อย่าให้เพื่อนยืม! กับ 5 นาฬิกา แพงระยับ ระดับโลก

posted: 5 months ago
อย่าให้เพื่อนยืม! กับ 5 นาฬิกา แพงระยับ ระดับโลก

comments

จริงอยู่ ที่เขาว่าเพื่อนแท้นั้น ต้องแบ่งปัน และช่วยเหลือกันและกัน แต่ในบางครั้ง บางอย่างถึงจะเป็นเพื่อนแท้ก็ให้กันไม่ได้ และนี่คือ 5 นาฬิกาแพงระดับ ระดับโลก เพื่อนแท้มาจากไหน ก็อย่าให้ยืม!



5.Rolex GMT 116769TBR



ความพิเศษของนาฬิกาโรแล็กซ์เรือนนี้นั้น เป็นการผลิตและทำออกมาจากโรงงานราคาแพงที่สุด โดยตัวเรือนประดับด้วยเพชรเม็ดกลม รวมทั้งหมด 76 เม็ด ตัวเข็มนาฬิกาทั้งสั้นยาวสามารถมองเห็นได้ในที่มืด แต่ถ้าคุณยังคิดว่าแค่นี้ยังหรูไม่พอ ลองมองที่สายนาฬิกาดูสิ เพราะมีการตกแต่งด้วยทองคำขาว 18K หรูหราขนาดนี้ เราขอบอกหน่อยว่ากันน้ำลึกได้ 100 เมตร อีกด้วย!

โดยเจ้า Rolex GMT 116769TBR มีราคาอยู่ที่ $485,350  หรือประมาณ 15.8 ล้านบาท ใครที่ร่ำรวยมากพอจะซื้อมาใส่เก๋ๆ ชิลๆ ก็อย่าเผลอให้เพื่อนยืมใส่เชียวนะ!


4.Eric Clapton’s 1971 Rolex Daytona



ขึ้นมาดูอันดับที่ 4 กันบ้าง กับ นาฬิกาคนดัง อย่าง Rolex Daytona ของมือกีตาร์ฉายา Slowhand อย่างมิสเตอร์ Eric Clapton

Rolex Daytona เป็นนาฬิการุ่นผลิตในปี 1971 มีชื่อเรียกว่า “Albino” มีสีโทนเงินและดำ ถึงแม้จะไม่ได้มีเพชรเม็ดโตประดับเหมือนเรือนที่แล้ว แต่ด้วยความที่อยู่บนข้อมือของมือกีตาร์คนดังตลอดเวลา ทำให้ราคาประมูลของมันพุ่งไปสูงถึง $505,000 หรือ ราวๆ 16.5 ล้านบาท เรียกได้ว่า นอกจากจะห้ามเพื่อนยืมแล้ว ยังต้องเก็บขึ้นหิ้งสุดชีวิตเลยล่ะ


3. Rolex Daytona Ref 6263 “Paul Newman”



Rolex Daytona 6263 หน้าปัดสีดำ ถือเป็นนาฬิกาอีกรุ่นหายากสุดๆ ว่ากันว่าตอนผลิตออกมามีเพียงไม่กี่เรือน และมีเอกลักษณ์เด่น ตรงที่ ตัว R ตรงชื่อ Rolex บนหน้าปัดจะมีฟอนต์ขนาดใหญ่กว่าปกติ

ถึงแม้ 6263 รุ่นหน้าปัดสีขาวปกติ จะมีจุดตำหนิที่เหมือนๆ กัน มีราคาที่สูง แต่ระดับความนิยมนั้นก็ไม่ได้พุ่งสูงเท่ารุ่นหน้าปัดสีดำอยู่ดี

ความแพงของนาฬิการุ่น 6263 หน้าปัดสีดำนี้ เกิดขึ้นจากการประมูล Rolex รุ่น Daytona และนับได้ว่าเป็นการประมูลที่สูงเป็นประวัติศาสตร์ เพราะสามารถประมูลได้มากถึง 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 35.7 ล้านบาท แหม ประมูลมาแพงขนาดนี้ เชื่อเถอะ คุณคงไม่อยากจะให้เพื่อนยืมหรอกนะ!


2. 1942 Rolex Chronograph



Rolex เรือนนี้ ถูกผลิตขึ้นในปี 1942 ถือเป็นรุ่นคลาสสิคที่น่าสะสม หายาก และทรงคุณค่า ความพิเศษสุดๆ อยู่ที่ การผลิตออกมาเพียงแค่ 12 เรือน บนโลก และเหลือรอดมาถึงปัจจุบันเพียงแค่ 8 เรือน เท่านั้น ทำให้ความหายากของมันยิ่งทวีคูณ ชนิดที่เพื่อนคนไหนก็ไม่อยากให้ยืม! ด้วยความหายากเหล่านี้เอง ทำให้ราคาของมันพุ่งขึ้นสูงเป็นอันดับสอง

สำหรับตัวเรือนนั้น ประกอบไปด้วยหน้าปัดเงินและทองคำ มีเข็มวินาทีจำนวนสองเข็ม และฟังก์ชั่นอีกมากมาย โดยเริ่มต้นกันที่ราคา 1.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 37.7 ล้านบาท


1.1949 Oyster Perpetual model (with a cloisonné enamel dial)



มาถึงนาฬิกาที่แพงระยับ อันดับหนึ่งของเรากันแล้ว หลายคนอาจจะแปลกใจเพราะไม่ได้มีเพชรพลอยหวือหวาอย่างที่คิดเอาไว้ ดูแค่ภายนอกก็เป็นเพียงนาฬิกาสุดคลาสสิก โบราณ วินเทจหน่อยๆ เท่านั้น แต่ที่ทำให้มันธรรมดานั้น ก็เป็นเพราะ มันคือ Rolex รุ่น Oyster Perpetual ปี 1949 เป็นเรือนพิเศษที่หน้าปัดตกแต่งด้วยภาพท้องทะเล วาดโดยใช้เทคนิคโบราณ Cloisonné Enamel ออกแบบโดย Marguerite Koch

ด้วยความที่ไม่หยุดเพียงแค่ความเป็นนาฬิกา แต่เพิ่มมนต์ขลังด้วยงานศิลป์ เทียบกันในไทยก็นับเป็นงานศิลปะออกแบบโบราณชั้นบรมครู แน่นอนยิ่งบวกกับดีไซน์เรียบหรูแล้ว ยิ่งทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีราคาประมูลสูงจนเป็นสถิติการประมูลใหม่ โดยราคาทะลุไปถึง $1,220,632 หรือเกือบ 40 ล้านบาท !



แม้ตัวนาฬิกาแต่ละเรือนจะไม่ได้ประโคมฝังเพชรทุกเรือน จนสะท้อนแสงแสบตา แต่เราขอบอกเลยว่าความคลาสสิค การออกแบบ การดีไซน์ และความยากต่างๆ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้พวกมัน กลายเป็นนาฬิกาที่แพงได้ถึงระดับโลก

บางเรือนมีภาพวาดเทคนิคโบราณที่หาได้ยาก ยิ่งทำให้คุณค่าของมันเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีก แพงระยับขนาดนี้ เราขอบอกเลยว่า ถ้ามีในครอบครอง ก็อย่าให้เพื่อนยืมเด็ดขาด เผลอตายไป ไม่ได้คืนไว้ให้ลูกหลานใส่ ไม่รู้ด้วยนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon