถมทัศนียภาพก็ดีเพราะทุ่งกะหล่ำปลีจะผุดขึ้นมาให้เราชมเต็มที่ สวยงามสุดๆ ตอนเช้าก็จะเห็นทะเลหมอกลอยอยู่เบื้องหน้า ทั้งอากาศบนภูทับเบิกก็บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก ใครที่เป็นสายธรรมชาติต้องห้ามพลาดที่นี่เช่นกัน

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าสู่สระบุรีไปประมาณ 75 กิโลเมตรก็จะถึงตัวเมืองสระบุรี แล้วขับเข้าลพบุรีจนเจอทางหลวงหมายเลข 21 ให้ขับตามทางหลวงหมายเลข 21 ไปประมาณ 40 กิโลเมตรจนถึงสี่แยกหล่มสัก จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตรก็จะพบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 ตรงไปอีก 40 กิโลเมตรจะถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจะมีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร


3. หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต


ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยที่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติต่างก็หลั่งไหลกันไปเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหาดป่าตองที่มีมนต์เสน่ห์ของน้ำทะเลสีฟ้าและหาดทรายเนื้อนุ่มละเอียด จึงสามารถดึงดูดให้ใครต่อใครที่ไปเที่ยวภูเก็ตต้องมาเยือนที่นี่ ที่หาดป่าตองเพื่อนๆ สามารถทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ในช่วงหน้าร้อนใครที่อยากมีผิวสีแทนแบบสาย ฝ. ก็สามารถใส่ชุดว่ายน้ำนอนอาบแดดกันได้อย่างไม่ต้องเขินอาย หรือจะทำกิจกรรมทางน้ำอย่างขับเจ็ทสกี สปีดโบ๊ทก็สามารถทำได้เช่นกัน ยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์บอกเลยว่าที่นี่คึกคักเป็นอย่างมาก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ชาวต่างชาติมารวมตัวเพื่อเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

Credit Photo : https://hotelpatongpress.files.wordpress.com

ส่วนในฤดูฝนหากไปเที่ยวแล้วเจอฝนก็ไปเดินช้อปปิ้งเก๋ๆ หลบฝนที่ห้างจังซีลอนได้ ซึ่งจะมีน้ำพุดนตรีประกอบแสงสีเสียงให้เพื่อนๆ ได้ชมทุกคืน พอฝนหยุดตกก็ออกไปเล่นน้ำที่หาดป่าตองได้ต่อ


พอเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะสามารถทำทุกกิจกรรมบนหาดป่าตองได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญอย่าลืมไปเดินเล่นชิลๆ ช้อปปิ้ง กิน ดื่มที่ถนนคนเดินบางลาแหล่งสีสันยามค่ำคืนของป่าตองกันด้วยนะ
การเดินทาง : นั่งเครื่องบินลงสนามบินนานาชาติภูเก็ตจากนั้นนั่งรถตู้ที่สนามบินตรงประตูทางออกขวาสุด ไปยังหาดป่าตองได้เลย


4. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



สังขละบุรีเป็นอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งใน จ.กาญจนบุรีที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ในทุกฤดู ทั้งพิธีตักบาตรมอญในตอนเช้าที่เราจะได้สวมใส่ชุดมอญออกไปใส่บาตรพร้อมมองดูผู้คนในชุมชนที่นำโถข้าวมาซ้อนไว้บนศีรษะ ไปเดินถ่ายรูปเล่นที่สะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ ไปสัมผัสกับธรรมชาติพร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญ ไหว้พระขอพรที่วัดวังก์วิเวการาม ชมความงดงามของวัดใต้น้ำ อีกหนึ่ง Unseen in Thailand ที่หากมาในช่วงฤดูร้อนหรือต้นฤดูฝนซึ่งเป็นหน้าแล้งก็สามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์ได้ แต่หากไปช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาวเพื่อนๆ จะเห็นเพียงแค่ตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำให้ได้ชม หรือถ้าน้ำขึ้นสูงมากก็อาจจะมองเห็นได้แค่ยอดระฆัง


อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดในหน้าร้อนของการไปเที่ยวสังขละบุรีก็คือการไปเล่นน้ำที่น้ำตกซองกาเรีย บริเวณสะพานแม่น้ำซองกาเรีย ซึ่งนอกจากจะไปเล่นน้ำคลายร้อนกันแล้ว ยังสามารถทานอาหารอีสานแซ่บๆ จากร้านอาหารหลากหลายร้านบริเวณน้ำตกได้ด้วย นอกจากนั้นที่สังขละบุรียังมีร้านกาแฟชิคๆ เก๋ๆ ให้ได้จิบเครื่องดื่มคลายร้อนพร้อมใช้ชีวิตแบบ Slow Life ด้วยนะ รวมไปถึงบริเวณถนนคนเดินสังขละบุรีที่เพื่อนๆ สามารถไปเดินเล่น หาของอร่อยๆ ทาน หรือจะช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองก็สามารถทำได้เช่นกัน


ส่วนสังขละบุรีในช่วงหน้าฝนจะเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำขึ้นสูง เพื่อนๆ สามารถนั่งเรือชมความงามของแม่น้ำซองกาเรียและวิถีชีวิตของชาวมอญได้ หากใครอยากเห็นธรรมชาติสีเขียวโอบกอดรอบตัวก็ขอให้ไปเที่ยวสังขละบุรีในช่วงนี้ เพราะเพื่อนๆ จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าอย่างเต็มปอด ถือว่าได้ฟอกปอดไปในตัว พอเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวก็สามารถทำทุกกิจกรรมที่มีในสังขละบุรีได้เลย อีกทั้งยังได้สัมผัสกับอากาศหนาวๆ ไปพร้อมๆ กับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ได้ชมหมอกกลางแม่น้ำบริเวณสะพานมอญด้วย บอกเลยว่าสวยงามเป็นที่สุด
การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ขับรถโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน จ.นครปฐม จากนั้นขับมุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 323 และเมื่อถึงทางแยกก่อนเข้า อ.ทองผาภูมิให้เลี้ยวขวา แล้วขับรถต่อไปอีกประมาณ 74 กิโลเมตรก็จะถึง อ.สังขละบุรี


5. อำเภอเมือง จ.เชียงใหม่


Credit Photo : https://www.facebook.com/TongTemToh

อำเภอเมืองเชียงใหม่คือความลงตัวระหว่าง “สมัยใหม่” และ “วัฒนธรรมดั้งเดิม” จึงมีที่เที่ยวให้เพื่อนๆ ได้เที่ยวหลากหลายสไตล์และสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูจริงๆ อย่างฤดูร้อนก็มีคาเฟ่เก๋ๆ มากมายให้ไปนั่งหลบแดด ซึ่งย่านยอดฮิตในอำเภอเมืองเชียงใหม่คงหนีไม่พ้นบริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ที่แบ่งออกเป็นหลายซอย แต่ละซอยก็จะมีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ชิคๆ ร้านขนม โรงแรม ที่พักสวยๆ อยู่เต็มถนนตลอดทั้งเส้น ไม่ว่าจะเป็นร้านต๋องเต็มโต๊ะ, ร้านข้าวซอยนิมมาน, ร้าน Mont Blanc Cake & Café, ร้านกู โรตีและชาชัก, ร้าน iBerry, ร้านคั่วไก่ นิมมาน Warm Up ฯลฯ


หรือใครเป็นสายบุญก็ต้องแวะไปกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระธาตุดอยคำ ฯลฯ ซึ่งแต่ละวัดต่างก็เป็นวัดชื่อดังที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ทั้งหมด


การเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝนก็ไม่ใช่เรื่องยากแถมยังน่าเที่ยวอีกด้วย เพราะธรรมชาติช่วงนี้แหละอุดมสมบูรณ์เป็นที่สุด แต่แนะนำว่าให้ออกไปนอกเมือง ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปเที่ยวดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง นาข้าวขั้นบันไดที่แม่แจ่ม หมู่บ้านแม่กำปอง และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ เพราะเหล่าต้นไม้จะเขียวขจีไปทั่วทุกสารทิศ เมฆหมอกก็ลอยมาปะทะร่างกายกันอย่างเต็มๆ หรือจะเลือกไปล่องแก่งแม่แตงที่พอถึงหน้าฝนกระแสน้ำก็จะไหลแรง ทำให้สนุกไปกับการล่องแก่งได้อย่างเต็มที่
ส่วนการเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงฤดูหนาวก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเชียงใหม่นี้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญทางการท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว อากาศก็ค่อนข้างหนาวมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ลมหนาวและสายหมอกก็รอพร้อมต้อนรับให้เราได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง เดินเที่ยวในตัวเมืองทั้งวันก็ยังไม่เหนื่อย แต่จะเหมาะมากกับการไปเที่ยวดอยต่างๆ นอกตัวเมือง ทั้งดอยกิ่วลอม ดอยม่อนจอง ดอยม่อนแจ่ม ดอยอ่างขาง ดอยปุย ฯลฯ
กลับเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เราได้เที่ยวอีกหลากหลายสไตล์ เที่ยวได้ทุกฤดูเลย เช่น สวนสัตว์เชียงใหม่, ถนนคนเดินท่าแพ, ถนนวัวลาย และอื่นๆ อีกมากมาย บอกเลยว่าใช้เวลาแค่ 2 วันยังเที่ยวในเมืองไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
การเดินทาง : นั่งเครื่องบินลงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่


และนี่ก็เป็น 5 ที่เที่ยวในไทยที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู บอกเลยว่าจริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่เราสามารถไปกันได้ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม เอาเป็นว่าโอกาสหน้าเราจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันต่อนะ

จองเที่ยวบินและที่พักกับ Expedia

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก


avatar
by Wanwara Sutthisak

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon