5 ภาพยนตร์ 5 รสชาติ สำหรับเทศกาลคริสต์มาส!

posted: 1 year ago
1,201 views
5 ภาพยนตร์ 5 รสชาติ สำหรับเทศกาลคริสต์มาส!

comments

แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเทศกาลคริสมาสต์ ไม่ได้มีไก่งวง เค้กขอนไม้ หรือขนมนมเนยสำหรับเฉลิมฉลอง แต่คนไทยเป็นคนอินง่าย และสามารถปรับตัวให้สนุกไปได้กับทุกเทศกาล ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีสเน่ห์ เพราะหลากหลายวัฒนธรรมเข้ามาผสมปนเป จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเลือกให้เราเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ



เดี๋ยวๆ ชื่อบทความก็บอกอยู่ว่าเกี่ยวกับภาพยนตร์ แต่ดั๊นเกริ่นนำถึงเรื่องการท่องเที่ยวไปได้ เอาล่ะ…กลับมาที่อุปนิสัยอินง่ายของพี่ไทยเราดีกว่า อย่างที่บอกไปว่าเราอินกับเทศกาลคริสต์มาสเหลือเกิน เรียกว่าเห็นต้นคริสต์มาสทุกห้างสรรพสินค้า ตามบริษัทก็ตกแต่งด้วยไฟประดับกันเต็มที่ แถมตามร้านอาหารที่เริ่มเปิดเพลง Jingle Bell Jingle Bell Jingle All the Way กันแล้ว ทั้งๆ ที่บ้านเราก็ไม่หนาว หิมะก็ไม่มี แต่เราก็สามารถมีความสุขกับเทศกาลนี้ได้ง่ายๆ อาจเป็นเพราะเราดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่พูดถึงเทศกาลคริสต์มาสกันบ่อยๆ เลยซึมซับเอาวัฒนธรรมน่ารักๆ นี้มาโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น วันนี้ Rabbit Daily จึงขอพาคุณไปสนุกกับ 5 ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับคริสต์มาส ซึ่งจัดอันดับตามความชอบของผู้เขียนล้วนๆ แต่จะแอบบอกคะแนนจากเว็บไซต์ดังๆ ด้วย เดี๋ยวจะหาว่าเราเผด็จการเกินไป พร้อมแล้ว ก็ปรับแอร์ให้เหลืออุณหภูมิ 18 องศา ห่มผ้า อุ่นช็อกโกแลตให้ร้อน (ถ้าไม่มีกินไมโล โอวัลตินไปพลางๆ นะ) แล้วดูหนังกัน

A Christmas Carol

Rabbit Daily Score : 7/10
Rotten Tomatoes : 54 %
IMDb : 6.8/10

maxresdefault

นวนิยายจากปลายปากกาของ Charles Dickens เกี่ยวกับชายแก่หน้าตาบึ้งตึงชื่อ เอเบเนเซอร์ สครูจ (Ebenezer Scrooge) นายธนาคารผู้เลือดเย็น ใจร้าย ไร้มนุษยธรรม นิสัยเสีย โอย เรียกว่าหาได้มีความดีไม่ ที่ใช้ชีวิตปกติและไม่คิดจะฉลองเทศกาลคริส์มาส เลยตัดสินใจเข้านอนแบบเหงาๆ แต่ไม่แสดงออก หลังจากที่หลับไป วิญญาณของเพื่อนเก่าก็บุกเข้ามาหา พร้อมกับบอกว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับภูติแห่งเทศกาลคริสต์มาส จำนวน 3 ตน คือ “ภูติแห่งคริสต์มาสในอดีต”(Ghost of Christmas Past) เป็นภาพชีวิตวัยหนุ่มที่ยากจนแต่แสนสุข, “ภูติแห่งคริสต์มาสในปัจจุบัน” (Ghost of Christmas Present) เป็นภาพชีวิตในปัจจุบันของสครูจ ที่เบียดเบียนผู้คนอย่างเลือดเย็น แม้แต่กับ Bob Cratchit เสมียนมือขวาแสนดีที่ทำงานกับเขามาหลายปี และ “ภูติแห่งคริสต์มาสในอนาคต” (Ghost of Christmas Yet to Come) เป็นภาพของสครูจที่นอนตายอย่างเดียวดาย และถูกหัวขโมยซึ่งก็คือแม่บ้านของเขาเองเข้าขโมยทรัพย์สมบัติไป

ทำไมควรดู

  • ต้องยกความดีงามให้ Jim Carrey ผู้ถ่ายทอดเสียงในบทของ Ebenezer Scrooge ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจว่าทางผู้กำกับตั้งใจสร้างสรรค์ตัวละครให้ออกมาหน้าตาเหมือน Jim Carrey หรือสร้างตัวละครมาก่อน แล้วค่อยหาคนที่คาแรคเตอร์เหมาะสมทีหลัง แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็ขอชื่นชมนักแสดงผู้นี้ ที่ถ่ายทอดบุคลิกของ Ebenezer Scrooge ได้อย่างดีเยี่ยม ดูเป็นชายแก่น่ารังเกียจที่มีความเหงา และมีปูมหลังที่แสนเจ็บปวด โดยสามารถลบภาพความตลกของตัว Jim Carrey ที่ติดตาผู้คนออกได้เกือบหมด และพยุงภาพยนตร์ทั้งเรื่องไว้ได้คนเดียว
  • Part ที่ชอบมากที่สุดคือ “ภูติแห่งคริสต์มาสในอนาคต” (Ghost of Christmas Yet to Come) รู้สึกว่าเอาคืนตัว Ebenezer Scrooge ได้เจ็บแสบดี ซึ่งไม่ใช่ว่าหนังลงโทษด้วยความรุนแรง แต่กลับลงโทษด้วยความเปล่าเปลี่ยว แถมยังให้ความรู้สึกที่โคตรเหงา โคตรเจ็บ เรียกว่าขนาดผู้เขียนเองไม่ได้เป็นคนที่นิสัยแย่เกินเยียวยาอย่าง Scrooge ยังนึกย้อนไปถึงความผิดที่ตัวเองเคยทำเอาไว้ได้เลย
  • ภาพสวยงามคมชัด มีความเป็นแฟนตาซีผนวกกับซีจีตัวละครต่างๆ ที่เหมือนมนุษย์จริงๆ ทำให้เราอินกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะตัวละคร Bob Cratchit ที่สร้างออกมาได้ดีและสมจริงมากๆ สามารถแสดงสีหน้าได้หลากหลายอารมณ์ เรียกว่าแม้บทจะไม่ได้เยอะ แต่ออกมากี่ที่ ก็เรียกความสนใจได้ตลอด
  • ถ้าอยากหาหนังดูกับลูกๆ เรื่องนี้ถือว่าผ่าน เพราะไม่ได้โหดหรือน่ากลัวมากจนเด็กดูไม่ได้ เรียกว่านั่งดูด้วยกันได้ทั้งครอบครัว

A Christmas Carol (2009) Directed by Robert Zemeckis Shown: Ebenezer Scrooge (voice: Jim Carrey)

สิ่งที่เรามองว่าเฉยๆ

  • จุดอ่อนคงเป็นเนื้อเรื่อง เพราะมีความเป็นนิทานเด็กที่เดาออกว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร แถมพล็อตประเภทผู้ร้ายกลับใจเพราะถูกสิ่งลี้ลับเตือนสตินี่ถูกทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนพล็อตบอบช้ำไปหมดแล้ว
  • ตัว Jim Carrey เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของภาพยนตร์ ใครเคยดู Bruce Almighty ที่ Jim Carrey แสดงนำมาก่อนจะรู้สึกได้ถึงความซ้ำซากจำเจ (หลายคนอาจคิดในใจว่าทำไม Jim Carrey รับบทเดิม ซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้)
  • เรามองว่าถ้าน้ำหนักถูกถ่ายเทไปที่ตัวละครอื่นบ้างเรื่องคงจะสนุกมากขึ้น เราชอบคาแร็กเตอร์ของเจ๊แม่บ้านมาก แต่ตัวหนังกลับนำเสนอแต่ในแง่ร้ายว่าเป็นหัวขโมย แถมยังลักทรัพย์คนตายได้อย่างหน้าตาเฉย ซึ่งเรามองว่าจริงๆ แล้วตัวละครนี้น่าจะมีปมเพราะถูก Scrooge เคยทำไม่ดีด้วยเอาไว้ เลยลงเอยแบบนี้มากกว่า

Love Actually

Rabbit Daily Score : 8.5/10
Rotten Tomatoes : 68 %
IMDb : 7.7/10

love-actually

เรียกว่าเป็นต้นตำรับหนังรักชุลมุนหลายคู่ หลายสถานการณ์ แต่แต่ละคนกลับเกี่ยวพันไปมากันอีรุงตุงนัง ซึ่งถือว่าเป็นพล็อตใหม่ในขณะนั้นเลยก็ว่าได้ เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมา ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้มักเน้นที่คู่รักเพียงคู่เดียว แต่สำหรับ Love Actually นั้น บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักถึง 6 คู่ โดยให้น้ำหนักใกล้เคียงกัน ได้แก่ คู่นายกรัฐมนตรีคนใหม่กับแม่บ้านสาวเจ้าเนื้อแห่งบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง ด้วยหน้าที่และตำแหน่งที่ต่างกันมาก ทำให้ทั้งสองสื่อสารและแสดงความสนอกสนใจกันแบบสั้นๆ ผ่านช่วงเวลาเสิร์ฟคุกกี้และน้ำชา, คู่แต่งงานที่อยู่กินกันมานานแต่สามีก็ยังโดนเลขาสาวยั่วยวนทุกวี่วัน, คู่แอบรักเพื่อนร่วมงานอย่างสาวออฟฟิศผู้แอบชอบหนุ่มกราฟิก, คู่รักต่างภาษาระหว่างหนุ่มนักเขียนช้ำรักเพราะเมียมีชู้ กับแม่บ้าน (อีกแล้ว!) ชาวโปรตุเกส, คู่รักหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนเจ้าบ่าวแอบมีใจให้เจ้าสาว และคู่สุดท้ายที่ไม่มีฉายในบ้านเรา คือคู่รักสแตนด์อินหนังโป๊!

นอกจากยังมีเรื่องราวคู่รักในสถานะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวด้วยอย่างคู่นักร้องวัยดึกที่อยากกลับมาดังกับผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลเขามาตลอดชีวิต และคู่รักวัยกระเตาะที่มีคุณพ่อเลี้ยงช่วยลุ้น

ทำไมควรดู

  • แหม…ยังต้องพูดอีกเหรอว่าดียังไง อย่างที่บอกไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเจ้าแรก เป็นออริจินัลของหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่เล่าเรื่องตัดสลับหลายคู่ไปมา ใครเคยดู Valentine’s day, Crazy Stupid Love หรือปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น แล้วคิดว่าเจ๋ง ก็ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ จะบอกว่าตัวหนังเชื่อมโยงแต่ละคนได้ฉลาดมาก
  • ดาราอังกฤษคับคั่ง แถมคัดมาทุกคนที่มีดีทั้งหน้าตาและความสามารถ
  • หนังมีทั้งความเรียลและแฟนตาซีผสมกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของ ‘คาเรน’ ที่แอบไปรู้มาว่าสามีของตัวเองซื้อสร้อยพร้อมจี้หรูหรา และคาดหวังอย่างเต็มหัวใจว่าเขาซื้อมาให้ตัวเองเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก แต่ก็สะท้อนความจริงของชีวิตคู่ ที่อยู่กันไปนานๆ ก็หมดความตื่นเต้นลง หรือฉาก To me, you are perfect กลายเป็นตำนานที่หนุ่มรักคุดทั่วโลกอินกันทั่วหน้า เป็นต้น ส่วนความแฟนตาซีเพ้อฝันก็มีครบ อย่างแม่บ้านสาวกับนายก หรือนักเขียนกับสาวใช้โปรตุเกส ซึ่งเรื่องจริงฝ่ายชายคงไม่ชายตามองฝ่ายหญิงแน่ๆ
  • เพลง All I want for Christmas is you ดังระเบิดระเบ้อ ส่วนเพลงประกอบอื่นๆ ก็ฟังเพราะไม่แพ้กัน เรียกว่าเพลงอุ้มชูหนังเลย

สิ่งที่เรามองว่าเฉยๆ

  • เราไม่อินกับเรื่องของหนุ่มอังกฤษที่ถ่อไปล่าสาวๆ ถึงอเมริกาเลย จึงรู้สึกว่าตรงนี้เป็นจุดอ่อนของเรื่อง ซึ่งอาจเป็นเพราะเราขาดความเข้าใจในอุปนิสัยของคนอังกฤษก็ได้
  • ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยคนขี้แพ้ ซึ่งอาจจะเป็นลายเซ็นอย่างหนึ่งของริชาร์ด เคอร์ติสก็ได้นะ เพราะเขามักจะสร้างหนังโดยให้ตัวเอกของเรื่องมีความอ่อนแออยู่เสมอ อย่าง พระเอกจากเรื่อง Notting Hill นี่ก็ขี้แพ้เกือบทั้งเรื่อง เอาเป็นว่าหนุ่มมั่นสาวมั่นดูแล้วอาจจะรำคาญได้ แต่ก็ทนดูหน่อยเถอะ เพราะในตอนท้าย คนขี้แพ้ก็รู้จักเอาชนะใจตัวเองนะ (อวยจนไม่รู้จะอวยยังไงแล้วเนี่ย!)

The holiday

Rabbit Daily Score : 7.5/10
Rotten Tomatoes : 47 %
IMDb : 6.9/10

The-Holiday-Kate-Winslet-Jack-Black

เรื่องราวของสองสาวที่อยู่คนละประเทศแต่ตกลงใจที่จะแลกเปลี่ยนบ้าน รถ และข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่าง เพื่อหนีหน้าจากความรักที่บอบช้ำ นำแสดงโดยสองขุ่นแม่อย่าง Kate Winslet ในบท Iris สาวอกหักรักคุดที่ดันมีความสัมพันธ์แบบลับๆ กับเพื่อนร่วมงานสุดหล่อ และเฝ้าหวังเฝ้าฝันว่าจะได้คบหาดูใจกับอีตานี่เนี่ยแหละ แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลาย หลังอีตาบ้าประกาศแต่งงานกับสาวอื่นเฉย นกเลยทันที กับอีกหนึ่งเจ้าแม่รอมคอม Cameron Diaz ในบท Amanda สาวอเมริกันสวยรวยครบแถมพกแฟนหนุ่มหล่อมีซิกแพ็กเป็นลอนๆ แต่ดูเหมือนแฟนหนุ่มจะไปมีกิ๊ก Amanda เลยลงทัณฑ์ด้วยการไล่แฟนออกจากบ้าน แต่ตัวเองก็อยู่ไม่ได้โดยที่ไม่มีพี่เขา จึงตัดสินใจลี้ภัยไปอังกฤษชั่วคราว

ทำไมควรดู

  • สิ่งแรกที่ทำเอาเราประหลาดใจคือทำไมตัวแม่ของฮอลลีวูดอย่าง Kate Winslet ถึงมารับบทนี้ เราเคยชินกับการเห็นเจ๊แกเครียด เจ๊แกร้องไห้ หรือเจ๊แกจิตตกในหนังอย่าง Revolutionary Road หรือ The Reader มากกว่า แต่กลายเป็นว่า Kate เป็นสิ่งที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้ แถมเจ๊ยังเล่นได้เรียลมาก เข้าถึงความรู้สึกของสาวที่นกแล้วนกอีกเหลือเกิน ขอคารวะเจ๊อีกหนึ่งดอก
  • หนังเรื่องนี่ไม่ได้ให้ค่าแค่ความรักสไตล์หนุ่มสาว แต่ยังกล่าวถึงมิตรภาพของคนหนุ่มสาวกับคนสูงอายุ ที่แม้ว่าจะมีอีโก้ไปบ้าง ดื้อจนน่าตีบ้าง แต่ก็ถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆ และแม้จะไม่มีพละกำลังทางร่างกาย แต่เต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิตที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติ คำนิยาม และมุมมองในชีวิตของผู้คนได้ ดูแล้วต้องคิดถึงมนุษย์พ่อแม่ญาติพี่น้องที่บ้านแน่นอน ไม่ว่ายังไงเทศกาลคริสต์มาสก็เป็นช่วงเวลาสำหรับครอบครัวเนาะ

landscape-1450788637-the-holiday

สิ่งที่เรามองว่าเฉยๆ

  • นอกจาก Kate Winslet และคุณปู่นักทำหนังแล้ว ตัวละครที่เหลือไม่ค่อยมีสเน่ห์เท่าไร อย่าง Jack Black นี่ดับเลย คือไม่ใช่ว่าเป็นเพราะหุ่นหรือหน้าตาที่ไม่ได้หล่อของพี่แกนะ แต่เป็นเพราะบุคลิกดูไม่น่าสนใจ อาจจะมีดีนิดหน่อยแค่เป็นคนตลก แต่ก็ตลกไม่พอจนเป็นที่น่าจดจำ อย่าลืมว่า Kate นี่เป็นสาวอังกฤษสุดสวยนะยะ จะมาหลงรักหนุ่มอเมริกันได้นี่ไม่ง่าย ดังนั้น มันควรจะต้องมีลูกเล่นหน่อย ส่วน Jude Law ในบทหนุ่มอารมณ์อ่อนไหวก็น่ารักดี แต่ก็งั้นๆ ไม่ได้พลิกแพลงไปจากมาตรฐานที่เคยเล่น ส่วนที่ผิดหวังที่สุดคือ Cameron Diaz บทสไตล์นี้เจ๊รับมาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง คือเจ๊ก็เล่นสุดความสามารถ แต่ด้วยความที่บทมันมีแค่นี้ มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ เจ๊ก็เลยถ่ายทอดออกมาตามเนื้อผ้า ซึ่งพอเข้าบทกับ Jude Law แล้วเจ๊นิ่งเลย โดน Jude Law กลบหมด

ส่วนภาพยนตร์อีก 3 เรื่องที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ ผู้เขียนยังไม่ได้ดู (อ่าว!) แต่แพลนเอาไว้ว่าจะดูวันคริสต์มาสนี้แหละ ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Nightmare before Christmas

Rabbit Daily Score : 9/10 (ให้คะแนนโดย ณพ วนช อ่านรีวิวหนังสงครามได้ที่นี่)
Rotten Tomatoes : 94 %
IMDb : 8/10

cp_FWB_Nightmare_20120926

เป็นเรื่องราวบอกเล่าถึงโลกในจินตนาการของทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับของเรื่องที่เชื่อว่าวันหยุดเทศกาลต่างๆ มีเมืองและเรื่องราวเป็นของมันเอง และเมืองที่ชื่อว่าฮาโลวีนทาวน์ ที่นั่นมีผู้นำ ‘แจ็ค สเกลลิงตัน’ ราชาแห่งฟักทอง มนุษย์โครงกระดูกรูปร่างเรียวผอมใส่สูทงานศพสีดำ ที่พาสมัครพรรคพวกสารพัดผี ออกไปหลอกหลอนผู้คนเทุกวันฮาโลวีน แม้จะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวทำได้ดีที่สุด แต่ทำทุกปีก็รู้สึกเบื่อหน่าย เมื่อได้เจอกับโลกของวันคริสมาสต์ จึงตื่นตาตื่นใจกับสีสันของลูกกวาดกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยงานรื่นเริง เจ้าแจ็คจึงคิดจะแย่งงานของซานตาคลอสมาทำ สิ่งที่ตามมาก็คือความวุ่นวายเพราะแจ็คถนัดแต่เรื่องหลอกหลอน บรรยากาศของคริสต์มาสจึงผสมไปด้วยฮาโลวีน แต่โชคดีที่แจ็คมีแซลลี่ ซอบบี้สาวที่เก่งเรื่องเย็บปักถักร้อยเพราะต้องนั่งเย็บต่อแขนขาของตัวเองที่หลุดอยู่ประจำคอยเตือนเขาและช่วยเหลือเขา ปัญหาต่างๆ จึงคลี่คลายไปได้

ทำไมน่าดู

แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกจะเจ๋งจนสามารถสร้างสรรค์ตัวละครที่ดูสมจริงๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าเมื่อก่อน แต่เทคนิค Stop Motion ที่เกิดจากการสร้างหุ่นและฉากย่อส่วนขึ้นมา แล้วถ่ายทำโดยการขยับสิ่งต่างๆ ทีละนิด ก็ยังคลาสสิกและน่าดูอยู่ดี ด้วยความที่ผู้เขียนเคยดู Corpse Bride ผลงานแอนิเมชันแบบ Stop Motion ของทิม เบอร์ตันมาก่อน แล้วประทับใจมากๆ จึงแนะนำให้ทุกคนดูเรื่องนี้ค่ะ

TITLE: VOYAGE DANS LA LUNE, LE ¥ YEAR: 1902 ¥ DIR: MELIES, GEORGES ¥ REF: VOY013BT ¥ CREDIT: [ THE KOBAL COLLECTION / MELIES ]



Home Alone

Home-Alone-25-hi-res

Rabbit Daily Score : 10/10 (ให้คะแนนโดยบรรณาธิการของเรา)
Rotten Tomatoes : 55 %
IMDb : 7.5/10

เช้าวันคริสต์มาสอันแสนสดใส ครอบครัว McCallister กำลังเตรียมตัวไปเที่ยวปารีส ด้วยความที่สมาชิกครอบครัวนี้เยอะเหลือเกิน หนูน้อยเควิน ลูกชายคนสุดท้อง ที่เพิ่งทะเลาะกับพี่ชายและขังตัวเองอยู่ในห้อง จึงถูกคุณพ่อคุณแม่ลืมเสียสนิท แต่หนูน้อยเควินหาได้แคร์ไม่ นานๆ จะได้บ้านทั้งหลังเป็นของตัวเอง จะเศร้าไปทำไม หนูน้อยทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อแม่ห้ามไม่ให้ทำ ทั้งสั่งพิซซ่ามากิน กระโดดเด้งดึ๋งบนเตียงของพ่อแม่ แต่ก็ดันพบว่ามีโจรกระจอกสองคนพยายามปล้นบ้านและขัดขวางความสนุกของเควิน งานนี้ต้องปกป้องบ้านที่รัก ด้วยการวางกับดัก!

ทำไมน่าดู

จริงๆ ผู้เขียนเคยดูมาก่อนสมัยที่ตัวเองยังเด็กมากๆ จนจำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว จึงอยากชวนทุกคนมาระลึกความหลังในวัยเด็กกับภาพยนตร์สุดคลาสสิกเรื่องนี้ ซึ่งถือว่ามีพล็อตเรื่องที่แปลกไม่เบาเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นหนังเรื่องแรกๆ เลยด้วยซ้ำที่ใช้เด็กเป็นตัวแสดงหลักและอุ้มเรื่องทั้งเรื่องเอาไว้ อีกอย่าง นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวของ Macaulay Culkin ที่ประสบความสำเร็จด้วย ไม่รู้ป่านนี้พี่แกไปทำอะไรและอยู่ที่ไหนเนาะ

ก่อนจะไปนอนซุกผ้าห่มอุ่นๆ พร้อมดื่มโกโก้ร้อน เรามีภาพยนตร์โฆษณา The Bear & The Hare ที่เหมาะเจาะกับเทศกาลคริสต์มาสมาให้ชมกัน รับรองว่าน่ารักจนคุณจะลืมไปเลยว่าดูโฆษณาอยู่ แถมเพลงประกอบ Somewhere only we know ยังเพราะพริ้ง เพราะถูกนำมาร้องให้โดยสาวเสียงใสอย่าง Lily Allen ไปชมกันค่ะ

มีแบบเบื้องหลังการถ่ายทำด้วยนะ อะเมซิ่งสุดๆ เลย


avatar
by Jutalak Cherdharun
เป็นนักเขียนผู้รักหมา แต่ไม่เคยเขียนบทความเรื่องหมา ถนัดบทความสัพเพเหระ ยันบทความข่าว งานอดิเรกคือแชร์คลิปน้องหมาลงเฟซบุ๊ก ไปคาเฟ่หมา งานประกวดหมา วาดรูปหมา และกอดหมา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon